http://armywives.rta.mi.th
 
ข้อบังคับ
สมาคมแม่บ้านทหารบก
ARMY WIVES ASSOCIATION
   

หมวดที่ ๑ ชื่อ เครื่องหมาย และที่ตั้งสมาคม
ข้อ ๑ ชื่อและที่ตั้งสมาคม
     ชื่อ สมาคมแม่บ้านทหารบก
     ชื่อย่อ สม.ทบ.
     ชื่อภาษาอังกฤษ ARMY WIVES ASSOCIATION
     ที่ตั้งสมาคม ตั้งอยู่ที่สโมสรทหารบก
         เลขที่ ๒๗๙ ถนนศรีอยุธยา
         แขวงสามเสนใน เขตดุสิต
         กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐
ข้อ ๒ เครื่องหมายสมาคม มีรูปลักษณะดังนี้
     รูปตรากงจักรเป็นกิจกรรมของแม่บ้านมีพระนามย่อ สส. ประทับตราสมาคม ฯ
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
     ๓.๑ " ภรรยาทหารบก " หมายความถึงผู้ที่มีสามีเป็นทหารบก ทั้งประจำการและนอกประจำการที่สังกัดอยู่ในกองทัพบก หรือเคยสังกัดอยู่ในกองทัพบก
     ๓.๒ " ครอบครัวทหารบก " หมายความถึง ภรรยาหรือสามี หรือบุตรหรือธิดา หรือบิดา มารดา ของทหารบก ทั้งประจำการและนอกประจำการที่สังกัดอยู่ในกองทัพบก หรือเคยสังกัดอยู่ในกองทัพบก
หมวดที่ ๒วัตถุประสงค
ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของสมาคม ดังนี้
     ๔.๑ เพื่อช่วยส่งเสริม แนะนำ และฝึกอาชีพ ให้กับครอบครัวทหารบก ให้ได้ใช้เวลาว่างในทางที่เป็นประโยชน์ และช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย
     ๔.๒ เพื่อบำรุงขวัญและช่วยเหลือครอบครัวทหารบกชั้นผู้น้อย ที่ประสบความเดือดร้อน
     ๔.๓ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้รวมกลุ่มครอบครัวทหารบก ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
     ๔.๔ ให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ครอบครัวทหารบกที่ได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับความไม่เป็นธรรม
     ๔.๕ สนับสนุนโครงการด้านสวัสดิการของแต่ละหน่วย เพื่อช่วยให้ครอบครัวทหารบกได้มีการครองชีพที่ดีขึ้น
    

หมวดที่ ๓ สมาชิก
ข้อ ๕ สมาชิกของสมาคม มี ๒ ประเภท คือ
     ๕.๑ สมาชิกสามัญ ต้องเป็นภรรยาของข้าราชการทหารบกทั้งประจำการและนอกประจำการ ที่สังกัดอยู่ในกองทัพบก หรือเคยสังกัดอยู่ในกองทัพบก
     ๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทำประโยชน์แก่สมาคมเป็นพิเศษ และคณะกรรมการได้ลงมติเชิญเข้าเป็นสมาชิกด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม
ข้อ ๖ สมาชิกของสมาคม มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม และได้รับประโยชน์ตามที่สมาคมจะอำนวยให้ได้ตามวัตถุประสงค์ ตามข้อบังคับและโอกาสเท่าเทียมกัน
ข้อ ๗ สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ข้อบังคับ ระเบียบของสมาคม พร้อมทั้งต้องรักษาคุณธรรมความดีงาม เชิดชูเกียรติของสมาคมทุกวิถีทาง
ข้อ ๘ สมาชิกมีสิทธิเลือกตั้งและรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ ตามข้อบังคับของสมาคมนี้
ข้อ ๙ สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
     ๙.๑ ตาย
     ๙.๒ ลาออก
     ๙.๓ ที่ประชุมคณะกรรมการลงมติให้ออกโดยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของที่ประชุม เพราะเหตุ
         ก) ประพฤติผิดศีลธรรมอันดีงามของประชาชน
         ข) ประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ หรือนำมาซึ่งความเสื่อมเสียให้แก่สมาคม
         ค) ฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมอย่างร้ายแรง

หมวดที่ ๔ คณะกรรมการบริหาร
ข้อ ๑๐ ให้มีคณะกรรมการบริหารขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวน ๒๕ คน แต่ไม่เกิน ๓๙ คน ได้แก่ นายกสมาคม ฯ อุปนายก เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียนปฏิคม บรรณกร ประชาสัมพันธ์ สวัสดิการ หาทุน และตำแหน่งอื่น ๆ ตามแต่คณะกรรมการบริหารจะเห็นสมควร
ข้อ ๑๑ ให้ภริยาผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายกสมาคม ฯ โดยตำแหน่ง และภริยารองผู้บัญชาการทหารบก ภรรยาผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ( ๑ ) ภรรยาผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ( ๒ ) ภรรยาเสนาธิการทหารบก เป็น อุปนายก คนที่ ๑, ๒, ๓, และ ๔ ตามลำดับ ถ้าผู้บัญชาการทหารบกไม่มี หรือมีแต่ไม่สามารถรับตำแหน่ง หรือไม่ยอมรับตำแหน่งนายกสมาคม ฯ ให้อุปนายกสมาคมคนใดคนหนึ่งตามลำดับอาวุโส เป็นนายกสมาคม ฯ จนกว่าจะมีภริยาผู้บัญชาการทหารบกเป็นนายกสมาคม ฯ ตามความในวรรคแรก ในกรณีที่ไม่มีภรรยารองผู้บัญชาการทหารบก หรือไม่มีภริยาผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ( ๑ ) หรือ ( ๒ ) หรือไม่มีภริยาเสนาธิการทหารบก หรือมีภริยาของบุคคลในตำแหน่งดังกล่าว แต่ไม่สามารถรับหน้าที่ หรือไม่ยอมรับหน้าที่อุปนายก ให้อุปนายกลำดับนั้นว่างอยู่จนกว่าจะมีภริยาบุคคลในตำแหน่งนั้น หรือภริยาของบุคคลในตำแหน่งนั้น สามารถรับหน้าที่ หรือยอมรับหน้าที่ ให้ภริยารองเสนาธิการทหารบก (๑) และ (๒) ภริยาผู้ช่วยฝ่ายเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล ฝ่ายข่าว ฝ่ายยุทธการ ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ฝ่ายกิจการพลเรือนและภริยาปลัดบัญชีทหารบก รวมทั้งภริยาของแม่ทัพทั้งสี่ภาค เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ในกรณีที่ไม่มีภริยาของบุคคลในตำแหน่งดังกล่าวในวรรค ๔ หรือมีแต่ไม่สามารถรับหน้าที่ หรือ ไม่ยอมรับหน้าที่กรรมการ ให้กรรมการโดยตำแหน่งนั้นว่างอยู่ จนกว่าจะมีภริยาของบุคคลในตำแหน่งนั้น หรือภริยาของบุคคลในตำแหน่งนั้นสามารถรับหน้าที่ หรือยอมรับหน้าที่


หมวดที่ ๕ การประชุมใหญ่
ข้อ ๑๒ ให้ทีประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งอื่น ๆ มีจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตามข้อ ๑๐ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้นายกสมาคม ฯ เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอีกก็ได้ ถ้ากรรมการตำแหน่งใดว่างลงก่อนครบกำหนด ก็ให้เลือกตั้งกรรมการใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลงให้ครบจำนวนที่จดทะเบียนไว้ กรรมการที่แต่งตั้งขึ้นใหม่นี้ให้ดำรงตำแหน่งได้เท่ากับระยะเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
ข้อ ๑๓ ให้ที่ประชุมใหญ่แต่งตั้งสมาชิกหรือบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีและได้ขึ้นทะเบียนไว้ต่อทางราชการเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม


หมวดที่ ๖ ระยะเวลาของคณะกรรมการบริหาร
ข้อ ๑๔
กรรมการตามข้อ ๑๑ ให้เรียก กรรมการบริหาร และมีอายุตำแหน่งของสามีกรรมการตามข้อ ๑๒ ซึ่งได้มาจากการเลือกตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ๒ ปี กรรมการอีกส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการแต่งตั้งโดยสมาคม ฯ นั้น ให้ดำรงตำแหน่งตามระยะเวลาของนายกสมาคม ฯ
ข้อ ๑๕ คณะกรรมการบริหารอาจพิจารณาแต่งตั้งสมาชิกเป็นกรรมการผู้ช่วยตามจำนวนซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควร และมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของสมาคม ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ
ข้อ ๑๖ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของสมาคม ตามวัตถุประสงค์และภายใต้ข้อบังคับนี้ ตลอดจนตราระเบียบใด ๆ ได้ โดยไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับของสมาคมนี้
ข้อ ๑๗ นายกสมาคม ฯ มีอำนาจและหน้าที่ควบคุมกิจการของสมาคม บริหารกิจการทั้งปวงในนามของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก มีหน้าที่เรียกประชุมใหญ่ ประชุมคณะกรรมการบริหาร เป็นประธานในการประชุมทุกครั้งแต่งตั้งถอดถอนกรรมการเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งต่าง ๆ ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร
ข้อ ๑๘ อุปนายก มีหน้าที่ช่วยเหลือนายกสมาคม ฯ ในการปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคม ฯ เมื่อนายกสมาคม ฯ ไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยให้อุปนายกปฏิบัติหน้าที่ตามลำดับอาวุโส ในข้อ ๑๓


หมวดที่ ๗ เหรัญญิก
ข้อ ๑๙ ให้เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมการรักษาทรัพย์สิน และการเงินของสมาคม จัดทำบัญชีการเงิน การับ การจ่าย ใบสำคัญ และหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน และเก็บรักษาเอกสาร หลักฐานการเงิน การบัญชี ตั๋วเงิน และตราสารใบสำคัญการจ่ายเงิน ต้องได้รับอนุมัติจากนายกสมาคม หรืออุปนายกก่อน และต้องเก็บหลักฐานเพื่อตรวจสอบได้ทุกขณะ
ข้อ ๒๐ ให้เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หากมีเกินกว่าจำนวนนี้ให้ฝากไว้กับธนาคาร ซึ่งคณะกรรมการบริหารกำหนดในนามของสมาคม การเบิกจ่ายเงินจากธนาคาร ต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม ฯ หรือเลขานุการสมาคม หรือเหรัญญิก ลงนามร่วมกันสองในสามคนในการเบิกจ่ายทุกครั้ง
ข้อ ๒๑ เหรัญญิกต้องรับผิดชอบและจัดทำทะเบียนทรัพย์สินของสมาคม ซึ่งได้จัดหามาเอง มีผู้บริจาค หรือ มอบให้เป็นของสมาคม การจำหน่ายโอนทรัพย์สินใด ๆ ก็ดี ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร


หมวดที่ ๘ การสั่งจ่ายเงิน
ข้อ ๒๒ นายกสมาคม ฯ หรืออุปนายก มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกินกว่าจำนวนดังกล่าว ให้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารในการประชุมครั้งต่อไป


หมวดที่ ๙ การประชุม
ข้อ ๒๓ ให้คณะกรรมการบริหาร จัดให้มีการประชุมใหญ่ทุก ๑ ปี (ไม่ควรเกิน ๒ ปี) ให้คณะกรรมการบริหารแถลงกิจการที่ดำเนินมาในรอบปีให้สมาชิกทราบ
ข้อ ๒๔ การประชุมใหญ่สามัญ ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ต่ำกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดหรืออย่างน้อย ๕๐ คน จึงจะถือเป็นครบองค์ประชุม โดยนายกสมาคม ฯ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน
ข้อ ๒๕ ในกรณีจำเป็น หรือรีบด่วน สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด อาจเข้าชื่อร่วมกันร้องขอให้เปิดประชุมวิสามัญ เสนอผ่านเลขานุการ และนายกสมาคม ฯ จะต้องเรียกประชุม วิสามัญตามคำร้องขอโดยเร็ว
ข้อ ๒๖ ให้การประชุมคณะกรรมการบริหารทุก ๆ เดือนเพื่อพิจารณาการดำเนินกิจการของสมาคมในกรณีจำเป็น นายกสมาคม ฯ อาจเรียกประชุมพิเศษได้ ในการประชุมกรรมการนี้ ต้องมีกรรมการเข้าประชุมเกินกว่าครึ่งหนึ่ง จึงจะครบองค์ประชุม
ข้อ ๒๗ การออกเสียงมติในการประชุมใหญ่สามัญหรือการประชุมคณะกรรมการบริหาร ให้ลงมติโดยเปิดเผย เว้นแต่ที่ประชุมมีมติให้ออกเสียงโดยวิธีลับ และในการออกเสียงให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนสมาชิกหากคะแนนเสียงเท่ากัน ให้นายก ฯ ออกเสียงเพิ่มอีก ๑ เสียงเป็นการชี้ขาด
ข้อ ๒๘
การประชุมใหญ่สามัญ และการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ให้เลขานุการจัดให้ มีเจ้าหน้าที่ บันทึกการประชุมให้ทุกครั้ง และต้องเสนอต่อที่ประชุมครั้งต่อไป


หมวดที่ ๑๐ การเงิน
ข้อ ๒๙ รายได้ของสมาคม ได้จาก
          ๒๙.๑ เงินบริจาคบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่มีเงื่อนไข
          ๒๙.๒ เงินรายได้จากในทางอื่น ๆ
ข้อ ๓๐ การเงินของสมาคม เป็นการเปิดเผยบรรดารายรับ ราบจ่ายต่าง ๆ ต้องมีหลักฐาน และทำเป็นงบเดือนให้คณะกรรมการบริหารจัดทำงบดุลทุกปี โดยให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบแล้วนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคม เพื่อรับการพิจารณาและอนุมัติงบดุล


หมวดที่ ๑๑ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ
ข้อ ๓๑ ข้อบังคับนี้ อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ โดยมีคะแนนเสียงสองในสาม ของจำนวนสมาชิกที่เข้าประชุมใหญ่

หมวดที่ ๑๒ การเลิกสมาคม
ข้อ ๓๒ สมาคมนี้ย่อมเลิกได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกด้วยคะแนนเสียงสามในสี่ของจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ ๓๓ เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้เลิก ต้องจัดให้มีการชำระบัญชีเมื่อทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด ให้ที่ประชุมของสมาคมพิจารณาตกลงกันว่าจะโอนให้แก่นิติบุคคลใด


หมวดที่ ๑๓ บทเฉพาะกาล
ที่ประชุมใหญ่สมาคมแม่บ้านทหารบกครั้งที่ ๒/๒๕๔๓ ได้ประชุมหารือและมีมติให้แก้ไขข้อบังคับสมาคมแม่บ้านทหารบก โดยให้ยึดถือปฏิบัติตามระเบียบที่แก้ไขใหม่ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๓

กลับหน้าแรก