•  

 

หน่วยทหารสื่อสารใน ทบ.

กองพันทหารสื่อสารที่ ๑
     รักษาพระองค์       
กองพันทหารสื่อสารที่ ๒ กองพลทหารราบที่ ๒รักษาพระองค์ 
กองพันทหารสื่อสารที่๓

กองพันทหารสื่อสารที่๔
กองพันทหารสื่อสารที่ ๕ 
กองพันทหารสื่อสารที่๖
กองพันทหารสื่อสารที่๙

กองพันทหารสื่อสารที่๑๑
กองพันทหารสื่อสารที่๑๒
    รักษาพระองค์                
กองพันทหารสื่อสารที่๑๓
กองพันทหารสื่อสารที่ ๑๕
กองพันทหารสื่อสารที่๒๑
กองพันทหารสื่อสารที่๒๒
กองพันทหารสื่อสารที่๒๓
กองพันทหารสื่อสารที่๒๔
กองพันทหารสื่อสารที่๓๕

 


กำเนิดเหล่าทหารสื่อสาร

  • ผู้ให้กำเนิดทหารสื่อสาร
  • ประวัติเหล่าทหารสื่อสาร
  • ก่อนจะเป็นทหารและกรมสื่อสาร

  ผู้ให้กำเนิด ทหารสื่อสาร
                                    นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
                                                                      ผู้ให้กำเนิด "ทหารสื่อสาร"

                                                                                 
                                                                                        


             การสื่อสารของกองทัพ บก ก่อนสมัย ร.ศ. 126 ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "เครื่องสัญญา"มีเจ้าหน้าที่ในกรมทหาร
ช่างเป็นผู้ปฏิบัติดการหลักในการใช้เครื่องสัญญา หน่วยทหารเหล่าอื่น ต้องจัดทหารขึ้นเป็นผู้ใช้เครื่อง
สัญญาของตนเองโดยอาศัยข้อบังคับให้ใช้เครื่องสัญญาประกอบกับสมุดโค้ดโทรเลขทหารบกและเครื่องหมายเลข
สัญญาสำหรับธงคู่และธงเดี่ยว ซึ่งกรมยุทธนาธิการออกไว้เป็นแนวทางปฏิบัติ
               ตั้งแต่เสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงดำรงพระยศ นายพันเอก และทรงรับตำแหน่ง
จเรทหารช่างเมื่อ 21 ก.ย. 2449 เป็นต้นมา พระองค์ไม่เคยละไปจากทหารช่างเลย แม้จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ดำรงตำแหน่งใหญ่น้อยอื่นๆทั้งในทางทหารช่างพลเรือนอีกมากมายก็ยังทรงโปรดเกล้าฯให้รั้งตำแหน่งจเรทหา
รช่างไว้ด้วยตลอดเวลาทั้งนี้เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชประสงค์ไว้ตั้งแต่ต้น
ในการกำหนดให้พระองคเจ้าชายบุรฉัตรไชยากรเข้าศึกษาในด้านโยธาธิการและได้ทรงเล็งเห็นอย่างถ่องแท้ในความ
ปรีชาสามารถความวิระยะตั้งพระทัยแน่วแน่ในการเร่งรัดปรับปรุงเรื่องของทหารช่างจึงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย
ให้รับผิดชอบอำนวยการบริหารปรับปรุงกิจการทหารช่าง แต่เนื่องกันมาโดยตลอดชั่ว 3 แผ่นดิน(รัชกาลที่ 5
ถึงรัชกาลที่ 7)

                 
พระอุตสาหะวิริยะและการเสียสละส่วนพระองค์ของเสด็จในกรมพระเพชรอัครโยธินที่ทรงมอบ
ให้แก่กิจทหารช่าง อันเป็นพื้นฐานปูแนวทางก่อกำเนิด"เหล่าทหารสื่อสาร"ในเวลาต่อมามีเอนกประการอาทิเช่น
ในระหว่างปีพ.ศ.2456ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมีพระราชดำริให้กองทัพบกไทยกวดขันในแผนกทหาร
ช่างให้ดียิ่งขึ้นไปอีกจึงโปรดเกล้าฯให้นายพลโทกรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธินทรงรับตำแหน่งจเรทหารช่าง
แต่อย่างเดียวเพื่อบรรเทาภาวะในหน้าที่อื่นมาเร่งรัดเรื่องของทหารช่างให้เร็วที่สุดนั้นสด็จในกรมฯ ได้กราบ
ถวายบังคับลาออกไปรักษาพระองค์ยังประเทศอียิปต์และยุโรปเป็นเป็นเวลา1ปียังทรงพระอุสาหะใช้วงเวลานั้น
เสด็จทอดพระเนตรการทหารช่างของยุโยปซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในชั้นสูงอย่างรวดเร็ว โดยมิได้อนาทรต่อความ
เหนื่อยยากพระวรกาย

                ในปี พ.ศ.2460 โปรดให้ตั้งโรงเรียนทหารช่างขึ้นในกระทรวงกลาโหมให้ให้คัดเลือกนายทหารช่าง
จากกรมกองต่างๆไปเข้าเรียนกำหนดวิชาที่สอนในโรงเรียนทหารช่างในตอนนั้น ให้มีทั้งวิชาการชลประทาน,การไฟฟ้า,
การสะพานต่างๆเครื่องกีดขวาง,วัตถุระเบิด,การไฟฟ้าทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ,การไปรษณีย์, การสัญญาณมีเครื่องมือ
สื่อสารต่างๆและเครื่องนาสารชนิดต่างๆแสดงว่าในสมัยนั้นได้ฝึกสอนให้ทหารช่างทำหน้าที่อย่างทหารช่างกับทหาร
สื่อสารในปัจจุบันรวมกัน ซึ่งเป็นการวางแนวทางการศึกษาไว้เป็นอย่างดีแล้วในการที่จะแยกออกมาเป็น
"เหล่าทหารสื่อสาร"
ในปี พ.ศ. 2463 เสด็จในกรมพระกาแพงเพชรอัครโยธิน
จเรการช่างทหารบกท่านได้มอบเครื่องมือสื่อสารไฟฟ้าแบบทันสมัย
ซึ่งนักประดิษฐ์คิดสร้างสำเร็จเเพื่อฝึกใช้ราชการเป็นเครื่องมือที่รับส่งกัน
เป็นคำพูดและเป็นโทรเลขในหีบเดียวกันท่านจเรฯท่านได้ส่งมาเรื่อยๆ
และเป็นแบบต่างๆกัน *( พ.อ.เทศ กิตติรัต, "อาลัยรักรำลึกถึงเพื่อน"
อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพลเอก จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ
"กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์บริษัท เอดิสัน เพรสโพรดักส์
จากัด,2526" หน้า 41. )การทำงานของเราต่อมารู้สึกว่าสนุกและ
หนักมือหน่อยเนื่องจากเสด็จในกรมฯท่านส่งเครื่องวิทยุแปลกๆ
มาให้ทดลองกัน โดยมากจะทดลองกันที่วังเสด็จใน
กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินไปที่กรมทหารช่างบางซื่อ
และที่กระทรวงกลาโหม( **เรื่องเดียวกัน หน้า 43) กาลล่วงมาจน
ถึงวันที่27พ.ค.2467จึงได้มีคาสั่งตั้งทหารสื่อสารขึ้นเรียกว่าชนิดทหารสื่อสารมี

สีเม็ดมะปรางเป็นสัญญาลักษณ์โดยจัดให้มีกองโรงเรียนทหารสื่อสาร
ขึ้นในกรมจเรการช่างทหารบกกำหนดหน้าที่ของแผนกที่2กรมจเรการช่าง
ทหารบกให้มีหน้าที่การสื่อสารและการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสื่อสารจึงนับ
ว่าได้แยกงานการสื่อสารออกจากทหารช่างก่อกำเนิดเป็นขึ้นอีกเหล่าหนึ่ง
"ทหารสื่อสาร"ตั้งแต่บันนั้นเป็นต้นมาแต่ก็ยังคงอยู่ในกรมจเรการช่างทหาร
บกภายใต้การบังคับบัญชา ดูแลอุปการะ ของเสด็จในกรมฯ จเรการช่างทหาร
บกต่อมาอีก

              จนปลายปี พ .ศ.2476 มีการตั้งกรมจเรทหารบกขึ้น มีแผนกที่ 5 กรมจเรทหารบก เรียกชื่อย่อว่า .จร"5"
มีหน้าที่เกี่ยวกับกิจการทหารสื่อสาร ตั้งสานักงานอยู่ในกระทรวงกลาโหม จึงเป็นการแยกทหารช่างกับทหาร
สื่อสาร ออกจากกันโดยเด็ดขาด ตั้งแต่บัดนั้น
                             จึงสรุปได้ว่า ตลอดเวลาปฏิบัติราชการ ของเสด็จในกรมพระกาแพงเพชรอัครโยธิน ทรงปกครอง
บังคับบัญชาโอบอุ้ม ทานุบารุง ทหารช่างมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีห้วงเวลาที่จะจากไปเลย และในขณะเดี่ยวกัน
พระองค์ได้ปลูกฝั่งวางรากฐาน ปรับปรุง กิจการสื่อสารของกองทัพบกอันเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่เคยมอบหมาย
ให้ทหารช่าง เป็นผู้ปฏิบัติจนเติบโต ก้าวหน้าแยกออกมาเป็น "ทหารสื่อสาร" ขึ้นอีกเหล่าหนึ่ง
จึงถือได้ว่า พระองค์เป็นผู้ให้กำเนิด"เหล่าทหารมื่อไม่ช้านี้ที่ซื้อมาจากบริษัทมาร์โคนี่ประเทศอังกฤษ ให้ทหารทดลอง
ประวัติเหล่าทหารสื่อสาร
               กิจกรรมสื่อสารของกองทัพไทย ในสมัยก่อนที่จะจัดหน่วยทหารสื่อสารขึ้นโดยเฉพาะนั้นการ
สื่อสารกองทัพบกใช้เครื่องมือที่เรียกว่า " เครื่องสัญญา" โดยมีเจ้าหน้าที่ในกรมทหารช่างเป็นผู้ปฏิบัติการใช้เครื่อง
สัญญาที่ว่านั้น ส่วนหน่วยทหารเหล่าอื่นๆ ก็ต้องจัดทหารขึ้นสำหรับใช้เครื่องสัญญาของตนเอง ทั้งนี้ มีความเป็นมาตามที่
ทหารสื่อสารในอดีตได้ค้นคว้ามาบันทึกไว้ตามลำดับ ดังนี้

                               ร.ศ. 126 หรือ พ.ศ.2450
                                มีคำสั่งกรมยุทธนาธิการ ที่ 37/1914 ลงวันที่ 7 พฤษภาคมร.ศ.126กำหนดให้นายทหาร
ที่ไปราชการนำสมุดโค้ดโทรเลขทหารบกไปด้วยเมื่อมีราชการสำคัญจะได้สื่อสารกันได้โดยสะดวกและตามคำสั่งกรมยุทธนาธิการ ที่ 146/10410 ลงวันที่ 26 กันยายน ร.ศ.126 ได้กำหนดเครื่องหมาย เลขสัญญาขึ้น สำหรับธงคู่ และธงเดี่ยวในข้อบังคับ
การใช้เครื่องเลขสัญญา ร.ศ.124 เป็นการกำหนดความหมายของการใช้ธงสัญญา
                                 พ.ศ.2456
                                             หน่วยทหารช่างคงเป็นผู้ปฏิบัติการใช้เครื่องสัญญา ส่วนธงสัญญานั้น หน่วนทหารเหล่า
อื่นก็ต้องจัดทหารขึ้นสำหรับใช้เครื่องสัญญา ตามข้อบังคัฐเลขสัญญา พ.ศ.2456

                                  
พ.ศ. 2462
                                  กำหนดให้มีสถานีเครื่องสัญญาณขึ้นสำหรับทหารราบ ทหารพราน และทหารพาหนะโดย
กำหนดอัตราไว้ในกองบังคับการกรมกองบังคับการกองพัน และกองบังคับการกองร้อย ทุกหน่วย

                                  
พ.ศ. 2465
                                  ตามข้อบังคับ ว่าด้วยการติดต่อพ.ศ.2465 กำหนดให้มีเครื่องสัญญาณระยะไกล คือโทรเลข โทรศัพท์ วิทยุ โทรเลขวิทยุโทรศัพท์ โคมสัญาญา และกระจกสัญญา ส่วนเครื่องสัญญาระยไกลได้แก่ ธงสัญญา แผ่นเกล็ดสัญญา มือและแขนสัญญา ในปีนี้กระทรวงกลาโหมได้ออกประมวลข้อบังคับสำหรับทหารบกเล่ม 1 ลักษณะปกครองและระเบียบการในกองทัพบกกำหนดให้กรมจเรทหารช่างมีหน้าที่เกี่ยวกับทหารช่างและเครื่องมือ และให้แผนกที่ 2 มีหน้าที่ในการใช้เครื่องสัญญา
                                    พ.ศ. 2466
                                    ทางราชการได้ออกคำสั่ง สำหรับทหารบก ที่ 225/ ลงวันที่ 13 มีนาคม 2466ย้ายนายทหารเข้า
บรรจุในกองโรงเรียนทหารสื่อสารที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยให้เข้ารับหน้าที่ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2467 ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม

                                     พ.ศ.2467
                                เป็นปีที่ถือได้ว่ามีการจัดเหล่าทหารสื่อสารขึ้นเป็นครั้งแรก คือ ตามคำสั่งสำหรับ
ทหารบก ที่ 37 /4863 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2467 ได้ใช้อัตรากองโรงเรียนทหารสื่อสาร
ขึ้นอยู่ในกรมจเรการช่างทหารบกแก้คำว่า พลสัญญา เป็นพลสื่อสาร คำว่า
เครื่องสัญญา เป็น การสื่อสารกำหนดให้มี "ชนิดทหารสื่อสาร" และระบุให้มีสีเม็ดมะปราง เป็นสัญญาลักษณ์ของทหารสื่อสาร กองโรงเรียนทหารสื่อสาร ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้แปรสภาพมาจาก กองพันที่ 2 ช่างเครื่องสัญญาณของกรมช่างทหารบกที่ 1มี ร.อ.ชิต ธรรมทัต เป็นผู้บังคับกองและได้แปรสภาพ กองร้อยที่ 2 ของกองพันนี้ เป็นกองทหารสื่อสาร ขึ้นตรงต่อโรงเรียนทหารสื่อสารกองโรงเรียนทหารสื่อสาร
เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ กรมจเรการช่างทหารบก ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 149
ถนนพระราม 5 ตำบลถนนนครไชยศรี( สะพานแดง ลางซื่อ ) อำเภอดุสิต จังหวัด จังหวัดพระนคร เป็นการเริ่มต้นกำเนิดของเหล่าทหารสื่อสาร และหน่วยทหารสื่อสาร ซึ่งได้เจริญวัฒนาถาวรมาจนเป็นกรมการทหารสื่อสารอยู่ในปัจจุบันนี้

                                    พ.ศ. 2468
                                     ร้อยเอก หลวงสุรวุฒิเรืองโรจ์ (ทองสุข ลีลานุช ) เป็นผู้บังคับกองทหารสื่อสารและรั้งตำแหน่ง
ผู้บังคับกองโรงเรียนทหารสื่อสาร พ.ศ.2469 จัดตั้ง กองทหารสื่อสาร ในกองพลทหารบกที่ 1 รักษาพระองค์

                                     พ.ศ.2470
                                      แปรสภาพกองกอง โรงเรียนทหารสื่อสาร เป็นกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ โดยโอนกองทหารสื่อสารกองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ มาเป็นกองร้อยที่ 2 และที่ ให้กองทหารสื่อสารเดิม เป็นกองร้อยที่ 1 ขึ้นตรงต่อ กรมช่างทหารบกที่ 1รักษาพระองค์ และตั้งอยู่ในพระนคร สถานที่เดิม โดยมี ร้อยเอก หลวงโยธาณัติการ (เทศ กิตติรัต ) เป็นผู้บังคับกองพัน แปรสภาพ กองพันที่ 2กรมช่างทหารบกที่ 2เป็นกองพันทหาร
สื่อสารที่ 2 ขึ้นตรงต่อ กรมช่างทหารบกที่ 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดอยุธยา พ.ศ. 2472 พันตรี หลวงอินทรเรืองเดช (เจริญ เหล็กกล้า ) เป็นผู้บังคับทหารสื่อสารที่ 1

                                   พ.ศ. 2475
                                  ในเดือนกรกฎาคม ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อ กรมจเรการช่างทหารบก เป็นกองบังคับ
การทหารช่างและทหารสื่อสารมีสำนักงานอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ในเดือนสิงหาคม ได้ยุบกรมช่างทหารบกทั้งหมด คงจัด คงจัดกำลังเป็นหน่วยกองพันขึ้นตรงต่อกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสาร มีกำลัง 4 กองพัน คือ กองพันทหารช่างที่ 1 และกองพันทหารสื่อสารที่ 1
ตั้งอยู่จังหวัดพระนคร กองพันทหารช่างที่ 2 และกองพันทหารสื่อสารที่ 2 ตั้งอยู่จังหวัดอยุธยา ในกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสารนี้มีโรงเรียนนายสิบพลรบสังกัดอยู่ด้วย ตั้งอยู่ที่สะพาน บางซื่อ พระนคร ซึ่งต่อมาเป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนทหารสื่อสาร

                               พ.ศ.2476
                               
ในปลายปีนี้หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้มีการเปลี่ยนแปลงกิจการทางทหาร
ครั้งใหญ่ทหารช่างและทหารสื่อสารไดแยกออกจากกันโดยเด็ดขาดทางราชการได้ยุบกองบังคับการทหารช่าง
และทหารสื่อสารจัดตั้งเป็นกรมจเรทหารบก ขึ้นแผนกที่ 5 ของกรมจเรทหารบก ทำหน้าที่เกี่ยวกับ
กิจการทการสื่อสาร ตั้งอยู่กระทรวงกลาโหม มี พันตรี หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล)เป็นหัวหน้าแผนก ย้ายกองพันทหารสื่อสารที่ 2 จาก จังหวัดอยุธยา มาอยู่ที่ถนนปฏิพัทธ์ภูบาล ตำบลสามเสนใน เขตดุสิต พระนครบริเวณสะพานแดง บางซื่อ ซึ่งปัจจุบันเป็น กรมช่างอากาศของกองทัพอากาศ และได้ย้ายกองพันทหาร
ช่างออกไปจากเลขที่ 149ถนนพระราม5ตำบลนครไชยศรี อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร คงเหลือแต
กองพันทหารสื่อสารที่ 1

                                   พ.ศ.2477
                                    ในเดือนพฤษภาคม ทางราชการได้แยกแผนกที่ 5 กรมจเรทหารบก มาตั้งรวมกับกองพันทหาร
สื่อสารที่ 1 บริเวณสะพานแดง บางซื่อ และในปีเดียวกันนี้ ก็ได้แปรสภาพกองพันทหารสื่อสารที่ 1 เป็น กองโรงเรียนทหารสื่อสารอีกครั้ง โดยให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ แผนกที่ 5 กรมจเรทหารบกและได้ยุบกองพันทหาร
สื่อสารที่ 2 และจัดตั้งกองพันทหารสื่อสารดังนี้ กองทหารสื่อสาร มณฑลทหารบกที่ 1 กองทหารสื่อสารที่ 2 ขึ้นกับมณฑ ลทหารบกที่ 2 กองทหารสื่อสารที่ 3 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 3 กองทหารสื่อสารที่ 4 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 4 กองทหารสื่อสารที่ 5 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 5 กองทหารสื่อสาร กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน

                                    พ.ศ.2479
                                    
ทางราชการได้แยกหมวดทหารสื่อสาร ไปตั้งประจำกองพันทหารราบ 3 แห่ง คือ กองพันทหารราบที่ 10    กองพันทหารราบที่ 4 กองพันทหารราบที่1 รักษาพระองค์ ในปีนี้ได้จัดตั้ง กองโรงงานสื่อสาร เป็นหน่วยขึ้นตรงของ แผนกที่5 กรมจเรทหารบก ตั้งรวมอยู่ในบริเวณเดียวกันมีหน้าที่ออกแบบและผลิตเครื่องสื่อสาร
ขึ้นใช้ในกองทัพบก เช่นเครื่องทัศนสัญาณ เครื่องโทรศัพท์สนาม เครื่องรับส่งวิทยุ รส.3 รส.4 รส.5 ใช้เลขสัญญาณ และยังผลิตแบตเตอรี่แห้ง แบตเตอรี่น้ำ เครื่องทำไฟที่ใช้กับเครื่องสื่อสารเหล่านี้อีกด้วย

                                    พ.ศ. 2483
                                    
 ประเทศไทยได้เข้าสู่สถานะสงคราม กับอินโดจีนของฝรั่งเศษ ในกรณีเรียกร้องดินแดนคืน ทหารสื่อสารได้จัดกำลังจากหน่วยในพระนครขึ้นสมทบ คือ จัด ผบ.ส.ทบ. และ กองพัน
                                              พ.ศ. 2494
                                              
 พันเอก หลวงกำจัดปัจจามิตร ( เจือ สิงหเสนีย์ ) เป็นจเรทหารสื่อสาร
พ.ศ. 2495
 กองทัพบกเริ่มได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐอเมริกา มีหน่วยช่วยเหลือและแนะนำ เรียกย่อว่า จัสแมก โดยมี พ.ท.แรนดอลล์ฟ วี.ไฟท์ เป็นหัวหน้าสายสื่อสารคนแรก กรมจเรทหารสื่อสารเป็นหน่วยรับเครื่องสื่อสารจาก
สหรัฐอเมริกา เพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วยในโครงการของจัสแมกในกองทัพบก จึงได้จัดตั้งโรงเรียนทหารสื่อสารขึ้นในกรมจเรทหารสื่อสารเพื่อฝึกอบรม
เกี่ยวกับการใช้เครื่องสื่อสารที่ได้รับใหม่ ให้แก่เจ้าหน้าที่สื่อสาร
ของหน่วยต่างๆในกองทัพบก ใน 6 สิงหาคม 2495 ได้แก้อัตราจากกรมจเรทหารสื่อสาร เป็นกรมการทหารสื่อสาร ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (พิเศษ) ที่ 45/18427 ลงวันที่ 12 กันยายน 2495 และมี พล.ต.หลวงกำจัดปัจจามิตร (เจือ สิงหเสนีย์) เป็นเจ้ากรมการทหารสื่อสารคนแรก เป็นเจ้ากรมทหารสื่อสารคนแรก

                                 พ.ศ. 2496
                                 
แปรสภาพกองโรงงานสื่อสาร เป็นกองโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห้ง
                                 พ.ศ.2498
                                
 ยุบเลิกกองทหารสื่อสารมณฑลทหารบกที่ 2 และจัดเป็นกองทหารสื่อสารของกองพล ทหารราบเป็นหน่วยในโครงการช่วยเหลือของจัสแมก โดยมีกำลังพลเป็นทหารสื่อสาร ทั้งสินคือ
            กองทหารสื่อสาร กองพลที่ 1 จังหวัดพระนคร
            กองทหารสื่อสาร กองพลที่ 3 จังหวัดนครราชสีมา
            กองทหารสื่อสาร กองพลที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์
            กองทหารสื่อสาร กองพลที่ 5 จังหวัดนครศรีธรรมราช
           และมีหน่วยทหารสื่อสารนอกโครงการ คือ กองทหารสื่อสาร กองพลน้อยปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ซึ่งฝากการบังคับบัญชาไว้กับกรมการทหารสื่อสาร และตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน ในหน่วยระดับกรมทหารราบ ได้จัดให้มีนายทหารสื่อสาร เป็นฝ่ายการสื่อสารไปประจำอยู่ และจัดหมวดสื่อสาร โดยใช้ทหารราบซึ่งได้รับ
การฝึกอบรมจาก กรมการทหารสื่อสาร เป็นเจ้าหน้าที่ ใน มีนาคม 2498 กรมการทหารสื่อสารได้จัดอัตราใหม่ โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น ส่วนอำนวยการ ส่วนกิจการพิเศษ ส่วนการศึกษา ส่วนปฏิบัติการ ใน 2 พฤศจิกายน 2498 กองวิทยุสื่อสารกรมการทหารสื่อสารได้ประกอบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงขนาด 100 วัตต์ขึ้น เปิดทำการกระจายเสียงถ่ายทอดการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฏรภาคตะวันออกเฉียงเหนือของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชนินาถโดยใช้นามสถานีว่า วส. ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นกอง
วิทยุประจำถิ่น มีภารกิจในการดำเนินการสื่อสารยามปกติในส่วนภูมิภาค จึงได้ขยายการส่งวิทยุกระจาย
เสียงออกไปยังส่วนภูมิภาค โดยใช้ชื่อสถานี วปถ.สำหรับสถานีวิทยุ จส. ของกองการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ก็ยังคงดำเนินกา

                              พ.ศ.2501
                               ได้รับการปรับปรุงอัตราการจัดของกรมการทหารสื่อสารเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
ก่อนจะเกิดเป็นทหารสื่อสาร 
                   การติดต่อสื่อสารในกองทัพบกนั้น ใช่ว่าจะเพิ่งมีขึ้นเพียง 76 ปี เท่ากับอายุของเหล่าทหารสื่อสาร แต่มีควบคู่กันมากับกองทัพบกตั้งแต่ชนชาติไทยเริ่มมีกองทัพโน่นแล้ว แต่เครื่องมือคน และวิธีการทำการติดต่อสาร ได้หามาแต่งตั้ง และกำหนดขึ้นใช้ โดยเหมาะสมกับยุคสมัย เราจะถอยหลังไปแค่ปี พ.ศ.2450 แล้วติดตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆ มาจน "กว่าจะเกิดเป็รทหารสื่อสาร "อย่างเต็มภาคภูม

ห้วงเวลา

หน่วยรับผิดชอบปฏิบัติ

ประวัติความเป็นมา

พ.ศ.2450

ร.ศ.126

หน่วยทหารทั่วไป

คำ สั่งกรมยุทธนาธิการ ที่ 37/1914 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม ร.ศ.126 กำหนดให้นายทหารที่ไปราชการนำสมุดโค้ดโทรเลขทหารบกไปด้วย เมื่อมีราชการสำคัญจะได้สื่อสารกันได้โดยสะดวก

พ.ศ.2456

หน่วยทหารช่าง

และ

หน่วนทหารเหล่าอื่น

หน่วย ทหารช่างคงเป็นผู้ปฏิบัติการใช้เครื่องสัญญา ส่วนธงสัญญานั้น หน่วนทหารเหล่าอื่นก็ต้องจัดทหารขึ้นสำหรับใช้เครื่องสัญญา ตามข้อบังคัฐเลขสัญญา พ.ศ.2456

พ.ศ.2460

กรมจเรการช่างทหารบก

ทหารช่างคงรับผิดชอบการปฏบัติการใช้เครื่องสัญญา

พ.ศ.2465

แผนกที่ 2 กรมจเรทหารช่าง

กระทรวง กลาโหมได้ออกประมวลข้อบังคับสำหรับทหารบกเล่ม1 ลักษณะปกครองและระเบียบการในกองทัพบก กำหนดให้กรมจเรทหารช่างมีหน้าที่เกี่ยวกับทหารช่างและเครื่องมือ และให้แผนกที่ 2 มีหน้าที่ในการใช้เครื่องสัญญา ตามข้อบังคับ ว่าด้วยการติดต่อพ.ศ.2465 กำหนดให้มีเครื่องสัญญาณระยะไกล คือโทรเลข โทรศัพท์ วิทยุโทรเลข วิทยุโทรศัพท์ โคมสัญาญา และกระจกสัญญา ส่วนเครื่องสัญญาระยไกลได้แก่ ธงสัญญา แผ่นเกล็ดสัญญา มือและแขนสัญญา

พ.ศ.2467

กรมจเรการช่างทหารบก 

เป็นปีที่ถือได้ว่ามีการจัดเหล่าทหารสื่อสารขึ้นเป็นครั้งแรก คือ ตามคำสั่งสำหรับทหารบก ที่ 37 /4863 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2467 ได้ ใช้อัตรากองโรงเรียนทหารสื่อสาร ขึ้นอยู่ในกรมจเรการช่างทหารบก แก้คำว่า พลสัญญา เป็น พลสื่อสาร คำว่า เครื่องสัญญา เป็น การสื่อสาร กำหนดให้มี "ชนิดทหารสื่อสาร" และระบุให้มีสีเม็ดมะปราง เป็นสัญญาลักษณ์ของทหารสื่อสาร กองโรงเรียนทหารสื่อสาร ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้แปรสภาพมาจาก กองพันที่ 2 ช่างเครื่องสัญญาณของกรมช่างทหารบกที่ 1 มี ร.อ.ชิต ธรรมทัต เป็นผู้บังคับกอง และได้แปรสภาพ กองร้อยที่ 2 ของ กองพันนี้ เป็นกองทหารสื่อสาร ขึ้นตรงต่อโรงเรียนทหารสื่อสาร กองโรงเรียนทหารสื่อสาร เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ กรมจเรการช่างทหารบก ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 149 ถนนพระราม 5 ตำบล ถนนนครไชยศรี ( สะพานแดง ลางซื่อ ) อำเภอดุสิต จังหวัด จังหวัดพระนคร เป็นการเริ่มต้นกำเนิดของเหล่าทหารสื่อสาร และหน่วยทหารสื่อสาร ซึ่งได้เจริญวัฒนาถาวรมาจนเป็นกรมการทหารสื่อสารอยู่ในปัจจุบันนี้ 

พ.ศ.2475

กองบังคับการทหารช่างและสื่อสาร

ใน เดือนกรกฎาคม ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อ กรมจเรการช่างทหารบก เป็นกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสาร มีสำนักงานอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ในเดือนสิงหาคม ได้ยุบกรมช่างทหารบกทั้งหมด คงจัด



ก่อนจะมาเป็น กรมการทหารสื่อสาร

พ.ศ.2467

กรมจเรการช่างทหารบก

แปสภาพจากกองพันที่ 2 ช่างเครื่องสัญญาณของกรมทหารบกที่ 1


พ.ศ.2469

กองทหารสื่อสาร กองพลทหารบกที่ 1
รักษาพระองค์

จัดตั้งขึ้นใหม่อีกหน่วยหนึ่ง


พ.ศ.2470

กรมช่างทหารบกที่ 1 รักษาพระองค์
กองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์
(ตั้งอยู่จังหวัดพระนคร)

 

 

 

กรมช่างทหารบก ที่ 2
กองพันทหารสื่อสารที่ 2
(ตั้งอยู่จังหวัดอยุธยา)

แปรสภาพจากกองโรงเรัยนทหารสื่อสารมาเป็นกองพันนี้
โดยโอนเอากองทหารสื่อสาร กองพันทหารบกที่ 1 รักษาพระองค์
มาเป็นกองร้อยที่ 1 และกองทหารสื่อสารเดิม เป็นกองร้อยที่ 2

แปรสภาพไปจากกองพันที่ 2 ของกรมช่างทหารบกที่ 2


พ.ศ.2475
 


กรมการทหารสื่อสาร(Signal Department Royal Thai Army) สะพานแดง บางซื่อ กรุงเทพมหานคร