โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย    พื้นที่ป่าในเขตอำเภอสวนผึ้งและกิ่งอำเภอบ้านคา รวม ๖ ตำบล ๕๒ หมู่บ้าน มีหัวใจของโครงการคือ      ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์    เนื้อที่ ๓,๐๐๐ ไร่ อยู่ในเขตตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ต่อมาได้ขยายพื้นที่ของโครงการออกไปครอบคลุมพื้นที่ป่าประมาณ ๑๓๖,๐๐๐ ไร่ รวมเนื้อที่ของโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ฯ ประมาณ ๖๐๑,๐๐๐ ไร่      

 

          จากสวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ภาคกลาง   ในปี ๒๕๓๓ มาเป็นศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าสมเด็จพระ-นางเจ้าสิริกิติ์ ในปี ๒๕๔๐    ศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แต่เดิมมีชื่อเรียกว่า สวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กองทัพบก จังหวัดราชบุรี และคณะกรรมพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เพื่อถวายในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ         ในครั้งนั้น ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์  อดีตราชเลขานุการในองค์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรม-ราชินีนาถ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า  " สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์มานานกว่า๑๐ ปีแล้ว ที่หวังจะทรงเห็นพื้นที่แห่งหนึ่งที่ใช้เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ป่าของไทย ที่ขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ ไว้ในแหล่งเดียวกันให้ได้มากชนิดที่สุดเท่าที่จะหามาได้ และสามารถรอดตายได้ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ป่าของเมืองไทยในอนาคต  อีกทั้งเป็นแหล่งขยายพันธุ์  เพื่อมิให้ไม้ไทยของเราต้องสูญพันธุ์   และที่สำคัญอย่าให้มีประชาชนต้องเดือดร้อนให้เป็นที่ระคายเบื้องพระยุคลบาท"

          กองพลพัฒนาที่ ๑ ในฐานะหน่วยรับผิดชอบโครงการ ฯ ได้เล็งเห็นว่าการพัฒนาจิตใจ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับราษฎรเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกที่จะต้องปฏิบัติ จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) ในพื้นที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน เพื่อปลูกฝังให้ราษฎรรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าที่มีอยู่เป็นเจ้าของป่า     และสร้างอุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่งการอบรมแต่ละรุ่นนั้น  ด้รับความสนใจและความร่วมมือจากราษฎรส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นอย่างดีนอกจากนี้ กองพลพัฒนาที่ ๑   เล็งเห็นว่า การปลูกจิตสำนึกให้ราษฎรรักธรรมชาติอย่างเดียวนั้น    วันหนึ่ง ราษฎรก็จะต้องกลับไปสู่สภาพเดิมหากไม่มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับราษฎรเหล่านั้น     จึงได้ร่วมกับส่วนราชการปฏิบัติตามพระราชเสาวนีย์พระองค์ท่านในการร่วมกันพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นด้วยการส่งเสริมอาชีพทางการเกษตร การเลี้ยงสัตว์  การประมง  ให้กับราษฎรเหล่านั้นมีการจัดสร้าง   ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น     แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและการเกษตรอย่างพอเพียงอีกทั้งส่งเสริมงานศิลปาชีพ   เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับกลุ่มแม่บ้านในโครงการ ฯ เช่น กลุ่มงานศีลปาชีพประเภทจักสานละเอียด มีผลิตภัณฑ์ประเภทแจกัน ตระกร้าหกเหลี่ยม ตระกร้าใหญ่ลายดอกพิกุล และลายข้าวหลามตัด กลุ่มงานศีลปาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นต้น

         

         สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ "องค์แม่หลวง"     ของปวงชนชาวไทย ทรงห่วงใย พสกนิกรที่ยากจน ชรา และพิการ จึงทรงพระราชทาน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อพสกนิกรของพระองค์ท่านเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มโครงการ