
ความเป็นมา
ด้วยปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์ ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับ จำนวนผู้ต้องขังภายในเรียนจำมีอยู่เป็นจำนวนมาก
เนื่องจากสถานที่สำหรับควบคุมตัวมีอยู่อย่างจำกัด ไม่เพียงพอ ต่อการรองรับผู้ที่กระทำความผิด
ซึ่งนับวันจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะผู้ต้องขังล้นเรือนจำหรือทัณฑสถาน
ซึ่งเกินขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ควบคุมดูแล และแก้ไขผู้กระทำความผิดได้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร
และเป็นภาระของกรมราชทัณฑ์และรัฐบาลในการที่จะต้องจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนมาก สำหรับดูแลบุคคลเหล่านี้
ประกอบกับรัฐบาลมีงบประมาณจำกัดในการที่จะสร้างเรือนจำเพิ่มเติมเพื่อรองรับปริมาณของนักโทษ
จากสภาวะดังกล่าว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จึงได้มีแนวความคิดที่ต้องการจะ"เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง" โดยเห็นว่าควรจะนำพื้นที่ ของทหารที่มิได้ใช้ประโยชน์
มาดำเนินการควบคุมนักโทษในคดีที่ไม่ร้ายแรง แทนการสร้างเรือนจำพร้อมทั้งมอบหมายให้กองทัพ
เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมและดำเนินการฝึกวิชาชีพทางด้านเกษตร หรือวิชาชีพอื่นๆ
เพื่อหารายได้สำหรับเป็นสวัสดิการแก่ตัวนักโทษเอง พร้อมทั้งสามารถที่นำความรู้ในระหว่างการควบคุมตัวไปประกอบอาชีพได้ภายหลังจากการพ้นโทษแล้ว
เพื่อตอบสนองตามแนวนโยบายดังกล่าว กองทัพบก ร่วมกับ กรมราชทัณฑ์ ได้มีการหารือและประสานงานปฏิบัติ
เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานขึ้น และได้จัดทำโครงการ"โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ค่ายฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต ( โครงการเกษตรโยธิน
)" สำหรับดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบายที่ตั้งไว้
วัตถุประสงค์
เป้าหมาย
กองทัพบกจะรับผู้ต้องขังคดีไม่ร้ายแรงที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก
จากกรมราชทัณฑ์ มาดำเนินงานตามโครงการฯ ในหน่วยทหารที่กำหนดไว้
โดยกำหนดคุณสมบัติขั้นต้น ดังนี้

หน่วยงานรับผิดชอบและการขอรับการสนับสนุนจากส่วนราชการอื่น
หน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้แก่ กองทัพบก
ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ โดยในขั้นต้น กองทัพบกได้กำหนดพื้นที่หน่วยทหารสำหรับใช้ควบคุมตัวผู้ต้องขังคดีไม่ร้ายแรง
จำนวน ๓๙ แห่งทั่วประเทศ
หน่วยงานที่จะสนับสนุนการดำเนินงาน การดำเนินการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง


------------------------------------------------------------