ศูนย์ประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21
ค่ายพ่อขุนผาเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000

E-Mail : arty.reg.21@hotmail.com

เว็บไซต์แนะนำ
กองทัพภาคที่ 3
ศูนย์การทหารปืนใหญ่
กองพลทหารม้าที่ 1
กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20
กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30
Web Design Factory 
เริ่มเมื่อ ก.ค.56  

ประวัติกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๒๑

ประวัติหน่วย

ป.๒๑ จัดตั้งเมื่อ ๑๓ มี.ค.๒๕๐๗ ที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน อ.เมือง จว.ลพบุรี เดิมชื่อว่า กรมทหารปืนใหญ่กองพลทหารม้า ( ป.พล.ม. ) ตามคำสั่งกองทัพบกที่ ๗๖/๓๑๒๑ ลง ๑๓ มี.ค.๒๕๐๗ ใช้ อจย. ๖ - ๑๐๐ ( ๒๐ ธ.ค.๐๔ ) เป็นหน่วยในอัตรา พล.ม.๑ ฝากการบังคับบัญชาไว้กับศูนย์การทหารปืนใหญ่ เว้นการควบคุมและการใช้ทางยุทธการ ป.๒๑ ได้กำหนดให้วันที่ ๑๓ มี.ค.๒๕๐๗ เป็นวันสถาปนาหน่วย

๑๔ ก.ค.๒๓ เปลี่ยนนามหน่วยเป็น กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๒๑ ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ ๑๐๔/๒๐ ลง ๑๔ ก.ค.๓ ปัจจุบันใช้ อจย. ๖ - ๑๐๒ ( ๒๔ มิ.ย.๒๙ )

๒๑ ก.ย.๔๒ ได้เคลื่อนย้ายหน่วยจากศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน อ.เมือง จว.ลพบุรี เข้าที่ตั้งปกติถาวร ค่ายพ่อขุนผาเมือง อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์ และขึ้นการบังคับบัญชากับ พล.ม.๑

หน่วยขึ้นตรงประกอบด้วย กองพันทหารปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ มม. จำนวน ๒ กองพัน

- กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๒๐ มีที่ตั้งอยู่ ค่ายพระศรีพนมมาศ ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จว.อุตรดิตถ์

- กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๓๐ มีที่ตั้งอยู่ที่ ค่ายพ่อขุนผาเมือง อ.เมือง จว.เพชรบูรณ์

รายนามผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ป.พล.ม.

๑. พ.อ.ยุทธศิลป์ มีพรหม ๑๒ พ.ค.๐๗ ถึง ๑ ม.ค.๑๐

๒. พ.อ.อิทธิศักดิ์ สุพรรณพงษ์ ๑ ม.ค.๑๐ ถึง ๑๕ ต.ค.๑๕

๓. พ.อ.อัมพร สมบูรณ์ยิ่ง ๑ ต.ค.๑๕ ถึง ๑๕ ต.ค.๒๒

รายนามผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ป.๒๑

๔. พ.อ.บวร งามเกษม ๑๕ ต.ค.๒๒ ถึง ๒๔ เม.ย.๒๔

๕. พ.อ.อำพน บุตรเมฆ ๒๔ เม.ย.๒๔ ถึง ๒๑ ต.ค.๒๖

๖. พ.อ.สุริยะ อาศรัยราษฎร์ ๒๑ ต.ค.๒๖ ถึง ๒๕ ต.ค.๓๐

๗. พ.อ.ธนิต วงศ์กาฬสินธุ์ ๒๕ ต.ค.๓๐ ถึง ๑๒ ต.ค.๓๓

๘. พ.อ.ประสิทธิ์ มักประเสริฐ ๑๒ ต.ค.๓๓ ถึง ๑๐ ต.ค.๓๔

๙. พ.อ.อำนวย น้อยประเสริฐ ๑๐ ต.ค.๓๔ ถึง ๑๖ ต.ค.๓๕

๑๐. พ.อ.ธีรศักดิ์ วาสิกดิลก ๑๖ ต.ค.๓๕ ถึง ๑๐ พ.ย.๓๘

๑๑. พ.อ.สุจินต์ หมวกแก้ว ๑๐ พ.ย.๓๘ ถึง ๑๖ ต.ค.๔๓

๑๒. พ.อ.ชานุกร ตัณฑโกศล ๑๖ ต.ค.๔๓ ถึง ๓๐ ต.ค.๔๕

๑๓. พ.อ.กนกศักดิ์ ผ่องอากาศ ๓๐ ต.ค.๔๕ ถึง ๑๔ มิ.ย.๔๙

๑๔. พ.อ.เบ็ญจรงค์ บริสุทธิพันธุ์ ๑๔ มิ.ย.๔๙ ถึง ๒๖ พ.ค.๕๒

๑๕. พ.อ.ธวัช ศรีสว่าง ๒๖ พ.ค.๕๒ ถึง ๑๖ ต.ค.๕๓

๑๖. พ.อ.ดุษิต ปุระเสาร์ ๑๖ ต.ค.๕๓ ถึง .. ต.ค.๕๕

๑๗. พ.อ.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ .. ต.ค.๕๕ ถึง ปัจจุบัน

ผลการปฏิบัติงานของหน่วย

ด้านยุทธการ

- การต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ ปี ๒๕๐๙ - ๒๕๓๑ จัดปืนใหญ่สนามสนับสนุนหน่วยดำเนินกลยุทธในพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์ , เพชรบูรณ์ , แพร่ และน่าน โดยจัดกำลังจาก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๒๐ และ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๓๐

- การป้องกันอธิปไตยของชาติ กรณีพิพาทบ้านร่มเกล้า ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จว.พิษณุโลก ห้วงปี ๒๕๓๑ จัดส่วนยิงสนับสนุนควบคุมและประสานการยิงสนับสนุนในพื้นที่ จนทำให้เกิดการเจรจาหยุดยิง เมื่อ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑

- ได้รับมอบหมายจากกองพลทหารม้าที่ ๑ ควบคุมทีมยิงปืนทางยุทธวิธี กองพลทหารม้าที่ ๑ ร่วมแข่งขันระดับกองทัพบกเมื่อ ปี ๒๕๔๓ ผลการแข่งขันได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภททีม

- การป้องกันอธิปไตยของชาติ กรณีกองกำลังต่างชาติรุกล้ำดินแดนบริเวณเนินกูเต็งนาโย่ง และ บ้านปางหนุน อ.แม่สาย , อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย เมื่อ ก.พ. - มี.ค.๒๕๔๔ ได้จังตั้ง ทก.ควบคุม ป. ในการควบคุมประสานการยิงสนับสนุน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับการสูญเสีย และถอนกำลังออกไป

- การจัดกำลังร่วมฝึกทดสอบแผนป้องกันประเทศตามแผนสุรสีห์ ๑๔๓ ทภ.๓ ที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จว.ลพบุรี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา และร่วมฝึกการเคลื่อนย้ายและการพิทักษ์พื้นที่เขตหลัง ทภ.๓ ในปี ๒๕๔๕ จัดตั้ง ทก.ควบคุม ป. บริเวณ บ้านทุ่งละคร อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่

- จัดกำลัง ๑ ร้อย ป. ขนาด ๑๐๕ มม. จาก ป.พัน.๓๐ สนับสนุนกองกำลังผาเมืองตามแผนป้องกันชายแดน

วิวัฒนาการของหน่วย ได้รับยุทโธปกรณ์เสริมขีดความสามารถของหน่วยดังนี้

- ระบบค้นหาเป้าหมาย ได้รับเครื่องมือกำหนดที่อยู่ตนเองอัตโนมัติ ( GPS ) และได้รับกล้องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ แบบ LP ๗ ตลอดจนกล้องตรวจการเวลากลางคืน แบบ KN ๒๐๐

- ระบบอาวุธและกระสุน ได้รับการปรับปรุงปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ มม. และกระสุนจากเดิมมีระยะยิงไกลสุด ๑๑,๕๐๐ ม. ให้มีระยะยิงไกลสุด ๑๗,๕๐๐ ม. และได้รับเครื่องมือวัดความเร็วต้นแบบ RS - ๓๓๗ MK III

- ระบบควบคุมการบังคับบัญชาและประสานงาน ได้รับเครื่องมืออำนวยการยิงด้วยคอมพิวเตอร์แบบ Note Book พร้อมโปรแกรมอำนวยการยิง ,ได้รับเครื่องมือทำงานแผนที่อัตโนมัติ ( MAPS ) ตั้งตังบน รยบ. ๑ ๑/๒ ( ฮัมวี่ ) และกล้องวัดระยะด้วยแสงอินฟาเรด ( Red II L )

ด้านการรักษาความมั่นคงภายใน และการพัฒนาประเทศ

- กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๓ ให้กองพลทหารม้าที่ ๑ โดยกรมทหารปืนใหญ่ ที่ ๒๑ จัดกำลังพล ปฏิบัติงานศูนย์อำนวยการประสานงาน โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( ศอป.โครงการ พมพ.ภูขัดฯ ) ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา

- ที่ตั้ง แก่งชำนาญจุ้ย ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จว.พิษณุโลก

- พื้นที่รับผิดชอบ จำนวน ๑๘ หมู่บ้าน ในเขต จว.พิษณุโลก และอุตรดิตถ์

- ประวัติความเป็นมาของโครงการ จัดตั้งเมื่อ ๑ ก.พ.๓๒ ตามมติ ครม. วันที่ ๑๕ พ.ย.๓๑ มี พ.อ.อุดมชัย องคสิงห ( ผบ.ม.๓ ) เป็น ผอ.โครงการฯ ท่านแรก เมื่อ ๑๐ เม.ย.๓๘ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการ และทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพด้านการทอผ้าขึ้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับ
เป็นโครงการตามพระราชดำริเมื่อ ๓ พ.ค.๓๘ เป็นต้นมา และพระองค์จะเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎร และติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปีนำความปลาบปลื้มมาสู่ราษฎรและเจ้าหน้าที่
โครงการอย่างหาที่สุดมิได้ ทุกคนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ผลการดำเนินงาน

- ราษฎรในโครงการ ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ดินโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ปลูกฝังราษฎรใช้ร่วมกับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ดีของคนไทย

- มีอาชีพเสริมจากการทอผ้าปัจจุบันได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเป็นสมาชิกมูลนิธิส่งเสริม
ศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำนวน ๔๐๑ คน ได้รับอุปกรณ์การทอผ้า และความรู้ด้านการทอจากวิทยากรของกองศิลปาชีพสำนักพระราชวังเมื่อทอเป็นผ้าแล้ว ศอป.โครงการ พมพ.ภูขัดฯ ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์นำส่ง สำนักพระราชวังเพื่อจำหน่าย และนำเงินพระราชทานมาแจกจ่ายให้กับ สมาชิกแล้ว จำนวน ๖,๒๙๑,๙๓๑ บาท

- ราษฎรที่ได้รับการฝึกอบรมจนสามารถทอผ้าได้แล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกมูลนิธิศิลปาชีพ จำนวน ๑,๒๖๓ คน สามารถทอผ้าใช้เองเป็นการลดรายจ่าย และทอผ้าเป็นสินค้าออกจำหน่ายด้วยตนเอง มีรายได้จุนเจือครอบครัว

- ผลการดำเนินการดังกล่าวทำให้รายได้ประชากรจากเดิม ( ก่อนปี ๔๗ ) เฉลี่ยครอบครัวละ ๕,๐๐๐ - ๘,๐๐๐ บาท เป็น เฉลี่ยครอบครัวละ ๒๐,๐๐๐ - ๒๕,๐๐๐ บาท ทำให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความมั่นคงทางทหาร ความมั่นคงทางสังคมจิตวิทยา และมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ

ด้านการพัฒนารักษาขวัญ

- โครงการสงเคราะห์การสอบเข้าศึกษาต่อของบุตรข้าราชการ และลูกจ้าง พล.ม.๑ ได้มอบภารกิจให้ ป.๒๑ รับผิดชอบดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่บุตร ในการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เสริมโอกาสในการสอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่มีชื่อเสียง และใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ห่างไกลยาเสพติด การดำเนินการได้คัดเลือกคณะครูอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้ มาทำการสอนให้บุตรหลาน สนับสนุนอุปกรณ์ตำราที่จำเป็น ตลอดจนอาหารระหว่างการเข้าร่วมโครงการ ได้ดำเนินตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ถึง ปัจจุบัน ได้รับความสนใจจากบุตรหลานสมัครเข้าเรียนเพิ่มขึ้น