พ.ต.สมศักดิ์ รามัญวงษ์

           การก้าวเดินไปข้างหน้าในแต่ละก้าว ย่อมก่อไห้เกิดระยะทางยาวไกล การทำงานอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลงานที่ประจักษ์ชัดยิ่งกว่าคำพูดใดๆ กาลเวลาที่ล่วงผ่าน จากอดีตสู่ปัจจุบันแม้เราไม่สามารถวัดการเดินทางของกาลเวลา ออกมาเป็นหมุดหมายหรือหลักกิโลเมตรได้ แต่เราก็สามารถรับรู้ได้ ด้วยตัวเลขแห่งระยะเวลาที่ล่วงไปตามอายุ

           วันที่ 5 ธันวาคม 2551 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในหลวงของเรา มีพระชนมายุครบ 81 พรรษา แต่พวกเราชาวไทยทุกคน ต่างตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะนานเพียงไร เหน็ดเหนื่อยพระวรกายเพียงไหนหรือยากเย็นแสนเข็ญปานใด ในหลวงของเราก็จะยังทรงกรำงานหนักเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของปวงพสกนิกรของพระองค์อย่างสม่ำเสมอและตลอดไป

 



 


         
 
  จ.ส.อ.ชาติชาย แก้วพรหม
    
           พระปรีชาญาณของพระองค์ กลั่นกรองเป็นพระบรมราโชวาทที่ตรัสสอนให้คนไทยได้เดินทางถูก ปลูกความคิด สองพระบาทที่ก้าวไป บนทุกตารางนิ้วของแผ่นดินไทย คือภาพพิมพ์ที่ประทับไว้ เพื่อให้ลูกไทยได้ก้าวตาม

           แม้ในความมืดมิดแห่งภัยพิบัติ ความหวาดหวั่นในวันแห่งความเปลี่ยแปลง ในความสับสนอับจนหนทาง ไม่ว่าเป็นมหันตภัยใดๆ คนไทย ก็ไม่เคยสิ้นแสงสว่างแห่งพระมหากรุณาธิคุณดุจดั่งตะวันฉายแสงทุกแหล่งหล้า ดุจดั่งจันทราส่องไทยในทุกราตรี พระองค์แรมทางกลางไพร แรมไกลเพื่อประชาชน แม้วันวานจะผ่านพ้น แต่ทุกถิ่นที่บนผืนแผ่นดินไทยมีเรื่องราวอันทรงคุณค่า แห่งพ่อหลวงของไทย ที่ต้องจารึกไว้ เป็นประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน

 



 


         
 
  ส.อ.ศักดิ์ดา ศรีดาเดช

       เนื่องในอภิลักขิตสมัย มหามงคลเฉลิมพระมหาชนมพรรษา 81 พรรษา ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ศุภมงคลวโรกาสเช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุอันควรยิ่ง แก่ความปิติยินดีของพสกนิกรทั่วหน้า

       ด้วยเหตุว่า พระองค์ได้ทรงพิสูจน์ ให้โลกประจักษ์แล้วว่าตลอดเวลา 81 ปี แห่งพระชนม์ชีพนั้นเป็นเวลาที่ทรงอุทิศพระราชทาน แก่คนไทยมาโดยตลอด พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญ ในฐานะพระพ่อเมือง เป็นไปโดยไม่มีวันหยุด ตราบใดที่คนไทยยังมีทุกข์ ตราบนั้นพระราชภารกิจ ก็จักดำเนินสืบเนื่องไปมิรู้สิ้นสุด

        ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นชาวไทยทั้งชาติต่างมีความรู้สึกเห็นพ้องต้องกันว่าในชีวิตนี้มิปรารถนาสิ่งใด
ยิ่งไปกว่าจะตั้งสัตยาธิษฐานว่าเกิดชาติใดภพใดขอไห้ได้เกิดมาเป็นข้าฝ่าละอองธุลีพระบาทภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารอันร่มเย็นในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เสมอไปเป็นนิจกาล
 



 


         
 
  พลฯ กิติกร บรรจงทรัพย์
    
          เสียงถวายพระพรทรงพระเจริญ ที่กึกก้องจนประจักษ์ไปทั่วโลก จะไม่มีความหมายอันใดเลย ถ้าคนไทยไม่ช่วยกันคนละไม้ละมือ นำสิ่งดีๆ ที่ได้รับพระราชทาน มาเป็นแรงบันดาลใจในการช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง ลำพังคำว่ารักล้นหัวใจเพียงอย่างเดียว คงไม่ทำให้ในหลวงของเราหายเหนื่อยได้

         เราคนไทยต้องช่วยกันแปรรูปความรักที่มีต่อในหลวงของเราไปสู่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เราจะไม่เพียงแค่รัก แต่จะบำเพ็ญตนให้บรรลุถึงความปรารถนาในพระราชหฤทัย ด้วยการเป็นพลเมืองไทยที่มุ่งดีมุ่งเจริญ นับจากนี้ไปทุกครั้งที่เปล่งเสียง ทรงพระเจริญฯ เราจะถวายคำมั่นว่า เราจะทำหน้าที่ของเรา เพื่อให้ประเทศของเราเจริญก้าวหน้าอย่างสุดความสามารถ