คมคำพิธีกร ในขั้นตอนพิธีการ

ร.ต.สุธี  สุขสากล :  รวบรวม/เรียบเรียง

งานศพ/รดน้ำศพ

เรียน.....................................ประธานในพิธี  ท่านผู้เกียรติที่เคารพทุกท่าน ก่อนอื่น กระผมในนามคณะเจ้าภาพขอขอบคุณท่านประธานและท่านที่เคารพทุกท่าน ที่ให้เกียรติมาร่วมพิธีรดน้ำศพ.................................................ผู้วายชนม์

          บัดนี้ได้เวลาที่เหมาะสมแล้ว ขอเรียนเชิญท่านประธานจุดเทียนส่องทาง และจุดธูปเคารพศพ เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ เป็นลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญครับ

            - มรณํ อนตีโต : เราไม่อาจล่วงพ้นความตายได้(- ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น)

          เทียนหน้าศพ

                   เปลวเทียนละลายแท่ง                 เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ

                        ชีวิตมลายไป                              เหลือสิ่งใดไว้ทดแทน

(เก่า)

                        แสงเทียนแห่งความดี                  ในชีวีอย่าดูแคลน

                        จะยังอยู่คู่ดินแดน                       เป็นแบบแผนอนุชน.

(สุธี)

                กลิ่นธูป

                        กลิ่นธูปหอมโชยมา                      เตือนสัญญาให้จดจำ

                        ความดีที่เราทำ                           จะหอมล้ำคู่โลกา

                        ชีวิตแม้สิ้นเชื้อ                            ความดีเหลือคู่โลกหล้า

กลิ่นธูปแห่งศรัทธา                      เพิ่มคุณค่าสาธุชน.

                                                                                                (สุธี)

            น้ำใจ

                        น้ำใจเคยให้กัน                           ในคืนวันที่ผ่านมา

                        เคารพและบูชา                           แรงศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลง

                        แม้ท่านจะจากไป                        ธารน้ำใจไม่เหือดแห้ง

                        ผู้อยู่หลังยังร่วมแรง                     ร่วมแสดงกตัญญู.

(สุธี)

                                - ยามอยู่ก็อุปัฏฐาก ยามจากก็อุปถัมภ์

            คณะเจ้าภาพ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมประกอบพิธีรดน้ำศพ และวางหรีดเคารพศพ มา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณครับ.

            (หลังพิธีรดน้ำศพ เชิญญาติพี่น้อง-ทายาท ผู้วายชนม์ ทอดผ้าบังสุกุลจีวร บนร่างไร้วิญญาณ นิมนต์พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล, เจ้าหน้าที่ของทางวัดมัดตราสัง-บรรจุศพลงโลง, ยกขึ้นตั้งบนบนโต๊ะที่เตรียมไว้ เพื่อประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมต่อไป)

-          เสร็จพิธีรดน้ำศพ –

 

งานศพ/สวดพระอภิธรรม

                รับศีล

                        ศีลห้าสมาทาน                           สร้างหลักฐานให้จิตใจ

                        ความดีมารวมไว้                         อุทิศให้ผู้วายชนม์           

            เชิญฟังธรรมะ

                        เสียงใดในโลกนี้                          จะมีค่ากว่าเสียงพระ

                        เสียงธรรมมีจังหวะ                      ลองฟังนะลองฟังธรรม

                        ใจร้อนใจโหดร้าย                        พระซ่อมได้ให้ชื่นฉ่ำ

                       

หนีตาย

                        จะหนีอื่นหมื่นแสนในแดนโลก

                        พอย้ายโยกหลบลี้หนีพ้นได้

                        แต่หนีหนึ่งซึ่งมีชื่อคือหนีตาย

                        หนีไม่ได้ใครไม่พ้นสักคนเดียว

จำต้องพราก

                        เมื่อถึงคราวม้วยใครก็ช่วยไม่ได้                  ต่อให้เหาะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์

                        ก็จำต้องพรากจากวิมาน                           เพราะยมบาลท่านไม่รับสินบน

                        ถึงคราวตายแน่ยาแก้ไม่มี                         ตายแน่เราหนีมันไปไม่พ้น

                        จะเป็นราชาหรือมหาโจร                           ต้องทิ้งกายสกนธ์อยู่บนเชิงตะกอน

            ความตาย

                        อันความตายชายนารีหนีไม่พ้น

                        มีหรือจนก็ต้องตายกลายเป็นผี

                        ถึงแสนรักก็ต้องร้างห่างทันที

                        ไม่วันนี้ก็วันหน้าช้าหรือเร็ว

 

มองชีวิต

                        คืนและวันพลันดับและลับล่วง

                        ท่านทั้งปวงจงอุตส่าห์หากุศล

                        มองชีวิตคิดถึงรำพึงตน

                        ชีวิตคนนั้นไม่ยืนถึงหมื่นปี

            ละครชีวิต

                        อันโลกเรานี้เหมือนโรงละคร          ปวงนิกรเราท่านเกิดมา

                        ต่างร่ายรำทำทีท่า                        ตามลีลาของบทละคร

                        บางครั้งก็เศร้าบางคราวก็สุข         บางทีก็ทุกข์หัวอกสะท้อน

                        มีร้างมีรักมีจากมีจร                     พอจบละครชีวิตก็ลา

                        อันวรรคตอนละครชีวิต                เป็นสิ่งน่าคิดนะท่านเจ้าขา

                        กว่าฉากจะปิดชีวิตจะลา              เราต้องทรมาอย่างสุดประมาณ

            นึกถึงตาย

                        นึกถึงความตายสบายนัก

                        มันหักรักหักหลงในสงสาร

                        บรรเทามืดโมหันธ์อันธการ

                        ทำให้หาญหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ

            แก่ชรา

                                    เหมือนดอกมาลีคลี่บานชั่วครู่

                        จะงามน่าดูเมื่อสิบสี่สิบห้า

                        พอเฒ่าชะแรลงไปแก่ชรา

                        มันก็ลดราคาสัปเหร่อถึงจะแล

                                    ไม่มีใครมองอย่างพิสมัย

                        ลูกหญิงลูกชายมันก็ทำหน้าแหย

                        รวยเงินรวยทองพวกพ้องเป็นแพ

                        จนยากแล้วมันก็แย่ไม่มีคนเยื่อใย

                        “จากกันยามเป็น   ได้เห็นน้ำใจ   จากกันยามตาย   ได้เห็นน้ำตา”

            ค่าของคน

                        ค่าของคนมิได้นับเพราะทรัพย์มาก

                        หรือนับจากรูปลักษณ์สูงศักดิ์ศรี

                        หากเกิดจากคุณงามและความดี

                        ผลงานที่จรรโลงให้โลกไพบูลย์

 

ดีชั่ว

                        อันวัวควายตายเหลือเนื้อหนังเขา

                        ช้างตายเน่าเหลืออยู่งาคู่สอง

                        มนุษย์เราตายลงเหมือนผงกอง

                        เหลือสิ่งของดีชั่วติดตัวไป

            งามกายไม่ถาวร

                        ถึงรูปงาม  เลิศลักษณ์   สักปานไหน

                        ที่สุดไซร้   ก็เน่าเหม็น   เป็นเหยื่อหนอน

                        ชีวิตนี้   ไม่ดำรง   คงถาวร

                        ความม้วยมรณ์  เท่านั้น  นั่นความจริง

            หากศพพูดได้(ในงานเผา)

                        มาส่งเรา   เท่านี้   แหละพี่น้อง

                        จะโศกร้อง   รำพัน   กันไฉน

                        และเมื่อถึง   วันหน้า   คราต่อไป

                        คงมีใคร   มาส่งท่าน   เหมือนวันนี้

            ตายได้ทุกนาที

                        โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่คงที่

                        ประเดี๋ยวดี ประเดี๋ยวร้าย หลายสถาน

                        ทั่วโลกา  ฟ้าลั่น   เหมือนสัญญาณ

                        ยมบาล   ผ่านมา   ทุกนาที

          รวยก็ตาย

                        แม้นมีเงินทอง  กองล้น  พ้นภูเขา

                        จะซื้อเอา  ชีวาไว้  ก็ไร้ผล

                        เมื่อความตาย  มีหมายทั่ว  ทุกตัวคน

                        ติดสินบน  เท่าไหร่  ชีพไม่คืน

            ไปมือเปล่า

                                    ยามเจ้าเกิด   มีสิ่งใด   ติดกายบ้าง

                        เห็นแต่ร่าง   เปลือยเปล่า  ไม่เอาไหน

                        สร้างสมบัติ  พัสถาน   บานตะไท

                        ถึงคราวไป  ก็ไปเปล่า  เหมือนเจ้ามา

                                    มีสิ่งใด   ไปกับเจ้า   ก็เปล่าสิ้น

                        ผ้าสักชิ้น   เงินสักเก๊   หรือเคหา

                        สามีบุตร   สุดที่รัก   ภรรยา

                        ไม่เห็นว่า   จะตามไป   หรือใครมี

                                    เห็นแต่ธรรม  คำสอน   ขององค์พระ

                        ที่พอจะ   ตามไป   ในเมืองผี

                        เพราะฉะนั้น  พึงหมั่นทำ   แต่ความดี

                        เพื่อเป็นที่   พึ่งเจ้า   เมื่อคราวตาย

            ค่า

                        เวลาสดชื่นก็มักรักกัน

                        คนนี้ของฉันคนนั้นของแก

                        แต่พอตายแหงแก๋

                        ไม่ใช่ของแกไม่ใช่ของฉัน

            กรรม

                        อันปวงกรรมทำไว้ในปางหลัง

                        เป็นพืชยังปางนี้ให้มีผล

                        หว่านพืชดีผลดีมีเช่นกัน

                        หว่านพืชชั่วกลั้วผลที่ข้นแค้น

            บุญ

                        บุญเป็นที่พึ่งถึงชาติหน้า

                        บุญนำพาเป็นสุขทุกสถาน

                        บุญเป็นหลักถึงมรรคผลนิพพาน

                        บุญบันดาลสารพัดสวัสดี

            เกิด

                        เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า                     

เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน

                        เมื่อเจ้ามามือเปล่าแล้วเจ้าจะเอาอะไร       

เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา

            ไม่แน่

                        เช้าเห็นหน้ากันอยู่           สายตาย

                        สายยังอยู่สบาย              บ่ายม้วย

                        บ่ายยังรื่นเริงกาย เย็นดับ  ชีพนา

                        เย็นยังหยอกลูกด้วย         ค่ำม้วย  มรณา

 

                                                      ธรรมมาลา            

                               สรรพสิ่ง ทั้งมวล ล้วนไม่เที่ยง                           เกิดเพื่อเพียง สลาย มลายสูญ

                          ใครหลงลืม พันผูก ทุกข์เพิ่มพูน                             เพราะต้องหมุน ไปตาม ความเปลี่ยนแปลง

                          มีหัวเราะ มีชื่นชม มีสมหวัง                                   มีพลาดพลั้ง ร้องไห้ มีหน่ายแหนง

                          ต้องต่อสู้ ต้องดิ้นรน จนสุดแรง                              มาถึงแหล่ง สุดท้าย ตายทุกคน

                          หลังตัวตาย เหลืออะไร ให้โลกบ้าง                         อันเรือนร่าง ไร้ค่า อย่าฉงน

                          แต่ชื่อเสียง ฝากไว้ ให้ปวงชน                                 ตั้งอยู่บน ความดี มีคนชม

                          โคกระบือ มีดี อยู่ที่เขา                                          อีกช้างเล่า มีงา สง่าสม

                          เป็นเครื่องหมาย แทนร่าง หลังสิ้นลม                      โลกนิยม มีค่า ราคาแพง

                          ค่าของคน ต้องมี ความดีช่วย                                ร่างแม้สวย ครั้นตาย เขาหน่ายแหนง

                          เมื่อยังเป็น ชอบพอ ก็เปลี่ยนแปลง                          ที่เคยแพง ก็เน่า เขาไม่มอง

                          แต่ความดี ทุกอย่าง ที่สร้างไว้                                นานเท่าไร คงที่ ไม่มีหมอง

                          ล้วนมีค่า สูงส่ง กว่าเงินทอง                                  คนแซ่ซ้อง บูชา ทั่วฟ้าดินฯ

 

          ฉากแรกจนฉากสุดท้าย

                              ฉากแรกเกิดปลอดคลอดจากแม่                     ร้องอุแว้เสียงจ้าน่าสงสาร

                              มือทั้งสองกำแน่นอยู่แสนนาน                         ทำท่าหาญฮึกเหิมประเดิมชัย

                              ประหนึ่งว่าจะกอบกำขยำโลก                          ให้ชุ่มโชคบี้แบนแม้แสนใหญ่

                              สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้มีเท่าไร                              จะกำได้ครองครองด้วยสองมือ

                              ฉากต่อมาคราใหญ่วัยหนุ่มสาว                       สร้างก้าวหน้าได้ให้จึดถือ

                              สร้างความดีสือเลื่องคนเลื่องลือ                     สร้างชั่วชื่อเสียหายอายฟ้าดิน

                              ฉากต่อมาคราตกเมื่อตอนแก่                           ร่างกายแย่ซูบเซียวหนังเหี่ยวย่น

                              ทั้งผมหงอกฟันหักชักพิกล                              หนีไม่พ้นอนิจจังสังขารา

                              ฉากต่อมาคราตกเมื่อตอนตาย                         มือกลับกลายแบหงายทั้งซ้ายขวา

                              เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงสัญญา                           ว่าเกิดมาจะต้องวางทุกอย่างไป

                              เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเล่า                            จะมัวเมาโกยตะบึงไปถึงไหน

                              เศรษฐีม่องเขาต้องเอาไปเผาไฟ                       ยิ่งเผาไปยิ่งล่อนจ้อนกว่าตอนมา

                              เมื่อเรามาก็มาแต่ตัวเปล่า                               ตรั้นตายเล่าจะเอาอะไรไปด้วยหนา

                              มาอย่างไรไปอย่างนั้นอย่าสงกา                       อย่ายึดว่าของของเราจะเศร้าใจ ฯ

                              เราจะต้องพลัดพรากจากของรัก                      ไม่ย้ายยักมั่นคงอย่าสงสัย

                              รีบรู้ตัวเสียก่อนไม่ร้อนใจ                                ถึงคราวไปก็ไปไปตามกาล ฯ

 

กลอนก่อนนิมนต์พระเทศนาธรรม

                        น้ำพระธรรมนั้นเลิศ  ประเสริฐแน่      ใช้ทาแก้  ความซวย   สวยทุกอย่าง

            รดที่ใจ   ดวงใจ   ใสสะอาง                           อย่าเลิกร้าง  ห่างวัด   หัดฟังธรรม

                        ก่อนที่จะน้อมนำพระธรรมมาสู่ดวงกมลเราท่านทั้งหลาย

จักได้กล่าวคำนมัสการบูชาพระรัตนตรัย  สมาทานศีล พร้อม ๆ กัน

 

 

อนิจฺจา  วต  สงฺขารา                               ทุกทิวาราตรีไม่มีเที่ยง

                        เหมือนอายุพลุตะไลไฟพะเนียง     เมื่อหมดดินหมดเสียงก็หมดดัง

 

                         เมื่อเหม่อมองสุริยาคราใกล้ค่ำ                      ยามเย็นย่ำอัศดงลงเหลี่ยมเขา

                         ค่อย ๆ เคลื่อนเลื่อนหายกระจายเงา              สีทองเทาทาบทาขอบฟ้าแดง

                         เห็นตะวันจะลับฟ้าพาให้คิด                         ถึงชีวิตอายุขัยใกล้สิ้นแสง

                         ชีวิตเอ๋ยเคยเลิศลอยเริ่มถอยแรง                    การแสดงบทชีวิตใกล้ปิดลง ฯ

 

                         ชีวิตเหมือนละครทุกตอนบท                         มีสลดโศกเศร้าเคล้าสุขสันต์

                         มีหัวเราะร้องไห้รักใคร่กัน                             ที่สุดนั้นหลุมฝังศพจบการแสดง ฯ

 

                         ดูละครโขนหนังแล้วยั้งจิต                            มองชีวิตเราเล่นเช่นโขนหนัง

                         มีทั้งโศกมีทั้งสุขทุกข์ประดัง                         ไม่กี่ครั้งก็ลาลับกลับเข้าโลง ฯ

 

                         โอ้สังขารไม่นานก็ราญแหลก                        สลายแตกตายไปเป็นผุยผง

                         มีเกิดแก่แน่นักจักตายลง                              เป็นมั่นคงอนิจจังไม่ยั่งยืน

                         แม้จะมีโชคมามหาศาล                               บริวารมากล้ำจำนวนหมื่น

                         อายุลดหดสั้นทุกวันคืน                                มิยั่งยืนหญิงชายทุกรายไป

                         แม้จะท่องเที่ยวไปในโลกหล้า                       แอบเมฆฟ้าเขาเขินเนินไศล

                         มัจจุราชติดตามทุกยามไป                            อยู่ที่ใดไม่พ้นตายอย่าหมายปอง

                         เป็นเช่นนี้แต่ปฐมบรมกัปป์                           เกิดแล้วดับถ้วนหน้าประชาผอง

                         อนิจจังสังขารวิญญาณครอง                        จงเพ่งมองสัจธรรมสำนึกตน

                         ได้สติตรองใจไว้ฉะนี้                                   จะไม่มีความประมาทอาจให้ผล

                         อำนวยสุขแก่ประชาทั่วสากล                        ทุก ๆ คนจำไว้ใส่ใจเอย ฯ

ศพแม่

                          วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายแม่                   แม่เจ็บท้องแท้เท่าไรมิได้บ่น

                          การอุ้มท้องกว่าจะคลอดรอดเป็นคน             เติบโตจนบัดนี้นี่เพราะใคร

                          แม่เจ็บจนเจียนขาดใจในวันนั้น                    กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส

                          ได้ชีวิตแล้วก็หลงระเริงใจ                            ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา ฯ

ศพพ่อ

                         พ่อตั้งหน้าหาทุนการศึกษา                           พ่อฟันฝ่าอุปสรรคแสนหนักเหลือ

                         พ่อคอยเฝ้าเกื้อหนุนและจุนเจือ                     พ่อทำเพื่อลูกเจริญเดินก้าวไกล ฯ

                         ยามเย็นค่ำเคยพูดจ้อกันพ่อลูก                      เคยปรับทุกข์ลูกพ่อขอขนม

                         พ่อของลูกปลูกฝังหวังชื่นชม                         เป็นพระพรหมของลูกทุกเวลา

                         เมื่อลูกสุขพ่อของลูกก็สุขด้วย                       คราลูกป่วยพ่อช่วยลูกให้สุขา

                         ลูกได้ดีพ่อนี้เปรมปรีดา                                ขอวันทาพ่อของลูกทุกวันเอย ฯ

 

ร้อยตรีสุธี  สุขสากล

อนุศาสนาจารย์ กองทัพบก

โทร.01-829-5518