(สำเนา)
ระเบียบกองทัพบก
ว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย
พ.ศ.2537
-----------
เพื่อให้การจัดการเคลื่อนย้าย เป็นไปโดยประหยัดและสำเร็จภารกิจ ตามความมุ่งหมายของทางราชการ และให้สามารถใช้ใบแลกการขนส่ง สนับสนุนส่วนราชการต่างๆ ของกระทรวงกลาโหม ในการเคลื่อนย้ายร่วมกันได้ จึงได้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้.-
ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2537
ข้อ 2. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ3. ให้ยกเลิกระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2532 บรรดาระเบียบ คำสั่ง และคำชี้แจงอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4. ให้กรมการขนส่งทหารบก เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำชี้แจงการปฏิบัติที่ไม่ขัดกับระเบียบนี้ได้ตามความจำเป็น
หมวด 1
กล่าวทั่วไป
ข้อ 5. คำจำกัดความ
5.1 การเคลื่อนย้าย หมายถึง การดำเนินการต่าง ๆ เพื่อ นำ คน สัตว์ สัมภาระ จากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง
5.2 งบประมาณการเคลื่อนย้าย หมายถึง จำนวนเงินสด หรือ เครดิต ซึ่งกองทัพบกได้จัดสรรให้แก่ กรมการขนส่งทหารบก เป็นผู้แบ่งมอบให้แก่หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย สำหรับใช้ในกิจการอันเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย เช่น ค่าโดยสาร ค่าระวางบรรทุก ค่าผ่านทาง ค่าผ่านสะพาน ค่าผ่านประตูน้ำ ค่าส่งข้าม ค่าขนถ่าย ค่ายึดตรึง ค่าประกัน ค่าจัดหาใบแลกการขนส่ง ค่าสมุดอัตราค่าระเบียบการ ค่าธรรมเนียม และค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการนี้เป็นต้น เว้นค่าทำหีบห่อ เพื่อการส่ง และรับสิ่งอุปกรณ์
5.3 หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย หมายถึง หน่วยซึ่งได้รับการแบ่งมอบงบประมาณการเคลื่อนย้ายจาก กรมการขนส่งทหารบก เป็นค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายของหน่วยรับการสนับสนุน
5.4 หน่วยรับการสนับสนุนหมายถึงหน่วยในพื้นที่ซึ่งหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้การสนับสนุนตามที่ กรมการขนส่งทหารบก กำหนดขึ้น
5.5 เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย หมายถึง นายทหารขนส่ง ซึ่งระบุไว้ในอัตราสำนักงานขนส่งประจำหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย หรือนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย แต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
5.6 คำสั่งเดินทาง หมายถึง คำสั่งของผู้บังคับหน่วย เจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายเป็นลายลักษณ์อักษร อันกำหนดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ในการเดินทางใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกเงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตามระเบียบนี้
5.7 การเดินทางเป็นรายย่อย หมายถึง การเดินทางของบุคคลตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป โดยคำสั่งเดินทางฉบับหนึ่ง ที่กำหนดให้ปฏิบัติภารกิจร่วมกัน เดินทางจากตำบลต้นทางเดียวกันไปยังตำบลปลายทางเดียวกัน หรือไม่ก็ตาม และมีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้อำนายการเดินทาง
5.8 การเดินทางเป็นหน่วย หมายถึง การเดินทางของหน่วยทหาร ซึ่งมีผู้บังคับบัญชาตามรูปการจัด โดยคำสั่งเดินทางฉบับหนึ่งที่กำหนดให้ปฏิบัติภารกิจร่วมกัน เดินทางจากตำบลต้นทางเดียวกันไปยังตำบลปลายทางเดียวกันหรือไม่ก็ตาม และผู้บังคับบัญชาหน่วย หรือผู้แทนเป็นผู้อำนวยการเดินทาง
5.9 ผู้เดินทาง หมายถึง ข้าราชการสังกัดกองทัพบก หรือลูกจ้าง ซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณรายจ่าย ซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทาง ไปปฏิบัติราชการชั่วคราวหรือไปประจำต่างสำนักงาน หรือเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม
5.10 ผู้อำนวยการเดินทาง หมายถึง ผู้เดินทาง บุคคลในครอบครัว ซึ่งเดินทางด้วยงบประมาณการเคลื่อนย้าย และเป็นผู้ได้รับมอบให้เป็นผู้อำนวยการเดินทางในครั้งนั้น
5.11 บุคคลในครอบครัว หมายถึง คู่สมรส บุตร บิดา มารดา ของผู้เดินทางหรือบิดา มารดา ของคู่สมรส และผู้ติดตาม ซึ่งอยู่ในอุปการะ และร่วมอาศัยอยู่กับผู้เดินทางไปราชการ
5.12 ผู้ติดตาม หมายถึง คนรับใช้หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งร่วมอาศัยอยู่กับข้าราชการผู้เดินทางเป็นการประจำ ทั้งในท้องที่ที่ตั้งสำนักงานแห่งเดิม และในท้องที่ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่
5.13 ผู้ทำหน้าที่เลขานุการ หมายถึง นายทหารสัญญาบัตร หรือข้าราชการ กลาโหมพลเรือนที่เทียบเท่าไม่เกินหนึ่งนาย ที่จะต้องปฏิบัติงานในระหว่างเดินทางร่วมกับ ผู้บังคับบัญชา ซึ่งรับเงินเดือน พันเอก อัตราเงินเดือน พันเอกพิเศษ ระดับ น.5 ชั้น 6 (อันดับ 2 เดิม) ขึ้นไป
5.14 อัตราตามสิทธิ หมายถึง อัตราค่าโดยสาร อัตราค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัว และจำนวนผู้ติดตาม ซึ่งผู้เดินทางมีสิทธิเบิกจ่าย จากงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตามระเบียบนี้
5.15 สัมภาระ หมายถึง สิ่งของส่วนตัว สิ่งของติดตัว รวมทั้งสิ่งอุปกรณ์ วัสดุและครุภัณฑ์
5.16 สิ่งของส่วนตัว หมายถึง สิ่งของต่าง ๆ นอกจากสิ่งของติดตัวซึ่งผู้ซึ่งเดินทางมีสิทธิจะนำไปได้ โดยต้องเสียค่าระวางบรรทุกด้วยงบประมาณการเคลื่อนย้าย และมีอัตรากำหนดไว้ในพระราชกฤษฏีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน หรือตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
5.17 สิ่งของติดตัว หมายถึง สิ่งของซึ่งผู้เดินทาง บุคคลในครอบครัวผู้เดินทางหรือผู้ติดตามนำติดตัวไป ตามอัตราซึ่งบริการขนส่งพาณิชย๎ได้กำหนดไว้ โดยไม่ต้องเสียค่าระวางบรรทุก
5.18 ใบแลกการขนส่ง หมายถึงเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการใช้บริการขนส่ง หลักฐานทางบัญชี และทางการเงิน ระหว่างกองทัพบก กับบริการขนส่งพาณิชย์ที่มีข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหม หรือกองทัพบกแล้ว
5.19 ใบแลกการขนส่งโดยสาร หมายถึง ใบแลกการขนส่งที่ใช้ในการโดยสาร
5.20 ใบแลกการขนส่งบรรทุก หมายถึง ใบแลกการขนส่งที่ใช้ในการบรรทุก
5.21 บริการขนส่งพาณิชย์ หมายถึง บริการที่รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทได้ทำความตกลงไว้กับกระทรวงกลาโหม หรือกองทัพบกแล้ว
5.22 การขนส่งทางรถไฟ หมายถึง การขนส่งด้วยรถไฟ ของบริการขนส่งพาณิชย์ หรือของทหาร
5.23 การขนส่งทางถนน หมายถึง การขนส่งด้วยรถยนต์ ของบริการขนส่งพาณิชย์ หรือของทหาร
5.24 การขนส่งทางน้ำหมายถึง การขนส่งด้วยเรือ ของบริการขนส่งพาณิชย์หรือของทหาร
5.25 การขนส่งทางอากาศ หมายถึง การขนส่งด้วยเครื่องบิน ของบริการขนส่งพาณิชย์ หรือของทหาร
5.26 การเดินทางข้ามสาย หมายถึง การเดินทางในคราวเดียวกัน โดยใช้บริการตั้งแต่สองสาย และหรือสองประเภทการขนส่งขึ้นไป ซึ่งต้องลงต่อยานพาหนะ ณ สถานีที่บริการขนส่งพาณิชย์กำหนด
5.27 บริการขนส่งร่วม หมายถึง บริการของบริการขนส่งพาณิชย์ ที่จัดให้มีการเสริมบริการให้ถึงปลายทาง
5.28 ภูมิลำเนาเดิม หมายถึงท้องที่ที่เริ่มรับราชการ กลับเข้ารับราชการใหม่ หรือได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างครั้งแรก หรือครั้งสุดท้ายแล้วแต่กรณี
5.29 เงินชดเชย หมายถึง เงินค่าพาหนะที่เหมาจ่ายให้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ การใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ
5.30 ยานพาหนะส่วนตัว หมายถึง รถยนต์ส่วนบุคคล จักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งมิใช่ของทางราชการ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นกรรมสิทธิของผู้เดินทางไปราชการหรือไม่ก็ตาม
5.31 ยานพาหนะประจำทาง หมายถึง ยานพาหนะที่ให้บริการในการขนส่งแก่บุคคลทั่วไปเป็นประจำ โดยมีเส้นทางประจำที่แน่นอน มีอัตราค่าโดยสาร และค่าระวางบรรทุกที่แน่นอนด้วย
หมวด 2
หน้าที่และความรับผิดชอบ
ข้อ 6. เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย มีหน้าที่และรับผิดชอบ
6.1 ให้ข้อเสนอแนะต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ในกิจการทั้งปวงอันเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย ซึ่งหน่วยนั้นรับผิดชอบ
6.2 สรุปความต้องการงบประมาณการเคลื่อนย้าย ของหน่วยรับการสนับสนุน และพิจารณาเสนอต่อ ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย
ข้อ 7. ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย มีหน้าที่รับผิดชอบ
7.1 พิจารณาความต้องการงบประมาณการเคลื่อนย้าย อันจำเป็นสำหรับหน่วยรับการสนับสนุน แล้วเสนอต่อ กรมการขนส่งทหารบก โดยมีหลักฐานแสดงปริมาณงาน และจำนวนเงินที่ต้องการโดยละเอียด ตามกำหนดเวลาที่ กรมการขนส่งทหารบกกำหนดขึ้น
7.2 เบิกจ่ายเงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้แก่หน่วยรับการสนับสนุนตามความเหมาะสม
7.3 ควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้เป็นไปตามงบประมาณ การเคลื่อนย้ายที่ได้รับ
7.4 ควบคุมหน่วยรับการสนับสนุน ให้ปฏิบัติตามกฏหมาย พระราชกฤษฏีกา กฏกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งอันเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย
7.5 เป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งเดินทาง ตามระเบียบนี้
ข้อ 8. กรมการขนส่งทหารบก มีหน้าที่รับผิดชอบ
8.1 ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายแก่ ผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการอื่น ๆ ตามความจำเป็น
8.2 รวบรวมความต้องการงบประมาณการเคลื่อนย้าย ของหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย แล้วพิจารณาความเหมาะสม เสนอต่อกองทัพบก ตามกำหนดเวลาที่สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบกกำหนดขึ้น
8.3กำหนดหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย และหน่วยรับการสนับสนุนขึ้นตามความเหมาะสม และแบ่งมอบงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตามขนาดของหน่วยและปริมาณงานของหน่วยนั้น ๆ
8.4 ดำเนินการ และควบคุม การใช้จ่ายงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้เป็นไปตาม กฏหมาย พระราชกฤษฏีกา กฏกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง อันเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย ให้ได้ผลดีแก่ทางราชการในทางประหยัด
ข้อ 9. กรมยุทโยธาทหารบก มีหน้าที่รับผิดชอบงบประมาณค่าทำหีบห่อเครื่องมือที่ใช้ในการทำหีบห่อ เพื่อส่ง และรับสิ่งอุปกรณ์ ตามระบบการส่งกำลังสิ่งอุปกรณ์ของกองทัพบก
ข้อ 10. หน่วยรักษาพยาบาลของกองทัพบก มีหน้าที่รับผิดชอบ
10.1 ระดับโรงพยาบาล ในกรณีบุคคลตามข้อ 12.4.8 ถึงแก่ความตาย ให้หน่วยรักษาพยาบาล ประสานกับหน่วยต้นสังกัด ญาติ หน่วยที่นำส่งทราบ และขอการเคลื่อนย้ายไปยังกรมการขนส่งทหารบกสำหรับส่วนกลาง และสำนักงานขนส่งสำหรับส่วนภูมิภาค เพื่อจัดการเคลื่อนย้ายศพให้ต่อไป
10.2 ระดับต่ำกว่าโรงพยาบาล ให้เป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบของหน่วยต้นสังกัด เป็นผู้ขอการเคลื่อนย้าย
ข้อ 11. สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก มีหน้าที่และรับผิดชอบ
11.1 พิจารณาความต้องการงบประมาณการเคลื่อนย้ายของหน่วยต่าง ๆ ที่ กรมการขนส่งทหารบก เสนอไปยังกองทัพบก
11.2 ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บัญชาการทหารบก ในการจัดสรรงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตามความเหมาะสมและประหยัด
11.3 ควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้เป็นไปตามกฏหมาย พระราชกฏษฏีกา กฏกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งอันเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย
หมวด 3
งบประมาณการเคลื่อนย้าย
ข้อ 12 การใช้เงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้ยึดถือหลักการ ดังต่อไปนี้.-
12.1เงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย จะใช้ได้เฉพาะในกิจการเคลื่อนย้ายสัมภาระ
ซึ่งจัดหาด้วยเงินงบประมาณ และหรือกิจการอันเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสิ่งอุปกรณ์ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากมิตรประเทศ ที่กองทัพบกได้รับเท่านั้น
12.2 สำหรับการเคลื่อนย้าย เพื่อกิจกรรมที่ดำเนินการ ด้วยเงินทุนหมุนเวียนหรือกิจกรรมที่ได้รับงบประมาณในการดำเนินการโดยเฉพาะ ให้รายงานขออนุมัติหลักการจากผู้บัญชาการทหารบกเสียก่อน เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงให้ดำเนินการเคลื่อนย้ายได้
12.3 กรณีโอนไปรับราชการต่างเหล่าทัพ หรือต่างกระทรวง ให้เบิกค่าเคลื่อนย้าย จากหน่วยต้นสังกัดเดิม
12.4 การใช้เงินงบประมาณการเคลื่อนย้าย ในการเดินทางไปราชการ ในราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้
12.4.1 การเดินทางไปปฏิบัติราชการตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา
12.4.2 การเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
12.4.3 การเดินทางไปช่วยราชการหรือการเดินทางไปรักษาราชการแทน
12.4.4 การเดินทาง และการส่งสิ่งอุปกรณ์เพื่อ ฝึก ศึกษา อบรมหรือสัมมนา ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
12.4.5 การเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมตามข้อ 29
12.4.6 การส่งสัมภาระตามระเบียบนี้
12.4.7การส่งบุคคลตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการตรวจและรักษาพยาบาล พ.ศ.2502 เว้นบุคคลในครอบครัว
12.4.8 การส่งบุคคลตามข้อ 12.4.7ซึ่งหายจากการเจ็บป่วย หรือถึงแก่ความตาย จากหน่วยรักษาพยาบาลกลับหน่วยต้นสังกัด หรือภูมิลำเนาของทายาท
12.4.9 การเดินทางไปสอบคัดเลือก หรือรับการคัดเลือก ตามที่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา
12.4.10 การเดินทางไปแข่งขันกีฬาระหว่างกระทรวง หรือการกีฬาแห่งชาติ
12.4.11 การเดินทางข้ามแดนชั่วคราว เพื่อไปปฏิบัติราชการในดินแดนต่างประเทศตามข้อตกลงระหว่างประเทศ
12.5หน่วยใดหรือผู้ใดใช้เงินงบประมาณการเคลื่อนย้ายนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้กรมการขนส่งทหารบกเรียกเงินคืนทันที และให้หน่วยที่ถูกเรียกเงินคืนนำเงินส่งให้กรมการขนส่งทหารบก ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่หน่วยได้รับแจ้งจาก กรมการขนส่งทหารบก
ข้อ 13 การสนับสนุนใบแลกการขนส่ง แก่หน่วยซึ่งได้รับงบประมาณการเคลื่อนย้ายพิเศษให้ ยึดถือหลักการดังต่อไปนี้
13.1 หน่วยขอรับการสนับสนุน จะต้องแสดงหลักฐานอนุมัติหลักการของกองทัพบก หรือหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายพิเศษอื่นใด ซึ่งระบุให้ กรมการขนส่งทหารบก หรือหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายออกใบแลกการขนส่งสนับสนุน
13.2 กรมการขนส่งทหารบก ดำเนินการส่งหลักฐานซึ่งให้การสนับสนุนพร้อมด้วยใบแจ้งหนี้ของบริการขนส่งพาณิชย์ ไปยังหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายพิเศษนั้น ๆ เพื่อดำเนินการชำระหนี้ตรงต่อบริการขนส่งพาณิชย์ แล้วยืนยันให้ กรมการขนส่งทหารบกทราบ
13.3 หน่วยใดหรือผู้ให้การสนับสนุน โดยไม่มีหลักฐานตามข้อ 13.1 จะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินตามใบแจ้งหนี้ของบริการขนส่งพาณิชย์นั้น ๆ โดยปฏิบัติตามข้อ 12.5
ข้อ 14 การรายงานสถานภาพงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ดังนี้
14.1 หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย รายงานยอดเงินงบประมาณการเคลื่อนย้ายที่ใช้ไปจริงในรอบเดือน โดยแยกเป็นค่าเคลื่อนย้ายที่ชำระด้วยใบแลกการขนส่ง และที่ชำระด้วยเงินสด ไปถึง กรมการขนส่งทหารบก ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป แบบ และวิธีเขียนตามตัวอย่าง ผนวก ก.
14.2 กรมการขนส่งทหารบก สรุปยอดรายงานสถานภาพงบประมาณ ค่าเคลื่อนย้าย ที่ใช้จริงเป็นระยะรอบ 3 เดือน ไปยังกองทัพบก ภายในเดือนถัดไป แบบ และวิธีเขียนตาม ตัวอย่าง ผนวก ข.
14.3 การสนับสนุนต่างเหล่าทัพ หรือส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ให้ หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายรายงานยอดเงินงบประมาณการเคลื่อนย้ายที่ใช้ไปจริงในรอบเดือน โดยแยกเป็นส่วนหนึ่งต่างหากส่งไปยัง กรมการขนส่งทหารบก เช่นเดียวกับข้อ 14.1 แล้วให้ กรมการขนส่งทหารบก ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการใช้ใบแลกการขนส่งในการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2510 ต่อไป
ข้อ 15 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณการเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
15.1 ค่าเคลื่อนย้ายที่ชำระด้วยเงินสด ให้หน่วยเจ้าของ งบประมาณการเคลื่อนย้าย ตั้งฏีกาเบิกต่อ กรมการเงินทหารบก คลังจังหวัด หรือคลังอำเภอ ที่หน่วยนั้นตั้งอยู่ เช่นเดียวกับเงินประเภทอื่น ๆ
15.2 ค่าเคลื่อนย้ายที่ชำระด้วยใบแลกการขนส่ง ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายส่งใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3พร้อมด้วยหน้างบประจำเดือน และสำเนาคำสั่งเดินทาง หรือใบขอการขนส่งแล้วแต่กรณีไปถึง กรมการขนส่งทหารบก ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป แบบและวิธีเขียน ตามตัวอย่าง ผนวก ค. เมื่อ กรมการขนส่งทหารบก ตรวจสอบยอดถูกต้องตรงกับใบแลกการขนส่งฉบับที่ 2 ซึ่งบริการขนส่งพาณิชย์ส่งมาพร้อมกับใบแจ้งหนี้แล้ว ให้ตั้งฏีกาขอเบิกเงินจาก กรมการเงินทหารบก ไปชำระให้แก่บริการขนส่งพาณิชย์นั้นต่อไป
ข้อ 16 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณค่าเคลื่อนย้ายให้แก่ที่ปรึกษาทางการทหาร
16.1 การรายงานสถานภาพงบประมารค่าเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 14.1 แต่ให้แยกออกเป็นอีกรายงานหนึ่งโดยเฉพาะ
16.2 ผู้ที่ประจำอยู่ในส่วนภูมิภาค ให้ปฏิบัติดังนี้
16.2.1 การเบิกจ่ายเงินค่าเคลื่อนย้าย ที่ชำระด้วยเงินสด ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตั้งฏีกาเบิกตรงกับ กรมการขนส่งทหารบก เมื่อ กรมการขนส่งทหารบกได้รวบรวมฏีกาของหน่วยแล้วให้เบิกตรงต่อ กรมข่าวทหารบก
16.2.2 การเบิกจ่ายค่าเคลื่อนย้ายที่ชำระด้วยใบแลกการขนส่ง ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ15.2 เมื่อกรมการขนส่งทหารบกได้ตรวจ
สอบยอดถูกต้องกับใบแลกการขนส่ง ฉบับที่2 ซึ่งบริการขนส่งพาณิชย์ ส่งมาพร้อมกับใบแจ้งหนี้แล้ว ให้ตั้งฏีกาเบิกเงินตามข้อ 16.2.1 ไปชำระให้แก่บริการขนส่งพาณิชย์นั้น ต่อไป
16.3 ผู้ที่ประจำอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ขอใช้ใบแลกการขนส่งจาก กรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด
ข้อ 17 การจัดหาและการแจกจ่ายใบแลกการขนส่ง
17.1 ให้กรมการขนส่งทหารบกจัดหาใบแลกการขนส่งด้วยงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในกองทัพบก
17.2 ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย เบิกใบแลกการขนส่งจาก กรมการขนส่งทหารบก
ข้อ 18 การจัดหาแจกจ่ายสมุดอัตรา และระเบียบการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายให้ กรมการขนส่งทหารบก จัดหาและแจกจ่าย สมุดอัตราและสมุดระเบียบการต่างๆ ของบริการขนส่งพาณิชย์
ให้เพียงพอสำหรับใช้ในกองทัพบกด้วยงบประมาณการเคลื่อนย้าย
ข้อ 19 การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
19.1 หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายใด ที่มีอัตราสำนักงานขนส่งระบุไว้ให้ผู้บังคับหน่วยนั้น แต่งตั้งนายทหารขนส่ง เป็นเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
19.2 หน่วยเจ้าของงบประมารการเคลื่อนย้ายใด ไม่มีอัตรา หรือไม่บรรจุนายทหารขนส่ง ให้ผู้บังคับหน่วยนั้นแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร ขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
19.3 เมื่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายใด ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ จัดการเคลื่อนย้าย ประจำหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายขึ้นแล้ว ให้ส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้งพร้อมด้วยตัวอย่างลายมือชื่อ ของเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ไปยัง กรมการขนส่งทหารบก จำนวน 7 ชุด แบบและวิธีเขียนตามตัวอย่าง ผนวก ง.
หมวด 4
การจัดการเดินทาง
ข้อ 20 รายงานการเดินทาง ให้ปฏิบัติ ดังนี้
20.1 กรณีบุคคลหรือหน่วยที่จะเดินทางไปปฏิบัติราชการ ซึ่งมีผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายเป็นผู้บังคับบัญชา ให้รายงานตามสายการบังคับบัญชา ถึงผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายนั้น เพื่อออกคำสั่งเดินทางต่อไป
20.2กรณีบุคคลหรือหน่วยนอกจากข้อ20.1 ให้รายงานตามสายการบังคับบัญชา จนถึงหน่วยรับการสนับสนุน แล้วให้ผู้บังคับหน่วยรับการสนับสนุนนั้น เสนอต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย เพื่อออกคำสั่งเดินทางต่อไป
20.3 รายงานการเดินทางตามข้อ 20.1 หรือ 20.2 ให้ผ่านนายทหารงบประมาณของหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย แบบและวิธีเขียนรายงานการเดินทางเพื่อไปราชการชั่วคราว ตามตัวอย่าง ผนวก จ.
20.3.1 ในรายการเดินทางฉบับเดียวกันนั้นหากจะต้องแยกเดินทางเป็นชุด ๆ ก็ดีหรือมีการเปลี่ยนแปลง ประเภทการขนส่งก่อนถึงปลายทางก็ดี จะต้องทำบัญชีรายละเอียดประกอบรายงานการเดินทาง เพื่อแสดงให้ชัดเจนเกี่ยวกับการเดินทางในครั้งนั้นว่า ใครเดินทางจากที่ใดไปยังที่ใด โดยประเภทการขนส่งอะไร เมื่อใด โดยใช้ แบบ และวิธีเขียน ตามตัวอย่างอนุผนวก 1.ประกอบผนวก จ. และให้ใช้อนุผนวก 1. นี้ประกอบคำสั่งเดินทางด้วย
20.3.2 ผู้ที่เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือน ในรายงานการเดินทางจะต้อง ระบุตำแหน่ง ระดับ และอัตราเงินเดือนในปัจจุบันให้ใช้สิทธิตามที่ได้ระบุไว้นั้น
20.3.3 นายทหารสัญญาบัตรยศพันเอก ซึ่งได้รับเงินเดือนอัตราพันเอกพิเศษ ต้องระบุในรายการเดินทางด้วยว่า ได้รับเงินเดือนอัตราพันเอกพิเศษ ระดับใด ชั้นใด ด้วย
20.4แบบ และวิธีเขียนรายงานการเดินทางเพื่อไปประจำต่างสำนักงาน และเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ตามตัวอย่าง ผนวก ฉ. และให้ปฏิบัติตามข้อ 20.3.2 และข้อ 20.3.3 โดยอนุโลม
20.5 รายงานการเดินทางเพื่อเคลื่อนย้ายหน่วย ให้ดำเนินการตามระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการขอใช้ยานพาหนะเพื่อการขนส่ง พ.ศ.2500
20.6 การเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน และเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมถ้าผู้เดินทางนำบิดามารดาของตน บิดามารดาของคู่สมรส บุตรและบุตรที่บรรลุนิติภาวะไปด้วย ให้ผู้เดินทางแนบสำเนาทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรอง ของผู้บังคับบัญชา เพื่อแสดงว่าเป็นบุคคลในครอบครัวซึ่งอยู่ในอุปการะของผู้เดินทางจำนวน 2 ฉบับ ไปพร้อมกับรายงานการเดินทางด้วย
ข้อ 21 คำสั่งเดินทาง เมื่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ได้อนุมัติในรายงานเดินทางแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้
21.1 ออกคำสั่งเดินทาง ก่อนเวลาเริ่มเดินทางพอให้มีเวลาเตรียมการได้ทัน และสำเนาคำสั่งเดินทาง ให้มีจำนวนเพียงพอ และมอบให้ผู้เดินทางในครั้งคราวนั้นด้วย
21.2 ในกรณีเร่งด่วน ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ดำเนินการให้เดินทางไปก่อนได้ แต่ต้องออกคำสั่งเดินทาง เพื่อเป็นการยืนยัน และส่งสำเนาคำสั่งเดินทางไปให้ภายหลัง
21.3 คำสั่งเดินทาง ควรมีหัวข้อดังต่อไปนี้
21.3.1 ที่คำสั่ง วันที่สั่งการของผู้บังคับบัญชา และภารกิจ
21.3.2 หมายเลขบัญชีหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย
21.3.3 ยศ ชื่อ รับเงินเดือนระดับชั้นของผู้เดินทาง
21.3.4 ผู้อำนวยการเดินทาง ในกรณีเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน หากแบ่งการเดินทางออกเป็น 2 คราว โดยคราวที่ 2 บุคคลในครอบครัว เป็นผู้อำนวยการเดินทางจะต้องระบุในคำสั่งเดินทางด้วยว่า มีความสัมพันธ์กับผู้เดินทางอย่างไร เดินทางตามคำสั่งกองทัพบก ซึ่งให้ย้ายไปประจำต่างสำนักงานที่เท่าใด และเดินทางครั้งแรกเมื่อใด ตามคำสั่งเดินทาง ของผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายที่เท่าใด
21.3.5 ชื่อบุคคลในครอบครัวผู้เดินทาง ให้แจ้งความสัมพันธ์กับผู้เดินทาง หากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ให้แจ้งอายุ และความสูงด้วย
21.3.6 วันเวลาเดินทาง
21.3.7 วันเวลาเดินทางกลับ (ถ้ามี)
21.3.8 ประเภทการขนส่ง
21.3.9 ตำบลต้นทาง
21.3.10 ตำบลปลายทาง
21.3.11 สิ่งของส่วนตัวมีสิทธิเหมาจ่ายระยะทาง....กม.เป็นเงิน....บาท
21.3.12 ข้อปฏิบัติในการโอนจ่ายงบประมาณการเคลื่อนย้าย
21.3.13 ประเภทงบประมาณ และรหัสงบประมาณ หากเป็นงบประมาณพิเศษ ให้ปฏิบัติตามข้อ 13.
21.3.14 ข้อกำหนดอื่น ๆ
21.4 กรณีผู้เดินทางมีความจำเป็นต้องเลื่อน หรือร่นเวลาเดินทาง หรือเปลี่ยนประเภทการขนส่ง จากวันเวลา และประเภทการขนส่ง ที่ปรากฏในคำสั่งเดินทาง ให้ผู้เดินทางรายงานขออนุมัติเลื่อน หรือร่น วัน เวลา หรือประเภทการขนส่ง ต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย และให้แนบหลักฐานการอนุมัติประกอบคำสั่งเดินทางด้วย
21.5 วันที่เดินทาง ที่ลงในใบแลกการขนส่งโดยสารจะต้องตรงกับวันที่เดินทางซึ่งกำหนดไว้ในคำสั่งเดินทางทุกครั้ง หากไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ให้ผู้เดินทางรับผิดชอบตาม
ข้อ 12.5
ข้อ 22. กรรมวิธีเมื่อได้รับคำสั่งเดินทาง
22.1 ผู้เดินทางจะต้องปฏิบัติดังนี้
22.1.1 มอบสำเนาคำสั่งเดินทางให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย 3 ชุด
22.1.2 ตกลงรายละเอียดในการเดินทางกับเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
22.2 เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย จะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางหรือหน่วยเดินทางให้ปฏิบัติภารกิจได้โดย
22.2.1 เลือกใช้ประเภทการขนส่งที่เหมาะสมและประหยัด
22.2.2 ออกใบแลกการขนส่งโดยสาร และเปลี่ยนเป็นบัตรโดยสาร ของบริการขนส่งพาณิชย์ พร้อมกับจองที่นั่งที่นอน และบริการอื่น ๆ ตามความจำเป็น หากเป็นการเดินทางด้วยบริการขนส่งพาณิชย์ ที่ไม่มีข้อตกลงกับ กระทรวงกลาโหม หรือกองทัพบก ให้ผู้เดินทางรองจ่ายเงินค่าเคลื่อนย้ายไปก่อน
22.2.3 ตกลงกำหนดนัดหมาย รายละเอียดกับผู้เดินทาง หรือหน่วยเดินทาง
22.2.4การให้การสนับสนุนแก่ผู้เดินทางต่างเหล่าทัพ หรือส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการใช้ใบแลกการขนส่ง ในการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2510
22.2.5 เมื่อแลกบัตรโดยสาร แล้วไม่ได้เดินทาง ให้นำบัตรโดยสารไปเขียนคำร้องขอคืนเงินค่าโดยสาร ต่อนายสถานีบริการขนส่งพาณิชย์นั้น และให้นำสำเนาคำร้องไปคืนให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายปฏิบัติตามข้อ 15.2 พร้อมสำเนาคำร้องขอคืนเงิน 2 ฉบับ
ข้อ 23. การเลือกประเภทการขนส่งให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย เลือกใช้ประเภทการขนส่ง และกำหนดความเร่งด่วน ในการเดินทางให้เหมาะสมกับภารกิจในทางที่ประหยัด โดยใช้เส้นทางที่สั้น และตรงรวมทั้งการเดินทางข้ามสาย ตามระเบียบริการขนส่งพาณิชย์กำหนด
ข้อ24. การคำนวณระยะทาง ให้ถือหลักการเดินทางในเส้นทางที่สั้น และตรงซึ่งสามารถเดินทางได้สะดวก โดยใช้เส้นทางตามเส้นทางของกรมทางหลวง หากไม่มีระยะทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของการทางอื่นที่ตัดผ่าน เช่น ระยะทางของเทศบาลในกรณีที่ไม่มีระยะทางของกรมทางหลวง และของการทางอื่น ให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทาง
ข้อ 25. อัตราค่าโดยสารภายในประเทศ การเดินทางภายในประเทศ ให้เบิกค่าโดยสารได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้
25.1 ชั้นที่1 สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งได้รับเงินเดือนระดับ น.2 ขึ้นไปหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ 5 ขึ้นไปหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
25.2 ชั้นที่ 2 สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งได้รับเงินเดือนระดับ น.1 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ 3 ขึ้นไปหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
25.3 ชั้นที่ 3 สำหรับนายทหารประทวน ซึ่งได้รับเงินเดือนระดับ ป.1 - ป.2 และพลทหารกองประจำการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม พลทหารประจำการ(พลอาสาสมัคร) ซึ่งได้รับเงินเดือน ระดับ พ.1 - พ.2 หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ1- 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า หรือผู้ติดตามที่ผู้เดินทางนำไปด้วย แต่ถ้ายานพาหนะเที่ยวที่เดินทางนั้น ไม่มีชั้นที่ 3 ก็ให้โดยสารชั้นที่ 2 ได้
25.4 การเดินทางไปปฏิบัติราชการชั่วคราว หรือเดินทางไปช่วยราชการ จะเบิกค่าเคลื่อนย้ายสำหรับบุคคลในครอบครัว และค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวไม่ได้
25.5 การเดินทางไปราชการ โดยปกติให้ใช้ยานพาหนะประจำทาง และให้เบิกค่าพาหนะได้โดยประหยัด ในกรณีไม่มียานพาหนะประจำทางหรือมีแต่ต้องการความรวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการให้ใช้ยานพาหนะอื่นได้ แต่ผู้เดินทางจะต้องชี้แจงเหตุผล และความจำเป็นไว้ในรายงานการเดินทางหรือหลักฐานการขอเบิกค่าพาหนะนั้นหรือ หากจะใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ ให้รายงานขออนุมัติต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย โดยใช้ผนวก จ.หรือ ผนวก ฉ. และให้เบิกเงินชดเชยได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
25.6สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งได้รับเงินเดือนระดับ น.3 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ 6 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างได้ ดังต่อไปนี้
25.6.1 การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ที่พัก หรือสถานที่ปฏิบัติราชการ กับสถานียานพาหนะประจำทาง หรือกับสถานที่จัดยานพาหนะที่ต้องใช้ในการเดินทางไปยังสถานปฏิบัติราชการภายในเขตจังหวัดเดียวกัน
25.6.2 ถ้าการเดินทางดังกล่าวตามข้อ 25.6.1 ต้องเดินข้ามเขตจังหวัดให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
25.6.3การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ที่พัก กับสถานที่ปฏิบัตราชการ ภายในเขตจังหวัดเดียวกัน วันละไม่เกิน 2 เที่ยว
25.6.4 การเดินทางไปราชการในกรุงเทพมหานคร
25.6.5 ผู้ซึ่งไม่มีสิทธิเบิกค่าพาหนะตามข้อ25.6 ถ้าต้องนำสัมภาระในการเดินทางหรือต้องนำสิ่งของเครื่องใช้ของทางราชการไปด้วย และเป็นเหตุให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางโดยยานพาหนะประจำทาง ให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างได้ โดยให้ชี้แจงเหตุผล และความจำเป็นไว้ในรายงานการเดินทางหรือหลักฐานขอเบิกค่าพาหนะนั้น
25.6.6 การเดินทางไปสอบคัดเลือก หรือรับการคัดเลือกผู้เดินทางจะเบิกค่าพาหนะรับจ้างตามข้อ 25.6.3 ไม่ได้
25.7 ผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่เลขานุการ เพียงหนึ่งคนในระหว่างเดินทางกับผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีหน้าที่รับรองชาวต่างประเทศ หรือผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่างประเทศในการเดินทาง ให้โดยสารชั้นเดียวกับผู้บังคับบัญชา หรือชาวต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ชาวต่างประเทศนั้น
25.8 เด็กอายุไม่เกิน 3 ปีบริบูรณ์ และสูงไม่เกิน 100 เซ็นติเมตร เบิกค่าโดยสารไม่ได้ เว้นระเบียบของบริการขนส่งพาณิชย์บังคับให้เสียค่าโดยสาร
25.9 เด็กอายุเกิน 3 ปีบริบรูณ์ ถึง 12 ปีบริบูรณ์ สูงไม่เกิน 150 เซ็นติเมตร เดินทางโดยรถไฟ ให้เบิกค่าโดยสารได้ครึ่งราคาของอัตราผู้ใหญ่ ตามชั้นที่โดยสาร ส่วนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้เบิกเต็มราคา หากเป็นการเดินทางด้วยบริการขนส่งพาณิชย์อื่น ๆ ให้เบิกค่าโดยสารได้เท่าที่จ่ายจริงและโดยประหยัด
25.10 การเดินทางโดยรถยนต์โดยสารประจำทาง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
25.10.1รถโดยสารธรรมดา รถโดยสารประจำทางลักษณะรถมาตรฐาน 2 (รถโดยสารปรับอากาศชั้น2) รถโดยสารประจำทางลักษณะรถมาตรฐาน 1 (ข)(รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1) สำหรับพลทหารกองประจำการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม พลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) ซึ่งรับเงินเดือนระดับพ.1,พ.2นายทหารประทวนซึ่งรับเงินเดือน ระดับ ป.1,ป.2 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1 ขึ้นไปหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
25.10.2 รถโดยสารประจำทางลักษณะรถมาตรฐาน 1 (ก) รถโดยสาร
ปรับอากาศชั้น 1 (ชนิดไม่เกิน 24 ที่นั่ง) สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือน ระดับ น.2 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
25.11การเดินทางโดยเรือกลเดินประจำทาง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
25.11.1 ชั้นที่3 สำหรับพลทหารกองประจำการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม พลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) ซึ่งรับเงินเดือนระดับ พ.1,พ.2 นายทหารประทวนซึ่งรับเงินเดือน ป.1,ป.2 หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1 ถึงระดับ 2 หรือ ตำแหน่งที่เทียบเท่า แต่ถ้าในเที่ยวที่เดินทางนั้นไม่มีชั้นที่ 3 ก็ให้โดยสารชั้นที่ 2 ได้
25.11.2 ชั้นที่ 2สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือนระดับน.1ขึ้นไปหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
25.11.3 ชั้นที่ 1สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือนระดับน.3หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
25.12 การเดินทางโดยเรือกลเดินประจำทางประเภทที่ใช้ระบบโฮเวอร์คราฟ หรือระบบไฮโดรฟอยด์ หรือระบบที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันให้เบิกค่าพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริงสำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.3 ขึ้นไป หรือข้าราชการ
กลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า และให้แนบบัตรโดยสารรที่ใช้แล้ว (กากตั๋ว) หรือหลักฐานการจ่ายเงินค่าพาหนะดังกล่าวในการเบิกเงินด้วย
ข้อ 26. การเดินทางไปราชการโดยรถไฟ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
26.1 รถธรรมดา
26.1.1 รถชั้นที่ 3 สำหรับพลทหารกองประจำการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม พลทหารประจำการ(พลอาสาสมัคร)ซึ่งรับเงินเดือนระดับ พ.1,พ.2 นายทหารประทวนซึ่งรับเงินเดือนระดับ ป.1,ป.2 หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1 ถึงระดับ 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.1.2 รถชั้นที่ 2 สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.1ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.2 รถเร็ว
26.2.1 รถชั้นที่ 3 หรือ รถชั้นที่ 3 นั่งปรับอากาศ (บชส.ป.) สำหรับพลทหารกองประจำการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม พลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) ซึ่งรับเงินเดือนระดับ พ.1,พ.2 นายทหารประทวนซึ่งรับเงินเดือนระดับ ป.1,ป.2 หรือข้าราชการ กลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1 ถึงระดับ 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.2.2 รถชั้นที่ 2 นั่งธรรมดา (บชท.) หรือนั่งปรับอากาศ (บชท.ป.)หรือ นั่งนอนธรรมดา (บนท.) สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.1 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.2.3 รถชั้นที่ 2 นั่งนอนปรับอากาศ (บนท.ป.) สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือน ระดับ น.2 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.3 รถด่วนหรือรถด่วนพิเศษ
26.3.1 รถชั้นที่ 3 สำหรับพลทหารกองประจำการ นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม พลทหารประจำการ (พลอาสาสมัคร) ซึ่งรับเงินเดือนระดับ พ.1,พ.2 นายทหารประทวนซึ่งรับเงินเดือน ระดับ ป.1,ป.2 หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1 ถึงระดับ 2 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ถ้าในเที่ยวที่เดินทางไม่มีชั้นที่ 3 ก็ให้โดยสารชั้นที่ 2 นั่งธรรมดา (บชท.) ได้
26.3.2 รถชั้นที่ 2 นั่งธรรมดา (บชท.) หรือนั่งปรับอากาศ (บชท.ป.) หรือนั่งนอนธรรมดา (บนท.) สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.1 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.3.3 รถชั้นที่ 2 นั่งนอนปรับอากาศ (บนท.ป.) สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.2 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ 5 ขึ้นไปหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
26.3.4 รถชั้นที่ 1 นั่งนอนปรับอากาศ (บนอ.ป.) สำหรับข้าราชการทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือน ระดับ น. 4 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 7 ขึ้นไปหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
ข้อ 27. การเดินทางไปราชการโดยเครื่องบิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
27.1 นายทหารสัญญาบัตรซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.3 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 6 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ให้เดินทางโดยเครื่องบินได้
27.2 ข้าราชการหรือลูกจ้างนอกจากข้อ 27.1 ให้เดินทางได้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ
27.3การเดินทางซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามข้อ 27.1 หรือข้อ 27.2 จะเบิกค่าใช้จ่ายได้ไม่เกินค่าพาหนะในการเดินทางภาคพื้นดินในระยะเดียวกัน ตามสิทธิซึ่งผู้เดินทางพึงเบิกได้
27.4การเดินทางไปประจำต่างสำนักงานให้พิจารณาใช้ยานพาหนะทางภาคพื้นดินก่อน เว้นกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วนให้เดินทางโดยเครื่องบินได้
27.5 การเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมห้ามเดินทางโดยเครื่องบิน
27.6 ชั้นหนึ่ง สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งได้รับเงินเดือนพลตรี ระดับ น.6 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับ 10 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
27.7 ชั้นระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นต่ำสุด สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือนพันเอก อัตราเงินเดือน พันเอกพิเศษระดับ น.5 ชั้น 6 (อันดับ 2 เดิม) ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ซึ่งดำรงตำแหน่งระดับ 9 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
27.8 ชั้นต่ำสุด สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งระดับชั้นหรือยศนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 27.6 และ 27.7
27.9 ในกรณีที่เครื่องบินใช้ในการเดินทางไม่มีชั้นระหว่างชั้นที่หนึ่งกับชั้นต่ำสุด ให้ผู้รับเงินเดือนระดับหรือตำแหน่งตามข้อ 27.7 เดินทางโดยชั้นหนึ่ง
ข้อ 28.ในการเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน และการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ผู้เดินทางมีสิทธินำผู้ติดตามไปได้ ตามจำนวนดังต่อไปนี้
28.1นายทหารสัญญาบัตรซึ่งได้รับเงินเดือนระดับ น.3 ลงมา หรือนายทหารประทวนรับเงินเดือนระดับ ป.1 - ป.2 หรือพลทหารรับเงินเดือนระดับ พ.1 - พ.2 หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 6 ลงมา หรือตำแหน่งที่เทียบเท่านำไปได้ 1 คน
28.2นายทหารสัญญาบัตรซึ่งได้รับเงินเดือนระดับน.4 ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับ 7 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า นำไปได้ไม่เกิน 2 คน
ข้อ 29 หลักเกณฑ์การเบิกค่าเคลื่อนย้ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม
29.1 การเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ให้หมายความถึง การเดินทางเพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมของผู้เดินทางไปราชการประจำในกรณีที่ออกจากราชการหรือถูกสั่งพักราชการ
29.2 ข้าราชการ ซึ่งออกจากราชการหรือลูกจ้างซึ่งทางราชการเลิกจ้างเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับตนเอง และบุคคลในครอบครัวได้เฉพาะค่าโดยสารและค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัว เพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมของข้าราชการหรือลูกจ้างผู้นั้น ตามอัตราสำหรับตำแหน่งระดับชั้นเงินเดือนครั้งสุดท้าย ก่อนออกจากราชการหรือเลิกจ้าง
29.2.1ในกรณีที่ข้าราชการหรือลูกจ้างถึงแก่ความตายให้สิทธิในการเบิก ค่าใช้จ่ายตามข้อ 29.2 ตกแก่ทายาทผู้ใดผู้หนึ่งที่อยู่กับข้าราชการหรือลูกจ้างขณะถึงแก่ความตาย 29.2.2ในกรณีที่ไม่มีทายาทที่อยู่กับข้าราชการหรือลูกจ้างขณะถึงแก่ความตาย หรือมีทายาทแต่ไม่สามารถจัดการได้ ให้สิทธิในการเบิกค่าใช้จ่ายตามข้อ 29.2 ตกแก่ทายาทผู้ใดผู้หนึ่งที่มิได้ไปอยู่ด้วย ถ้าทายาทผู้นั้นต้องเดินทางไปจัดการดังกล่าว ให้เบิกค่าใช้จ่ายตามข้อ 29.2 สำหรับตนเองได้เฉพาะการเดินทางกลับ
29.2.3 การเดินทางและการขนย้ายสิ่งของส่วนตัวตามข้อ 29.2 ให้กระทำภายใน 180 วัน นับแต่วันออกจากราชการ เลิกจ้างหรือตาย ถ้าเกินต้องได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลังก่อน
29.3 ข้าราชการซึ่งถูกสั่งพักราชการหรือลูกจ้างซึ่งถูกสั่งพักการจ้าง จะเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับ ตนเองและบุคคลในครอบครัวได้เฉพาะค่าโดยสารและค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัว เพื่อกลับภูมิลำเนาเดิมของข้าราชการหรือลูกจ้างผู้นั้น โดยจะไม่รอให้ผลการสอบสวนถึงที่สุดก็ได้
29.4ในกรณีที่ผู้มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมตามข้อ 29.2 และข้อ 29.3 จะขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังท้องที่อื่น ซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาเดิมโดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่สูงกว่าให้กระทำได้ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย
29.5การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ในกรณีที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้หารือไปยังกรมการขนส่งทหารบกเสียก่อน เพื่อจะได้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังต่อไป
ข้อ 30. การเดินทางของบุคคลในครอบครัว
30.1 การเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน หรือการเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ปฏิบัติตามข้อ 27.4 หรือข้อ 27.5
30.2 ถ้าผู้เดินทางไม่สามารถนำบุคคลในครอบครัวไปในคราวเดียวกันได้ ให้ผู้เดินทางรายงานชี้แจงเหตุผลความจำเป็น และกำหนดเวลาที่จะเลื่อนการเดินทางต่อผู้บังคับบัญชา จนถึงผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย โดยให้แบ่งการเดินทางได้ไม่เกิน 2 คราว
30.3 การเดินทางในคราวที่ 2 หากไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ปรากฏในคำสั่งให้ไปประจำต่างสำนักงาน ให้อยู่ในอำนาจอนุมัติของผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย แต่ถ้าเกินกำหนดนี้ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย รายงานขออนุมัติจากเจ้ากรมการขนส่งทหารบก และให้เจ้ากรมการขนส่งทหารบก มีอำนาจอนุมัติให้เลื่อนการเดินทางได้ภายในกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่กำหนดในคำสั่งให้ไปประจำต่างสำนักงาน
30.4 ผู้เดินทางไม่มีสิทธิเบิกค่าเคลื่อนย้าย ในการเดินทางไปรับบุคคลในครอบครัว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ
30.5 การขออนุมัติเลื่อนการเดินทางคราวที่สอง จากเจ้ากรมการขนส่งทหารบกตาม ข้อ 30.3 ให้ดำเนินการดังนี้
30.5.1 ต้องแจ้งเหตุผลหรือความจำเป็นที่ไม่สามารถนำบุคคลในครอบครัวไปในคราวเดียวกันได้
30.5.2 ต้องแนบสำเนาคำสั่งเดินทางครั้งแรกและคำสั่งให้ไปประจำต่างสำนักงาน พร้อมกับรายงานขออนุมัติเลื่อนการเดินทาง
30.6 บุตรที่อยู่ในขอบเขตที่จะเบิกค่าพาหนะเดินทางได้ มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
30.6.1 เป็นบุตรที่อยู่ในอุปการะ และ มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในบ้านเดียวกัน
30.6.2 เป็นบุตรที่ยังมิได้ทำการสมรสหรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ
30.6.3 เป็นบุตรที่ยังมิได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง
30.6.4 เป็นบุตรซึ่งไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถตามคำสั่งศาล
30.6.5 บุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ 30.6.4 ต้องระบุความจำเป็นที่ต้องอยู่ในอุปการะ
30.7 การรายงานสถานภาพงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตามข้อ 14.1 สำหรับการเดินทางคราวที่สอง จะต้องแนบหลักฐานอนุมัติเลื่อนการเดินทางจากเจ้ากรมการขนส่งทหารบก และหลักฐานตามข้อ 30.5.2ไปพร้อมกับใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3 ด้วย จำนวน 2 ฉบับ
30.8 อัตราค่าพาหนะค่าธรรมเนียม และอื่น ๆ สำหรับบุคคลในครอบครัว ให้เบิกได้ในอัตราเดียวกับผู้เดินทาง สำหรับผู้ติดตามให้เบิกในอัตราชั้นต่ำสุด
30.9 การเดินทางข้ามสาย ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ออกใบแลกการขนส่งโดยสารเป็น 2 ชุด และมอบให้ผู้เดินทางไปแลกบัตรโดยสารเองเมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้นำใบแลกการขนส่งโดยสารฉบับที่ 3 - 4 ทั้ง 2 ชุดคืนเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายภายใน 7 วัน หากไม่นำส่งคืนให้ปฏิบัติตามข้อ 12.5
ข้อ 31. หลักเกณฑ์การเคลื่อนย้ายในกรณีพิเศษ ให้ปฏิบัติดังนี้
31.1ในการส่งผู้เจ็บป่วยตามสายแพทย์ผู้เจ็บป่วยซึ่งต้องมารับการรักษาพยาบาล ตามสายการแพทย์ที่กำหนดไว้ในข้อ 12.4.7 และ 12.4.8 ให้เดินทางได้ตามกำหนดไว้ในข้อ 25 หากผู้เจ็บป่วยซึ่งแพทย์ของทางราชการลงความเห็นว่า มีอาการหนักมากหรืออยู่ในขั้นอันตรายหรือมีความจำเป็นต้องเลื่อนชั้นโดยสารให้สูงขึ้น หรือเปลี่ยนประเภทการขนส่ง ให้รายงานขออนุมัติเลื่อนชั้นโดยสารต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย พร้อมกับแนบใบรับรองความเห็นแพทย์นั้นไปด้วย
31.2ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าผู้เจ็บป่วยตามข้อ 31.1 มีความจำเป็นจะต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาลโดยสารหรือใช้ประเภทการขนส่งชั้นเดียวหรือประเภทเดียวกับผู้เจ็บป่วย
31.3การนำผู้ต้องหาที่มียศต่ำกว่าผู้ควบคุม ให้เลื่อนชั้นโดยสารสำหรับผู้ต้องหา เป็นชั้นเดียวกับผู้ควบคุมได้ โดยรายงานขออนุมัติเลื่อนชั้นโดยสารต่อผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ระดับผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ผู้บังคับการจังหวัดทหารบก หรือผู้บังคับการจังหวัดทหารบกส่วนแยก และให้แนบหลักฐานอนุมัตินั้นเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายค่าเคลื่อนย้ายด้วย
ข้อ 32. สิทธิในการเคลื่อนย้ายของที่ปรึกษาทางการทหาร
32.1 นายทหารสัญญาบัตรหรือเทียบเท่า ให้เดินทางด้วยอัตราค่าโดยสารชั้นที่ 1
32.2 นายทหารประทวน และพลทหารหรือเทียบเท่า ให้เดินทางด้วยอัตราค่าโดยสารชั้นที่ 2
32.3 ในกรณีเดินทางโดยรถไฟขบวนรถด่วนพิเศษ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
32.3.1 นายทหารสัญญาบัตรหรือเทียบเท่าให้ใช้รถชั้นที่ 2 นั่งนอนปรับอากาศ (บนท.ป.)
32.3.2 นายทหารประทวนและพลทหารหรือเทียบเท่า ให้ใช้รถชั้นที่ 2 นั่งนอนธรรมดา (บนท.)
32.3.3 การใช้รถชั้นที่ 1 นั่งนอนปรับอากาศ (บนอ.ป.) ให้ถือหลักเกณฑ์ที่ข้าราชการไทยในชั้นยศเดียวกันได้รับอยู่
หมวดที่ 5
การจัดสิ่งอุปกรณ์ สัตว์ และสิ่งของส่วนตัว
ข้อ 33 การส่งสิ่งอุปกรณ์และสัตว์ของกองทัพบก ให้ปฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการส่งและรับสิ่งอุปกรณ์ พ.ศ.2500
ข้อ 34. การใช้บริการขนส่งพาณิชย์ ในเส้นทางใดมีบริการขนส่งพาณิชย์ ที่มีข้อตกลงกับ กระทรวงกลาโหมหรือกองทัพบกแล้วให้ใช้บริการขนส่งพาณิชย์นั้น เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นและสมควรจึงใช้ยานพาหนะอื่นได้
ข้อ 35. การจัดส่งสิงอุปกรณ์ที่จะนำไปปฏิบัติราชการพร้อมผู้เดินทาง ให้ปฏิบัติ ดังนี้
35.1 ผู้เดินทางจะต้องทำหีบห่อสิ่งอุปกรณ์ให้มั่นคงพอที่จะรักษาความปลอดภัยในระหว่างการจัดส่งได้
35.2 ผู้เดินทางจะต้องทำเครื่องหมายหีบห่อ และแจ้งขนาดน้ำหนัก จำนวนหีบห่อแก่เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
35.3 ผู้เดินทางต้องรวบรวมสิ่งอุปกรณ์ไว้แห่งเดียวกัน เพื่อสะดวกแก่การขนส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
35.4เมื่อเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ได้รับแจ้งจากผู้เดินทางพร้อมด้วยคำสั่งเดินทาง ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายจัดส่งให้ด้วย ประเภทการขนส่งที่เหมาะสมต่อไป
35.5 การรับสิ่งอุปกรณ์ ณ สถานีปลายทางให้อยู่ในความรับผิดชอบของผู้เดินทางเป็นผู้รับของจากบริการขนส่งพาณิชย์ และให้หน่วยสนับสนุนทางการเคลื่อนย้ายพิจารณาจัดยานพาหนะให้เมื่อได้รับการร้องขอ
ข้อ36. อัตราค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัว ไปประจำต่างสำนักงานหรือเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ผู้เดินทางมีสิทธิส่งสิ่งของส่วนตัวด้วยงบประมาณการเคลื่อนย้ายในลักษณะเหมาจ่าย ตามประเภทดังต่อไปนี้
36.1ประเภท ก. สำหรับนายทหารสัญญาบัตรซึ่งได้รับเงินเดือนพันเอกอัตราเงินเดือนพันเอกพิเศษ ระดับ น.5 ชั้น 6 (อันดับ 2 เดิม) ขึ้นไป หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 9 ขึ้นไป หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
36.2ประเภท ข.สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือนระดับ น.3 ถึงอัตราเงินเดือนพันเอกพิเศษ ระดับ น.5 ไม่เกินชั้น 5 (อันดับ 1 เดิม) หรือข้าราชการกลาโหมพลเรือน ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 6 ถึงระดับ 8 หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า
36.3 ประเภท ค. สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งรับเงินเดือนระดับ น. 2 ลงมาหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 ลงมา หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า และนายทหารประทวนซึ่งได้รับเงินเดือน ระดับ ป.1 - ป.2 และพลทหาร ซึ่งรับเงินเดือนระดับ พ.1- พ.2
36.4 บัญชีค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัว ในการเดินทาง ไปประจำต่างสำนักงานหรือเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ตามผนวก ท.
36.5 ผู้เดินทางไปประจำต่างสำนักงาน ซึ่งได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว ถ้าไม่เดินทางภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ ให้นำเงินค่าใช้จ่ายที่ได้รับไปแล้วส่งคืนทันที
36.6 งบประมาณในการโยกย้ายตำแหน่ง หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ให้หน่วยในส่วนกลางของบประมาณไปยังกองทัพบกโดยผ่านกรมการขนส่งทหารบก หน่วยในส่วนภูมิภาคขอไปยังกองทัพภาคทั้งงบเงินสดและเครดิต
36.7 การเสนอความต้องการงบประมาณตามข้อ 36.6 ให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
36.7.1 ผู้เดินทาง รายงานขออนุมัติเดินทางและการขนย้ายสิ่งของส่วนตัวต่อ ผู้บังคับบัญชาหน่วยต้นสังกัด สำหรับแบบฟอร์มการรายงานให้ใช้ ผนวก ฉ.ท้ายระเบียบนี้ แล้วเสนอความต้องการงบประมาณค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวโดยระบุระยะทางและจำนวนเงินในช่อง สิ่งของส่วนตัว
36.7.2 ผู้บังคับหน่วยต้นสังกัดลงนามในช่อง ผบ.หน่วย แล้วเสนอรายงานดังกล่าวตามสายการบังคับบัญชาจนถึงผู้บังคับหน่วยรับการสนับสนุน
36.7.3 ผู้บังคับหน่วยรับการสนับสนุน พิจารณารายงานตามข้อ 36.7.1 แล้วบันทึกความเห็นแล้วลงนามในช่องผบ.หน่วยรับการสนับสนุนแล้วเสนอขอรับการสนับสนุน ไปยังผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายโดยผ่านเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายของหน่วย
36.7.4 เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย คิดคำนวณค่าใช้จ่ายให้แยกเป็นค่าพาหนะส่วนหนึ่งและค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง โดยใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ 24.ข้อ 25.ข้อ 26.และตรวจสอบค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวที่คิดคำนวณได้กับผู้เดินทางเสนอในรายงานตามข้อ 36.7.1 ให้ถือเอาจำนวนค่าใช้จ่ายที่เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายคิดคำนวณเป็นหลัก สำหรับเสนอความต้องการและลงนามในช่อง เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย แล้วเสนอความต้องการงบประมาณทั้งเครดิตและเงินสดให้นายทหารงบประมาณของหน่วยพิจารณาสนับสนุนต่อไป
36.7.5 นายทหารงบประมาณของหน่วย สรุปความต้องการงบประมาณทั้งเครดิตและเงินสด เป็นความต้องการทั้งสิ้นของหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย และตรวจสอบงบประมาณว่ามีสนับสนุนได้หรือไม่ แล้วลงนามในช่อง นายทหารงบประมาณ และเสนอผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย เพื่อพิจารณาอนุมัติการเดินทาง และการขนย้ายสิ่งของส่วนตัวของผู้เดินทาง
36.7.6 ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย อนุมัติการเดินทางและการขนย้ายสิ่งของส่วนตัว พร้อมกับอนุมัติเงินรองจ่ายเป็นค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวเมื่อมีงบประมาณสนับสนุนได้ โดยลงนามในช่อง ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย และออกคำสั่งเดินทางให้กับผู้เดินทางและบุคคลในครอบครัวของผู้เดินทาง ตามกำหนดเวลาที่ผู้เดินทางขอมาและเสนอของบประมาณการเคลื่อนย้ายทั้งเครดิตและเงินสด ให้ปฏิบัติตามข้อ 36.6
36.8 เมื่อหน่วยได้รับอนุมัติงบประมาณตามความต้องการในข้อ 36.7 แล้วหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย จะต้องแจ้งให้หน่วยรับการสนับสนุนทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการเบิกจ่ายต่อไป สำหรับการเบิกจ่ายให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
36.8.1 ผู้เดินทาง เขียนรายงานการขอเบิกเงินค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวโดยใช้ใบสำคัญรับเงิน กง.2 (ทบ.581-202) ตามผนวก ต. พร้อมด้วยสำเนา ผนวก ฉ. เสนอผู้บังคับหน่วยต้นสังกัดเพื่อรับรองความถูกต้อง
36.8.2 ผู้บังคับหน่วยต้นสังกัดรับรองความถูกต้องโดยใช้แบบหน้างบใบสำคัญคู่จ่ายเงิน กง.10.1 (ทบ.581-210-1) ตามผนวก ถ. แล้วเสนอตามสายการบังคับบัญชาจนถึงผู้บังคับหน่วยรับการสนับสนุน
36.8.3 ผู้บังคับหน่วยรับการสนับสนุนเสนอหน้างบใบสำคัญคู่จ่ายเงิน กง.10.1(ทบ.581-210-1) และใบสำคัญรับเงิน กง.2 (ทบ.581-202) ผนวก ฉ. ไปยังนายทหารงบประมาณหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย
36.8.4นายทหารงบประะมาณหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายตัดรายจ่ายงบประมาณตามหลักฐานในข้อ 36.8.3 แล้วเสนอให้ฝ่ายการเงินของหน่วยดำเนินการเบิกจ่ายต่อไป
36.8.5 ฝ่ายการเงินของหน่วยเสนอขออนุมัติผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายตามหลักฐานข้อ 36.8.3
36.8.6 ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย เมื่ออนุมัติตามข้อ 36.8.5 แล้ว ฝ่ายการเงินของหน่วยดำเนินการจ่ายเงินค่าขนย้ายให้กับผู้เดินทาง หากได้ยืมเงิน
รองจ่ายไปแล้ว ให้ส่งหลักฐานใช้หนี้ใบยืมต่อไป
36.8.7หลักฐานที่จะใช้ประกอบใบสำคัญรับเงิน กง.2(ทบ.581-202) เพื่อให้ฝ่ายการเงินของหน่วยได้ทำการตรวจสอบหลักฐานการเบิกจ่ายได้โดยถูกต้อง นอกจากจะใช้ผนวก ฉ.แล้ว ต้องใช้คำสั่งเดินทางประกอบด้วย
ข้อ 37. การชำระเงินค่าปรับและค่าเสียหาย
37.1 ในการใช้บริการขนส่งของบริการขนส่งพาณิชย์ เจ้าหน้าที่และผู้เดินทางจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของบริการขนส่งพาณิชย์นั้น ๆ
37.2 ในครั้งคราวใด ที่ผู้เดินทางหรือเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติผิดพลาดจากระเบียบของบริการขนส่งพาณิชย์และถูกบริการขนส่งพาณิชย์ปรับหรือเรียกค่าเสียหาย ให้ผู้เดินทางหรือเจ้าหน้าที่นั้นรับผิดชอบชดใช้ค่าปรับหรือค่าเสียหายเองแล้วแต่กรณี
37.3 ในกรณีมิใช่ความผิดพลาดของผู้เดินทางหรือเจ้าหน้าที่ให้ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายที่เกี่ยวข้องตั้งกรรมการสอบสวนแล้วสรุปเสนอความเห็นไปตามสายการบังคับบัญชาจนถึงผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะได้พิจารณาสั่งการตามความเหมาะสมเป็นราย ๆ ไป
หมวด 6
ใบแลกการขนส่ง
ข้อ38. ลักษณะใบแลกการขนส่ง จัดพิมพ์เป็นชุด ๆ ละ 4 ฉบับ เย็บเป็นรูปเล่ม เล่มหนึ่งมี 50 ชุด ในชุดหนึ่ง ๆ จะพิมพ์เลขที่และข้อความตรงกันพร้อมกับมีตัวอักษรย่อ ทบ.กำกับทุกฉบับ และ กำหนดสีใบแลกการขนส่งประจำทั้ง 4 ฉบับ ไว้ดังนี้
38.1 ฉบับที่ 1 สีเหลืองอ่อน
38.2 ฉบับที่ 2 สีชมพูอ่อน
38.3 ฉบับที่ 3 สีฟ้าอ่อน
38.4 ฉบับที่ 4 สีเขียวอ่อน
38.5 ขนาดกว้าง 9 เซ็นติเมตร ยาว 18 เซ็นติเมตร
ข้อ 39. ประเภทใบแลกการขนส่ง เพื่อความสะดวกในการคิดคำนวณเงินให้จำแนกใบแลกการขนส่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
39.1ใบแลกการขนส่งโดยสารให้ใช้แบบทบ.ก.และวิธีเขียนตามตัวอย่างผนวก ช.
39.2ใบแลกการขนส่งบรรทุกให้ใช้แบบ ทบ.ข.และวิธีเขียนตามตัวอย่างผนวก ซ.
ข้อ 40. กรรมวิธีในการใช้ใบแลกการขนส่ง เมื่อผู้เดินทางหรือหน่วยเดินทางหรือหน่วยส่งขอรับการสนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายดำเนินการดังต่อไปนี้
40.1 เรียกสำเนาคำสั่งเดินทางหรือใบขอการขนส่ง (ทบ.461-002) แล้วแต่กรณี จากผู้เดินทางหรือหน่วยเดินทางหรือหน่วยส่ง จำนวน 3 ฉบับเพื่อ
40.1.1 เก็บไว้กับใบแลกการขนส่งโดยสารหรือใบแลกการขนส่งบรรทุกฉบับที่ 4 จำนวน 1 ฉบับ
40.1.2 ส่งไปที่กรมการขนส่งทหารบก พร้อมกับใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3 จำนวน 2 ฉบับ
40.2 กรอกข้อความในใบแลกการขนส่งตามข้อ 39.1 และ 39.2 และลงนามในช่อง เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ทั้ง 4 ฉบับ
40.3 นักเรียนนายสิบหรือพลทหารที่ถูกคัดเลือกเข้าประจำการหรือปลดออกจากประจำการรวมทั้งผู้อาสาสมัครไปราชการสงครามซึ่งมีทหารแต่งเครื่องแบบเป็นผู้ควบคุมการเดินทาง กองทัพบกได้มีข้อตกลงกับการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วที่จะคิดค่าโดยสารครึ่งราคาเฉพาะชั้นที่ 3 แม้จะมิได้แต่งเครื่องแบบ จึงให้ลงจำนวนในช่อง ท
40.4 นำใบแลกการขนส่งทั้ง 4 ฉบับ ไปให้นายสถานีกรอกหมายเลข ขบวน วันที่เดินทาง ราคาค่าโดยสารและลงนามไว้ในช่อง ลงนามพนักงานขนส่งพาณิชย์
40.5 มอบใบแลกการขนส่งฉบับที่1 และฉบับที่ 2 ให้นายสถานีเพื่อแลกบัตรโดยสารตามจำนวนและชั้นที่ปรากฏในใบแลกการขนส่ง โดยลงนามรับบัตรโดยสารไว้ในใบแลกการขนส่ง
40.6 มอบบัตรโดยสารให้แก่ผู้อำนวยการเดินทาง ตามกำหนดเวลาที่นัดหมายกันไว้แล้ว
40.7ส่งใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3 ไปที่กรมการขนส่งทหารบก พร้อมสำเนาคำสั่งเดินทางหรือใบขอการขนส่ง ตามข้อ 15.2 จำนวน 2 ฉบับ
40.8 หากเป็นการเดินทางไปประจำต่างสำนักงานหรือออกจากราชการ ถ้าผู้เดินทางนำบิดามารดาของตน บิดมารดาของคู่สมรส ตลอดจนบุตรและบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วไปด้วยจะต้องปฏิบัติตามข้อ 20.6 โดยส่งไปพร้อมกับสำเนาคำสั่งเดินทางตามข้อ 40.7 จำนวน 2 ฉบับ
40.9 การใช้ใบแลกการขนส่ง ควรใช้เลียงลำดับหมายเลขจากน้อยไปหามาก
40.10 ใบแลกการขนส่งเปรียบเสมือนเงินตรา จงเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย
40.11 ใบแลกการขนส่งฉบับใดชำรุดหรือยกเลิกการใช้ ให้ส่งคืนกรมการขนส่งทหารบก อย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้ทำบัญชีประกอบรายละเอียดด้วย
40.12ใบแลกการขนส่งที่ใช้ทุกฉบับในรอบเดือนต้องรวบรวมรายงานส่ง กรมการขนส่งทหารบก ให้ครบทุกฉบับ
40.13 หากใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3,4 หายไป ให้ตั้งกรรมการสอบสวน หาสาเหตุ แล้วสำเนาผลการสอบสวนส่งให้กรมการขนส่งทหารบก พร้อมรายงานงบเดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบกับใบแลกการขนส่งฉบับที่ 2 ที่บริการขนส่งพาณิชย์ส่งมาทวงหนี้ และเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบใบสำคัญคู่เบิกเงินด้วย
40.14กรณีออกใบแลกการขนส่งโดยสารเครื่องบินไปแล้วให้รวบรวมหลักฐานการใช้ ส่งให้กรมการขนส่งทหารบกภายใน 7 วัน
ข้อ 41. กรรมวิธีในการใช้ใบแลกการขนส่งบรรทุก เพื่อส่งสิ่งอุปกรณ์ที่จะนำไปปฏิบัติราชการพร้อมกับผู้เดินทาง ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายดำเนินการดังต่อไปนี้
41.1 กรอกรายการชนิดและจำนวนหีบห่อในใบแลกการขนส่งบรรทุก ตามข้อ 39.2
41.2 ลงนามในช่อง เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ทั้ง 4 ฉบับ
41.3มอบใบแลกการขนส่งบรรทุกทั้ง 4 ฉบับ ให้เจ้าหน้าที่บรรทุกนำไปให้นายสถานีกรอกน้ำหนักและคิดค่าระวางตามอัตราและลงนาม พนักงานขนส่งพาณิชย์
41.4 รับใบรับของจากเจ้าหน้าที่ของบริการขนส่งพาณิชย์ แล้วมอบให้ผู้เดินทางสำหรับรับของเมื่อถึงตำบลปลายทาง
41.5 ถ้าเป็นการส่งเหมาหลัง ให้เจ้าหน้าที่บรรทุกจัดการบรรทุกตรวจและตีตราตู้ให้เรียบร้อยทุกคราว หากเป็นการส่งประเภทห่อวัตถุให้มอบสัมภาระให้แก่เจ้าหน้าที่ของบริการขนส่งพาณิชย์ และลงนามในช่อง เจ้าหน้าที่บรรทุก ทั้ง 4 ฉบับ
41.6 มอบใบแลกการขนส่งบรรทุกฉบับที่ 1 และ 2 ให้แก่เจ้าหน้าที่ของบริการขนส่งพาณิชย์
41.7 ส่งใบแลกการขนส่งบรรทุกฉบับที่ 3 พร้อมกับสำเนาคำสั่งเดินทางหรือใบขอการขนส่ง (ทบ.461-002) จำนวน 2 ฉบับ และหน้างบประจำเดือน ตามข้อ 15.2 ไปยังกรมการขนส่งทหารบก
41.8 เก็บใบแลกการขนส่งบรรทุกฉบับที่ 4 พร้อมด้วยสำเนาคำสั่งเดินทางหรือใบขอการขนส่ง (ทบ.461-002) และคู่ร่างหน้างบประจำเดือน ไว้เป็นหลักฐานของหน่วย
ข้อ 42. กรรมวิธีในการใช้ใบแลกการขนส่งบรรทุกเพื่อส่งสิ่งอุปกณ์และสัตว์ทางรถไฟปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 41. แต่ให้ปฏิบัติแตกต่างกันตามข้อดังต่อไปนี้
42.1 ใบรับของที่รับจากนายสถานี ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายค่าธรรม
เนียมอื่น ๆ
42.2 ในการส่งใบแลกการขนส่งบรรทุกฉบับที่ 3 ไปยังกรมการขนส่งทหารบกพร้อมหน้างบประจำเดือน ให้สำเนาใบขอการขนส่งจำนวน 2 ฉบับ แนบไปด้วยทุกครั้ง
ข้อ 43. กรรมวิธีในการใช้ใบแลกการขนส่งตามข้อ 12.2 และข้อ 13.ให้ปฏิบัติตามข้อ 20, 21,40 และข้อ 41.โดยอนุโลม แต่ให้ปฏิบัติแตกต่างกันตามหัวข้อ ดังต่อไปนี้
43.1 ในการส่งใบแลกการขนส่ง ฉบับที่ 3 ไปยังกรมการขนส่งทหารบก จะต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
43.1.1 ต้องสำเนาคำสั่งเดินทางหรือสำเนาใบขอการขนส่งแล้วแต่กรณีแนบไปกับใบแลกการขนส่ง ครบตามจำนวนที่ใช้จริง
43.1.2 ต้องสำเนาอนุมัติหลักการใช้งบประมาณของผู้บัญชาการทหารบก หรือผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายแนบไปด้วยทุกครั้ง จำนวน 2 ฉบับ ต่อใบแลกการขนส่ง 1 ฉบับ
43.2ให้กรมการขนส่งทหารบก ตรวจสอบหลักฐานตามข้อ 43.1 เมื่อถูกต้องแล้วให้ตั้งฏีกาเบิกเงินไปยังกรมการเงินทหารบก หรือหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย แล้วแต่กรณี
ข้อ44. กรรมวิธีในการใช้ใบแลกการขนส่ง สนับสนุนต่างเหล่าทัพหรือส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการใช้ใบแลกการขนส่งในการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2510 ทุกประการ และให้เพิ่มการปฏิบัติตามหัวข้อดังต่อไปนี้
44.1 การสนับสนุนผู้เดินทางให้ปฏิบัติตามข้อ 40.โดยอนุโลม
44.2 การสนับสนุนการส่งสิ่งอุปกรณ์ ให้ปฏิบัติตามข้อ 42 โดยอนุโลม
44.3 เมื่อให้การสนับสนุนตามข้อ44.1 และ 44.2แล้วให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายของหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ที่ให้การสนับสนุนแจ้งให้กรมการขนส่งทหารบกทราบด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เร็วที่สุด ตามผนวก ด. เพื่อจะได้ประสานกับบริการขนส่งพาณิชย์ให้แยกใบแจ้งหนี้ต่างหาก
44.4 ให้กรมการขนส่งทหารบก ตรวจสอบหลักฐานการให้การสนับสนุนที่ได้รับจากหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายตามข้อ 43.1 และ 43.2 เมื่อตรงกับใบแจ้งหนี้ของบริการ การขนส่งพาณิชย์แล้วจึงดำเนินการส่งหลักฐานให้เหล่าทัพหรือส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการใช้ใบแลกการขนส่งในการเคลื่อนย้าย พ.ศ. 2510 ต่อไป
ข้อ 45. อายุใบแลกการขนส่ง ใบแลกการขนส่งทุกฉบับ จะต้องใช้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนที่ออกใบแลกการขนส่งนั้น โดยปฏิบัติดังนี้
45.1 กำหนดวันสิ้นอายุในใบแลกการขนส่ง
45.2 การเดินทางในเที่ยวกับให้ใช้บัตรโดยสาร ไป - กลับ
45.3 ถ้าไม่สามารถใช้บัตรโดยสาร ไป - กลับได้ ให้นำคำสั่งเดินทางไปขอรับการสนับสนุนจากหน่วยที่เป็นเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ตามที่ระบุไว้ในคำสั่งเดินทาง
45.4 ในกรณีข้อ 45.3 ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายอื่น ให้การสนับสนุนเช่นเดียวกับข้อ 40 และ 41 โดยใช้คำสั่งเดินทางของผู้เดินทางหรือหน่วยเดินทางนั้นเป็นหลักฐานในการให้การสนับสนุนและลงหมายเลขบัญชีโอนจ่ายตามปรากฏในคำสั่งเดินทางนั้น
45.5 สำหรับการเดินทางกลับจากการศึกษาถ้าไม่สามารถใช้บัตรโดยสารไป-
กลับ ได้ ให้ปฏิบัติตามข้อ 45.3 และ 45.4
45.6 เฉพาะการเดินทางไปยังที่ใด ซึ่งไม่มีหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายตั้งอยู่และไม่สามารถใช้บัตรโดยสารไป - กลับได้ ให้มอบใบแลกการขนส่งเที่ยวกลับให้ผู้เดินทางไปแลกบัตรโดยสารเอง ณ สถานีบริการขนส่งพาณิชย์นั้น ๆ เมื่อกลับมาถึงที่ตั้งหน่วยให้ผู้เดินทางนำใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3 และ 4 ไปคืนให้กับเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายภายใน 7 วัน ในกรณีนี้ให้ใช้ใบแลกการขนส่งข้ามเดือนได้ด้วย
45.7การปฏิบัติตามข้อ 45.6 หากผู้เดินทางไม่นำใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3 และ 4 ไปคืนให้กับเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย ผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงิน ตามวงเงินที่ปรากฏในใบแลกการขนส่งนั้น ๆ
45.8 กรณีข้อ 45.4และ 45.5 ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายที่ให้การสนับสนุนแจ้งให้ กรมการขนส่งทหารบก และหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายที่ออกคำสั่งเดินทางทราบด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เร็วที่สุดภายใน 3 วัน หลักจากที่ได้ออกใบแลกการขนส่งสนับสนุนให้ไปแล้วตามผนวก ด.
45.9 ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทาง ตามที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ทำความตกลง กับ กรมการขนส่งทหารบกเสียก่อน
ข้อ 46. การรักษาความปลอดภัยต่อใบแลกการขนส่ง
46.1ให้กรมการขนส่งทหารบก กำหนดเครื่องหมายลับขึ้นในใบแลกการขนส่ง เพื่อป้องกันการปลอมแปลงตามที่เห็นสมควร
46.2ให้ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรมอบให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายของหน่วย เป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษาด้วยวิธีการที่ปลอดภัย
46.3 หากใบแลกการขนส่งหายไป ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
46.3.1 ใบแลกการขนส่งกรอกข้อความแล้วหายไปก่อนที่จะทำการแลกบัตรโดยสาร ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายแจ้งหมายเลขใบแลกการขนส่งที่หายต่อนายสถานีของสถานีบริการขนส่งพาณิชย์ต้นทางเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอระงับการออกบัตรโดยสารตามใบแลกการขนส่งที่หายโดยด่วน กับให้รีบแจ้งให้กรมการขนส่งทหารบกทราบด่วนด้วย เพื่อจะได้ประกาศยกเลิกต่อไป
46.3.2ใบแลกการขนส่งที่ยังมิได้กรอกข้อความหายไป ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายแจ้งหมายเลขใบแลกการขนส่งที่หายไป ต่อบริการขนส่งพาณิชย์ที่มีข้อตกลงกับกองทัพบกในเขตพื้นที่นั้น เพื่อยกเลิกการใช้และให้รายงานด่วน ถึงผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย และให้ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย แจ้งให้กรมการขนส่งทหารบกทราบด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เหมาะสมในโอกาสแรกที่กระทำได้ โดยแจ้งหมายเลขใบแลกการขนส่ง สถานที่และวันเวลาที่หายไป เพื่อจะได้ประกาศยกเลิกต่อไป
46.4 กรณีตามข้อ 46.3 หากปรากฏว่ามีผู้หนึ่งผู้ใดนำใบแลกการขนส่งที่หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ได้แจ้งว่าหายไปใช้ และบริการขนส่งพาณิชย์ แจ้งหนี้ไปยังกรมการขนส่งทหารบกให้กรมการขนส่งทหารบกแจ้งไปยังหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายนั้นเพื่อให้ผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ สอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบชดใช้
46.5 หากใบแลกการขนส่งฉบับใดชำรุดก่อนใช้งานหรือระหว่างใช้งาน ห้ามใช้ใบ
แลกการขนส่งชำรุดนั้น และให้นำส่งกรมการขนส่งทหารบกอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
46.6 หากกรอกข้อความในใบแลกการขนส่งผิดพลาด ให้เลิกใช้ใบแลกการขนส่งฉบับนั้นเสีย ห้าม ขูด ลบ ขีด ฆ่า แก้ หรือ ใช้ยาลบหมึกเป็นอันขาด และให้นำส่งเช่นเดียวกับ
ข้อ 46.5
46.7 การลงนามในใบแลกการขนส่งทุกช่อง ให้ใช้ปากกาน้ำหมึก หรือปากกาลูกลื่นเท่านั้น โดยให้ลงลายมือชื่อจริงทุกฉบับห้ามใช้สำเนา
ข้อ 47. กรรมวิธีการใช้ใบแลกการขนส่งสนับสนุนหน่วยซึ่ง ได้รับงบประมาณพิเศษ ตามข้อ 13. ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
47.1 ให้เขียนรหัสงบประมาณพิเศษนั้น ๆ มุมบนด้านขวาของใบแลกการขนส่งทั้ง 4 ฉบับ ด้วยอักษรสีแดงขนาด 1 เซ็นติเมตร
47.2 ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ที่ให้การสนับสนุนแจ้งให้กรมการขนส่งทหารบกทราบด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เร็วที่สุด ตามผนวกด.เพื่อประสานกับบริการขนส่งพาณิชย์ให้แยกใบแจ้งหนี้เป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากงบอื่น ๆ ส่วนการส่งหลักฐานการใช้ใบแลกการขนส่งให้ปฏิบัติตามข้อ 44. โดยอนุมโลม
ข้อ 48. มูลฐานอัตรา อัตราซึ่งปรากฏในข้อ 25,26,27,28,29,30 และข้อ 36. กำหนดขึ้นตามพระราชกฤษฏีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการพ.ศ.2526 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเดินทางไปราชการโดยยานพาหนะประจำทาง พ.ศ.2533 พระราชกฤษฏีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2527 (ฉบัที่ 3) พ.ศ.2528 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2529 (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2534 และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการใช้ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปราชการ พ.ศ.2526
ข้อ 49. อัตราต่าง ๆ ตามพระราชกฤษฏีกา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ และระเบียบกระทรวงการคลัง ในข้อ 48.หากมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ ให้หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย ยึดถืออัตราตามพระราชกฤษฏีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการหรือระเบียบกระทรวงการคลังที่แก้ไขใหม่ทันที
ประกาศ ณ วันที่ 31 เดือน มกราคม พ.ศ.2537
(ลงชื่อ) พลเอก วิมล วงศ์วานิช
( วิมล วงศ์วานิช )
ผู้บัญชาการทหารบก
( ตัวอย่าง )
ผนวก ค. หน่วย จทบ. อ.ด.
หน้างบประจำเดือน ม.ค. 31 หมายเลขบัญชี 53
ใบแลกการขนส่ง ประเภท นามหน่วย จำนวนเงิน หมายเหตุ
บาท ส.ต.
101800 รถไฟ ร. 13 พัน. 1 150 -
101801 " ร. 13 พัน. 2 1,500 -
101802 " ร. 13 พัน. 3 1,500 -
101803 " บก. ร. 13 500 -
101804 " บก.จทบ.อด. 450 -
101805 " สขส.จทบ.อด. 750 -
101806 " สขส.จทบ.อด. 750 -
101807 เครื่องบิน บก. ร. 13 400 -
101818 " ป. พัน. 13 400 -
101809 " สร.ร. 13 400 -
101810 รถโดยสาร สัสดีจังหวัดสกลนคร 40 -
101811 " สัสดีจังหวัดสกลนคร 40 -
รวมทั้งสิ้น 6,920 -
ได้หักงบประมาณถูกต้องแล้ว รับรองว่าถูกต้อง
(ลงชื่อ) ร.อ.สนิท รักไทย (ลงชื่อ) พล.ต.หาญ ไทยแท้
(ตำแหน่ง) นขส.สขส.จทบ.อด. (ตำแหน่ง) ผบ.จทบ.อด.
(เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย) (ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณ
ม.ค. 31 การเคลื่อนย้าย)
ม.ค. 31
( ตัวอย่าง )
ผนวก ง.
ตัวอย่างลายมือชื่อเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายหน่วย จทบ.อด.
ยศ,นาม ตำแหน่ง ลายมือชื่อ หมายเหตุ
ร.อ. สนิท รักไทย นขส.สขส.จทบ.อ.ด.
(ลงชื่อ) พล.ต.หาญ ไทยแท้
(ตำแหน่ง) ผบ.จทบ.อด.
(ผู้บังคับหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย)
ม.ค.31
ผนวก จ. รายงานการเดินทางไปราชการชั่วคราว
กห. วันที่ หน่วย
ผู้รายงาน ผบ.หน่วย
รับเงินเดือนระดับ ตำแหน่ง
(ลงนาม)....................
ที่ คำสั่งและวันที่สั่งการ ภารกิจ (ผู้รายงาน)
(ตำแหน่ง)...................
รายการที่ขออนุมัติ
ระดับ รายการ คำขอ ความเห็นของ ผบ.หน่วย ความเห็นของเจ้าหน้าที่
รับการสนับสนุน จัดการเคลื่อนย้าย
1 ผู้อำนวยการเดินทาง
2 ผู้เดินทาง
3 วันเวลาเริ่มปฏิบัติภารกิจ
4 วันขอการเดินทาง
5 วันเสร็จสิ้นภารกิจ
6 วันเดินทางกลับ
7 ประเภทการขนส่ง
8 ตำบลต้นทาง
9 ตำบลปลายทาง
10 ของใช้ราชการที่นำไป
11 ความต้องการอื่น ๆ
เห็นควรอนุมัติ เห็นควรอนุมัติตามที่บันทีกไว้ เห็นควรอนุมัติตามที่บันทีกไว้
(ลงนาม)................. (ลงนาม)................. (ลงนาม)..................
(ผบ.หน่วย) (ผบ.หน่วยรับการสนับสนุน) (เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย)
(ตำแหน่ง)................ (ตำแหน่ง)............... (ตำแหน่ง).................
/ / / / / /
เห็นควรอนุมัติให้ใช้งบประมาณ............. อนุมัติตามที่....................เสนอ
รหัส................................
(ลงนาม)......................... (ลงนาม).........................
(นายทหารงบประมาณของหน่วย) (ผบ.หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย)
(ตำแหน่ง)........................ (ตำแหน่ง)........................
/ / / /
ด้านหลังผนวก จ.
รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการเดินทาง
ลำดับ ยศ,นาม รับเงินเดือนระดับ หมายเหตุ
วิธีเขียน ผนวก จ.
รายงานการเดินทางไปราชการชั่วคราว
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ด้านหน้า
ที่............... กห. 0324/135 เจ้าหน้าที่สารบรรณ - ลงที่เอกสารของหน่วยผู้ใช้รายงาน
ของหน่วย สังกัดอยู่
วันที่............. 10 ม.ค. 31 ผู้รายงาน - ลง วัน เดือน ปี ที่เขียนรายงาน
หน่วย ร.21 พัน.1 ร้อย 1 รอ. " -เขียนชื่อหน่วยต้นสังกัดของผู้รายงาน
ผู้รายงาน ร.อ.เกียรติ รักไทย " - เขียน ยศ, นามของผู้รายงาน
ผบ.หน่วย พ.ท.เกรียง ไกรลาศ " - เขียน ยศ, ผบ.หน่วยชั้น ผบ.พัน,
หรือเทียบเท่า
รับเงินเดือน ระดับ น.1 " - เงินเดือนระดับ น.1 ของผู้รายงาน
ที่คำสั่งและวันที่สั่งการ ตามคำสั่ง ร 21 รอ.ที่ " - ให้เขียนที่คำสั่งของหน่วย
5/31 หรืออนุมัติหลักการของ ผบ.หน่วย
ซึ่งสั่งให้ไปราชการ
ภารกิจ เดินทางไปเป็นกรรมการ " - เขียนภารกิจโดยย่อที่ปรากฎในคำสั่ง
ตรวจ หรืออนุมัติหลักการของ ผบ.หน่วย
ลงนามผู้รายงาน ร.อ.เกียรติ รักไทย " -ให้ผู้รายงานเป็นผู้ลงนาม ตำแหน่ง
และ วัน เดือน ปี
วัน,เดือน,ปี 10 / ม.ค. / 31
คำขอ
ผู้อำนวยการเดินทาง ร.อ.เกียรติ รักไทย " - เขียน ยศ,นามของผู้อำนวยการ
เดินทางในครั้งคราวนั้น
ผู้เดินทาง ๓ คน " - ให้ลงจำนวนผู้เดินทางในครั้งนั้น
วัน,เวลาเริ่มปฏิบัติ 17 ม.ค. 31 " -เขียนวัน,เวลาที่เริ่มปฏิบัติภารกิจ
ภารกิจ ตามที่ระบุในคำสั่ง หรือใบอนุมัติ
หลักการของหน่วยลงไป
วัน, เวลาที่ขอการ 15 ม.ค. 31 " -ลงวัน,เวลาที่ประสงค์จะเดินทาง
เดินทาง
วัน, เสร็จสิ้นภารกิจ 25 ม.ค. 31 " - ลงวัน,เวลาที่เสร็จภารกิจ
วัน, เวลาเดินทางกลับ 25 ม.ค. 31 - ลงวัน,เวลาที่ประสงค์จะเดินทาง
กลับ
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ประเภทการขนส่งที่ รฟท. ผู้รายงาน - เขียนระบุซึ่งประเภทการขนส่งของ
ประสงค์ บริการขนส่งพาณิชย์ซึ่งผู้รายงาน
ประสงค์จะใช้เดินทางเพียงประเภท
เดียว เช่น บดท.,รฟท.,บขส.,
และ รสพ. เป็นต้น
ตำบลต้นทาง กรุงเทพ ฯ " - เขึยนตำบลต้นทางตามประเภทการ
ขนส่ง
ตำบลปลายทาง เชียงใหม่ " - เขียนตำบลของสถานีปลายทางตาม
ประเภทการขนส่ง
ของใช้ราชการที่นำไป ปริมาตร น้ำหนัก กก. " - เขียนลงปริมาตรและน้ำหนักเฉพาะ
ของใช้ราชการ
ความต้องการอื่น ๆ ระบุความต้องการที่ไม่ " - ความต้องการอื่น ๆ เพื่อประกอบ
ปรากฎในแบบรายงานนี้ การเดินทาง หากความต้องการมี
หลายประการให้แยกเขียนรายการ
แนบมาด้วยก็ได้
ความเห็น ผบ.หน่วย ถ้าเห็นด้วยให้กาเครื่อง ผบ.หน่วยรับ - ผบ.หน่วยรับการสนับสนุนเป็นผู้
รับการสนับสนุน หมาย ถ้าไม่เห็นด้วย การสนับสนุน พิจารณาลงความเห็นตามความ
ให้ลงตามความเห็นทุก เหมาะสมในช่องความเห็น ผบ.
ประการ หน่วยรับการสนับสนุน
ความเห็นเจ้าหน้าที่ ถ้าเห็นด้วยให้กาเครื่อง เจ้าหน้าที่จัด - เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายเป็นผู้
จัดการเคลื่อนย้าย หมาย ถ้าไม่เห็นด้วย การเคลื่อนย้าย พิจารณาลงความเห็นตามความ
ให้ลงตามความเห็นทุก เหมาะสมในช่องความเห็นเจ้าหน้า
ประการ ที่จัดการเคลื่อนย้าย
เห็นควรอนุมัติ
ลงนาม............. พ.ท.เกรียงไกร ไกรลาศ ผบ.หน่วย - ให้ ผบ. หน่วยชั้น ผบ.พัน หรือ
ตำแหน่ง............ ผบ.ร.21 พัน 1 รอ. เทียบเท่าเป็นผู้ลงนาม ตำแหน่ง
วัน,เดือน,ปี,........ 11 / ม.ค. / 31 และ วัน เดือน ปี
เห็นควรอนุมัติตามที่
บันทึกไว้
ลงนาม............. พ.อ.เชย รักชาติ ผบ.หน่วยรับ - ให้ ผบ.หน่วยชั้น ผบ.พัน หรือ
ตำแหน่ง............ ผบ.ร. 21 รอ. การสนับสนุน เทียบเท่าเป็นผู้ลงนาม ตำแหน่ง
วัน,เดือน,ปี......... 11 / ม.ค. 31 และ วัน เดือน ปี
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
เห็นควรอนุมัติตามที่
บันทึกไว้
ลงนาม.......... พ.ต.รบ รักษาดินแดน นายทหาร - ให้นายทหารเคลื่อนย้ายเป็นผู้ลง
ตำแหน่ง......... นายทหาร เคลื่อนย้าย เคลื่อนย้าย นาม ตำแหน่ง และ วัน เดือน ปี
วัน, เดือน, ปี.... 11/ ม.ค./ 31
เห็นควรอนุมัติให้ใช้
งบประมาณ.......
รหัส ..........
ลงนาม ......... พ.ท.รักษ์ ชิงชัย นายทหารงบ - ให้นายทหารงบประมาณผู้ลงนาม
ตำแหน่ง ........ นายทหารงบประมาณ ประมาณการ ตำแหน่ง และ วัน เดือน ปี
วัน, เดือน, ปี ... 11/ ม.ค./ 31 เคลื่อนย้าย
อนุมัติตามที่.....เสนอ
ลงนาม.......... พล.ต.รักชาติ เชิงรบ ผบ.หน่วยเจ้า - ให้ ผบ.หน่วยเจ้าของงบประมาณ
ตำแหน่ง......... ผบ.จทบ.ช.ม. ของงบประมาณ การเคลื่อนย้ายเป็นผู้ลงนาม
วัน, เดือน, ปี.... การเคลื่อนย้าย ตำแหน่ง และ วัน เดือน ปี
ด้านหลัง
ผู้รายงานลงรายละเอียด
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผู้เดิน
ทาง
ผนวก ฉ.
รายงานการเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน
กห. วันที่ หน่วย
ผู้รายงาน ผบ.หน่วย
รับเงินเดือนระดับ ตำแหน่ง
คำสั่งและวันที่สั่งการ ภารกิจ (ลงนาม)....................
(ตำแหน่ง)...................
/ /
รายการที่ขออนุมัติ
ลำดับ รายการ คำขอ ความเห็นของ ผบ.หน่วย ความเห็นของเจ้าหน้าที่
รับการสนับสนุน จัดการเคลื่อนย้าย
1 ผู้อำนวยการเดินทาง
2 บุคคลในครอบครัวผู้เดินทาง
3 ผู้ติดตาม
4 วัน เวลา ขอเดินทาง
5 วัน เวลา รายงานตัว
ณ หน่วยใหม่
6 ประเภทการขนส่ง
7 ตำบลต้นทาง
8 ตำบลปลายทาง
9 สิ่งของส่วนตัว
ระยะทาง..กม.เป็นเงิน...บาท ระยะทาง..กม.เป็นเงิน..บาท10 อื่น ๆ
เห็นควรอนุมัติ เห็นควรอนุมัติตามที่บันทีกไว้ เห็นควรอนุมัติตามที่บันทีกไว้
(ลงนาม)................ (ลงนาม)................. (ลงนาม)..................
(ตำแหน่ง) (ผบ.หน่วย) (ตำแหน่ง)ผบ.หน่วยรับการสนับสนุน (ตำแหน่ง)เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
/ / / / / /
เห็นควรอนุมัติให้ใช้งบประมาณ............. อนุมัติตามที่....................เสนอ
รหัส................................
(ลงนาม)......................... (ลงนาม).........................
(นายทหารงบประมาณของหน่วย) (ผบ.หน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย)
(ตำแหน่ง)........................ (ตำแหน่ง)........................
/ / / /
ด้านหลังผนวก ฉ.
รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้ที่จะเดินทาง
ลำดับ ยศ,นาม รับเงินเดือน ความสัมพันธ์
อายุปี ความสูง หมายเหตุ ระดับ กับผู้เดินทาง ซม. 1. ผู้เดินทาง
2. บุคคลในครอบครัว
ผู้เดินทาง
3. ผู้ติดตาม
วิธีเขียนผนวก ฉ.
รายงานการเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ด้านหน้า
ที่.............. ที่ กห 0444.13/135 เจ้าหน้าที่สารบรรณ - ลงที่เอกสารของหน่วยซึ่งผู้
ของหน่วย รายงานสังกัดอยู่
วันที่............ 10 ม.ค. 31 ผู้รายงาน - ลงวัน เดือน ปี ที่รายงาน
หน่วย........... ร.21 พัน 1 รอ. " - เขียนชื่อหน่วยต้นสังกัดของผู้
รายงาน
ผู้รายงาน ร.อ.เกียรติ รักไทย " - เขียนยศ,นาม ของผู้รายงาน
ผบ.หน่วย พ.ท.เกรียง ไกรลาศ " - เขียนยศ, นาม ผบ.หน่วยชั้น
ผบ.พัน หรือเทียบเท่าที่รับ
รายงาน
ที่คำสั่งและ " - เขียนคำสั่ง ทบ.ซึ่งสั่งการ
วันที่สั่งการ ให้ผู้รายงานย้ายไปราชการ
ยังหน่วยใหม่ พร้อมทั้ง วัน
เดือน ปี ที่สั่งการ
ภารกิจ เดินทางไปรับราชการ " - เขียนคำสั่ง ทบ. ซึ่งสั่งการ
หน่วยใหม่ ให้ผู้รายงานย้ายไปราชการ
ยังหน่วยใหม่ พร้อมทั้ง วัน
เดิอน ปี ที่สั่งการ
ลงนามผู้รายงาน ร.อ.เกียรติ รักไทย " - ให้ผู้รายงานเป็นผู้ลงนาม
และตำแหน่ง วัน เดือน ปี
ตำแหน่ง......... ผบ.ร. 21 พัน 1 "
ร้อย 1 รอ.
วัน เดือน ปี 10 ม.ค. 31
คำขอ
ผู้อำนวยการ ร.อ.เกียรติ รักไทย " - เขียนยศ, นามของของ
เดินทาง ผู้อำนวยการเดินทาง
ในครั้งคราวนั้น
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
บุคคลในครอบครัว 6 คน " - เขียนจำนวนบุคคลในครอบ
ผู้เดินทาง ครัว ซึ่งมีสิทธิที่จะนำไปตาม
พ.ร.ฎ.การเดินทางไปราช
การในครั้งนั้น
ผู้ติดตาม ๑ คน " - เขียนจำนวนผู้ติดตาม ซึ่งมี
สิทธิที่จะนำไปได้ตาม พ.ร.ฎ.
การเดินทางในครั้งนั้น
วัน,เวลาที่ขอเดินทาง 15 ม.ค. 31 ผู้รายงาน - เขียนวัน,เวลาที่ผู้รายงาน
ประสงค์จะเดินทาง โดยระบุ
วันเวลาที่แน่นอน
วัน,เวลารายงานตัว 17 ม.ค. 31 " - เขียนวัน,เวลาซึ่งผู้รายงาน
ณ หน่วยใหม่ ประสงค์จะไปรายงานตัว ณ
หน่วยใหม่
ประเภทการขนส่งที่ รฟท. " - เขียนระบุชื่อประเภทการขน
ประสงค์ ส่งของบริการขนส่งพาณิชย์
ซึ่งผู้รายงานประสงค์จะใช้
เดินทางเพียงประเภทเดียว
เช่น บดท.,รฟท.,บขส.
และ รสพ. เป็นต้น
ตำบลต้นทาง กรุงเทพ ฯ " - เขียนตำบลของสถานีต้นทาง
ตามประเภทการขนส่ง
ตำบลปลายทาง เชียงใหม่ " - เขียนตำบลของสถานีปลาย
ทาง ตามประเภทการขนส่ง
สิ่งของส่วนตัว ระยะทาง..........กม. " - ผู้รายงานต้องระบุระยะทาง
จำนวนเงิน.........บาท เป็นกิโลเมตรและจำนวนเงิน
ต้องไม่เกินอัตราตามสิทธิใน
พ.ร.ฎ.
ความต้องการอื่น ๆ ระบุความต้องการที่ " - ความต้องการอื่น ๆ เพื่อประ
ไม่ปรากฎ กอบการเดินทางหากความต้อง
การมีหลายประการให้แยก
เขียนรายการแนบมาด้วยก็ได้
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ความเห็น ผบ.หน่วย ถ้าเห็นด้วยให้การเครื่อง ผบ.หน่วยรับการ - ผบ.หน่วยรับการสนับสนุนเป็น
รับการสนับสนุน หมาย ถ้าไม่เห็นด้วยให้ สนับสนุน ผู้พิจารณาลงความเห็นตาม
ลงตามความเห็นทุกประการ ความเหมาะสมในช่องความเห็น
ผบ.หน่วยรับการสนับสนุน
ความเห็นเจ้าหน้าที่ ถ้าเห็นด้วยให้กาเครื่อง เจ้าหน้าที่จัดการ - เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
จัดการเคลื่อนย้าย หมาย ถ้าไม่เห็นด้วยให้ เคลื่อนย้าย เป็นผู้พิจารณาลงความเห็น
ลงตามความเห็นทุกประการ ตามความเหมาะสมในช่อง
ความเห็นเจ้าหน้าที่จัดการ
เคลื่อนย้าย
เห็นควรอนุมัติ
ลงนาม.......... พ.ท.เกรียง ไกรลาศ ผบ.หน่วย - ให้ ผบ.หน่วยชั้น ผบ.พัน
ตำแหน่ง......... ผบ.ร.21 พัน 1 รอ. หรือเทียบเท่าเป็นผู้ลงนาม
11 / ม.ค. / 31 ตำแหน่ง วัน เดือน ปี
เห็นควรอนุมัติตามที่
บันทึกไว้
ลงนาม.......... พ.อ.เชย รักชาติ ผบ.หน่วยรับการ - ให้ ผบ.หน่วยรับการสนับสนุน
ตำแหน่ง......... ผบ.ร. 21 รอ. สนับสนุน เป็นผู้ลงนาม ตำแหน่ง และ
วัน เดือน ปี
เห็นควรอนุมัติตามที่
บันทึกไว้
ลงนาม.......... พ.ต.รบ รักดินแดน เจ้าหน้าที่จัดการ - ให้เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
เคลื่อนย้าย ลงนาม ตำแหน่ง และ
ตำแหน่ง......... เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย วัน/เดือน/ปี
วัน,เดือน,ปี...... 11 ม.ค.2531
เห็นควรอนุมัติให้ใช้
งบประมาณ
รหัส............
ลงนาม.......... พ.ท.รักษ์ ชิงชัย นายทหารงบประมาณ -ให้นายทหารงบประมาณเป็นผู้
ตำแหน่ง......... นายทหารงบประมาณ ลงนาม ตำแหน่ง วัน เดือน ปี
วัน,เดือน,ปี 11 ม.ค.2531
อนุมัติตามที่....เสนอ
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ลงนาม.......... พล.ต.รักชาติ เชิงรบ ผบ.หน่วยเจ้าของ - ให้ ผบ.หน่วยเจ้าของงบประมาณ
งบประมาณการ การเคลื่อนย้ายลงนาม/ตำแหน่ง
เคลื่อนย้าย วันที่/เดือน/ปี
ตำแหน่ง......... ผบ.จทบ.ช.ม.
วัน,เดือน,ปี...... 12 ม.ค.31
ด้านหลัง
ผู้รายงานลงรายละ-
เอียดต่างๆ เกี่ยวกับ
ผู้เดินทาง ครอบครัว
และผู้ติดตาม ตามที่
ปรากฎชัดแจ้งอยู่ใน
รายละเอียดแล้ว
วิธีเขียนใบแลกการขนส่งโดยสาร
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
คำสั่งเดินทาง
หน่วย........... จทบ.อด. เจ้าหน้าที่จัดการ - หน่วยที่ออกคำสั่งเดินทาง
เคลื่อนย้าย
ที่.............. 127/31 " - ที่ของคำสั่ง
วันที่............ 1 ม.ค.31 " - วัน,เดือน,ปี ที่ออกคำสั่ง
เดินทาง
ครั้งที่........... 13/31 " - จำนวนครั้งที่ได้รับคำสั่งเดิน
ทางจากหน่วยที่ขอรับการ
สนับสนุนนั้น ๆ ในรอบปี
บริการขนส่งพาณิชย์ รฟท. " - ระบุชื่อบริการขนส่งพาณิชย์
ที่จะใช้ในครั้งคราวนั้นเช่น
รฟท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย
บดท.-บริษัทเดินอากาศไทยจำกัด
บขส.-บริษัทขนส่งจำกัด
รสพ.-องค์การรับส่งสินค้า และ
พัสดุภัณฑ์
หมายเลขบัญชี 40 " - ให้ลงหมายบัญชีประจำหน่วย
ที่ออกใบแลกการขนส่ง
หมายเลขบัญชีโอนจ่าย 20 " - ให้ลงหมายเลขบัญชีประจำ
หน่วยที่ขอรับการสนับสนุน
เก็บเงินที่........ ขส.ทบ. " - ให้ระบุนามหน่วยที่จะให้
บริการขนส่งพาณิชย์เก็บเงิน
งบงานที่......... 1 " - ให้ระบุงบงานที่ใช้เพื่อสะดวก
เกี่ยวกับงานงบประมาณ เช่น
งบงานที่ 1 รายการบริหารหน่วย
งบงานที่ 2 งบงานด้านยุทธการ
การฝึกศึกษาและวิจัย
งบงานที่ 3 งบงานส่งกำลัง และ
ซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์
งบงานที่ 4 งบงานการก่อสร้าง และ
สาธารณูปโภค
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
งบงานที่ 5 งบงานการบริหารงาน
และบริหารหน่วย
ใบแลกการขนส่งโดย - เป็นลำดับที่ของใบแลกการ
สาร ฉบับที่ ๑,๒,๓,๔ ขนส่งโดยสารภายในชุดหนึ่ง
ซึ่งมี 4 ฉบับ เช่น.-
ใบแลกการขนส่งโดยสารเลข
ที่ ก.015760 จะมีทั้งหมด
4 ฉบับ รวม 1 ชุด โดยไม่
ต้องกรอกข้อความแต่พิมพ์ไป
เป็นรายการ
สถานที่แลกบัตรโดย อุดรธานี เจ้าหน้าที่จัดการ - สถานีต้นทางซึ่งแลกบัตรโดยสาร
สาร เคลื่อนย้ายผู้รับ
วันที่แลกบัตรโดยสาร 2 ม.ค. 31 บัตรโดยสาร - วันที่แลกบัตรโดยสาร
ลงนามผู้รับบัตรโดย ร.ท.ไพจิตร จิตต์สุข เจ้าหน้าที่จัดการ - ผู้รรับบบัตรโดยสารลงนาม
สาร เคลื่อนย้ายผู้รับ
บัตรโดยสาร
ใช้ได้ถึง 31 ม.ค.31 เจ้าหน้าที่จัดการ - วันเดือน สุดท้ายของเดือน
เคลื่อนย้าย ที่ออกใบแลกการขนส่งโดยสาร
ลงนามเจ้าหน้าที่จัด ร.อ.สนิท รักไทย " - เจ้าหน้าที่จจัดการเคลื่อนย้าย
การเคลื่อนย้าย
จำนวนบัตรโดยสาร 2 " - ลงจำนวนผู้โดยสารซึ่งเป็น
ท. ทหารแต่ละชั้นโดยสาร
จำนวนบัตรโดยสาร 3 " - ลงจำนวนผู้โดยสารซึ่งเป็น
พ. พลเรือนแต่ละชั้นโดยสาร
จำนวนและประเภทที่ จำนวนและประเภทที่นั่งนอน " - ลงจำนวนผู้โดยสารและประเภท
นั่งนอน ตามที่ใช้ ที่นั่งนอนตามต้องการคือ
บนอ.ป.-โบกี้นอนปรับอากาศ
บนอ.-โยกี้นอนเอก
บชอ.ป.-โบกี้ชั้นเอกปรับอากาศ
บชอ.-โบกี้ชั้นเอก
บนท.ล.-โบกี้นอนโทล่าง
บนท.บ.-โบกี้นอนโทบน
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
- หากบริการขนส่งพาณิชย์ใด
มิได้กำหนดประเภทที่นั่งไว้
ดังที่ระบุไว้ในช่องดังกล่าว
ให้ใช้ช่องว่างถัดไปแทน
ประเภท 1 เจ้าหน้าที่จัดการ - ประเภทของรถบริการขนส่ง
เคลื่อนย้าย พาณิชย์
ด. - รถด่วน
ร. - รถเร็ว
ธ. - ธรรมดา
เที่ยวเดียว-ไปกลับ ไปกลับ " - เมื่อต้องการเดินทางไปกลับ
ให้ขีดฆ่า "เที่ยวเดียว" ออก
หากต้องการเดินทางเที่ยว
เดียวให้ขีดฆ่า "ไปกลับ"ออก
ขบวน 601 พนักงานขนส่ง - ลงนามหมายเลขขบวนเที่ยวบิน
พาณิชย์ หรือหมายเลขยานพาหนะ
- ลงวันที่ขบวน 601 เที่ยวบิน
601 หรือหมายเลขยานพาหนะ
ออกเดินทาง
จาก........... อุดรธานี เจ้าหน้าที่จัดการ - สถานีต้นทาง
เคลื่อนย้าย
ถึง............ กรุงเทพ " - สถานีปลายทาง
ลงนามพนักงานขนส่ง สนอง พนักงานขนส่ง - เจ้าหน้าที่บริการขนส่งพาณิชย์
พาณิชย์ พาณิชย์ ลงนาม
ค่าเดินทาง
ค่าโดยสาร 400 " - ค่าโดยสารตามอัตรา
ค่าที่นอน 100 " - ค่าที่นอนตามอัตรา
ค่าธรรมเนียม 100 " - ค่าธรรมเนียมตามอัตรา
ค่าปรับอากาศ 60 " - ค่าปรับอากาศตามอัตรา
รวมเงิน 660 " - รวมค่าโดยสารทั้งสิ้น
ลักษณะใบแลกการขนส่งโดยสาร
1. ขนาดกว้าง 9 ซม. ยาว 18 ซม.
2. 1 ชุด มี 4 ฉบับ
ฉบับที่ 1 สีเหลืองอ่อน
ฉบับที่ 2 สีชมภูอ่อน
ฉบับที่ 3 สีฟ้าอ่อน
ฉบับที่ 4 สีเขียวอ่อน
คำเตือน
1. ใบแลกการขนส่งเปรียบเสมือนเงินตรา จงเก็บรักษา
ไว้ในที่ปลอดภัย
2. การใช้ใบแลกการขนส่งควรใช้เรียงลำดับหมายเลข
จากน้อยไปหามาก
3. ใบแลกการขนส่งฉบับใดชำรุดหรือยกเลิกการใช้ให้
ส่งคืน ขส.ทบ. อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (ให้ใช้
บัญชีรายละเอียดประกอบด้วย)
4. ใบแลกการขนส่งฉบับที่ 3 หากหายให้สอบสวนหา
สาเหตุ แล้วนำสำเนาผลการสอบสวนส่งให้ ขส.ทบ.
พร้อมรายงานงบเดือนเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบใบ
สำคัญคู่เบิก
5. ใบแลกการขนส่งทุกฉบับที่ใช้ไปในรอบเดือนต้องรวบรวม
รายงาน ขส.ทบ. ให้ครบทุกฉบับ
วิธีเขียนใบแลกการขนส่งบรรทุก
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ใบขอการขนส่ง,คำสั่ง ใบขอการขนส่ง เจ้าหน้าที่จัดการ - ถ้าใช้ใบแลกการขนส่งให้ขีดฆ่า
เดินทาง เคลื่อนย้าย "คำสั่งเดินทาง" ออก ถ้าใช้
คำสั่งเดินทางให้ขีดฆ่า
"ใบแลกการขนส่ง" ออก
หน่วย.......... จทบ.อ.ด. " หน่วยที่ออกคำสั่งเดินทางที่
ที่............. 120/31 " ของใบแลกการขนส่งหรือที่
ของคำสั่งเดินทาง
วันที่........... 2 ม.ค. 31 " วันเดือน ปี ที่ของการขนส่ง
หรือออกคำสั่งเดินทางระบุชื่อ
บริการขนส่งพาณิชย์ที่จะใช้ใน
ครั้งคราวนั้น เช่น รฟท.-การ
รถไฟแห่งประเทศไทย
บดท.- บริษัทเดินอากาศไทย
บขส.- บริษัทขนส่งจำกัด
รสพ.- องค์การรับส่งสินค้า
และพัสดุภัณฑ์
หมายเลขบัญชี 41 " - ให้ลงหมายบัญชีประจำหน่วยที่
ขอการขนส่งหรือที่ออกคำสั่ง
เดินทาง หรือที่ขอรับการสนับสนุน เก็บเงินที่....... ขส.ทบ. " - ให้ระบุนามหน่วยที่จะให้บริการ
ขนส่งพาณิชย์ไปเก็บเงิน
งบงานที่........ 3 " - หากกำหนดแบ่งงานไว้เพื่อ
สะดวกเกี่ยวกับการงบประมาณ
ก็ให้ระบุไว้หากมิได้ระบุไว้ก็คง
ว่างไว้เช่น
1. งานบริหารทั่วไปของหน่วย
2. งบการฝึกศึกษาและวิจัย
3. งบการจัดหาผลิตเพื่อแจกจ่าย
และซ่อมบำรุง
4. งบการก่อสร้างและ
สาธารณูปโภค
5. งบกิจกรรมทั่วไป
6. งบบริหารทั่วไป
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
ใบแลกการขนส่ง - เป็นเอกสาร
ฉบับที่ 1,2,3,4 - เป็นลำดับที่ของใบแลกการ
ขนส่งภายในชุดหนึ่งมี ๔ ฉบับ
เช่น ข.160112 จะมีทั้งหมด
๔ ฉบับ รวมเป็น ๑ ชุด
สถานีบรรทุกหรือชั่งส่ง อุดรธานี เจ้าหน้าที่จัดการ - สถานีรถไฟต้นทาง
เคลื่อนย้าย
วันที่บรรทุกหรือชั่งส่ง 4 ม.ค. 31 เจ้าหน้าที่บรรทุก - วัน เดือน ปี ที่บรรทุกหรือ
หรือชั่งส่ง ชั่งส่ง
ขบวนรถที่ 502 พนักงานขนส่ง - สำหรับกรอกขบวนรถที่ส่งหรือ
พาณิชย์ หรือเที่ยวบินที่ส่งหรือหมายเลข
ยานพาหนะ
วันที่........... 5 ม.ค. 31 พนักงานขนส่ง - วัน เดือน ปี ที่ขบวน 503
พาณิชย์ หรือเที่ยวบินที่ออกเดินทาง
ใช้ได้ถึง 31 ม.ค. 31 เจ้าหน้าที่จัดการ - วันสุดท้ายของเดือนที่ออกใบ
เคลื่อนย้าย แลกการขนส่งบรรทุก
ลงนามเจ้าหน้าที่จัด ร.อ.สนิท รักไทย " - เจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้าย
การเหมาคัน
ชนิดรถและจำนวน 2 ตญ. " - ชนิดรถที่บรรทุกจำนวนที่ใช้
บรรทุก
ประเภทสิ่งของห่อวัตถุ ข้าวสาร " - ชนิดสิ่งอุปกรณ์ที่บรรทุกใน
ตญ. นั้น
ชนิดหีบห่อและจำนวน 2 หีบ " - จำนวนหีบห่อที่บรรทุกหรือ
ชั่งส่ง
ประเภทสิ่งของ เครื่องอะไหล่ เจ้าหน้าที่จัดการ - ชนิดสิ่งอุปกรณ์ที่บรรทุกหรือ
เคลื่อนย้าย ชั่งส่งในกรณีส่งสิ่งอุปกรณ์ที่
เป็นความลับให้ใช้คำว่า
"ราชการ"
ช่อง ตัวอย่างข้อความที่กรอก ผู้กรอก คำอธิบาย
สถานี
จาก อุดรธานี " - สถานีต้นทาง
ถึง สระบุรี - สถานีปลายทาง
หมายเลขรถ 117568 พนักงานขนส่ง - หมายเลขรถที่บรรทุกสิ่งอุปกรณ์
พาณิชย์
เลขที่ใบส่งของ 128540 " - หมายเลขใบส่งของ
น้ำหนักหรือปริมาตร - - - เมื่อต้องการใช้น้ำหนักให้ขีด
แท้จริง ฆ่า "ปริมาตร" ออก หรือ
ถ้าต้องการใช้ปริมาตร ให้ขีด
"น้ำหนัก" ออก
แท้จริง 11057 พนักงานขนส่ง - น้ำหนักหรือปริมาตรที่ชำระ
พาณิชย์ ค่าระวาง
ยกขึ้น 12500 "
หน่วยรับปลายทาง สขส.จทบ.ส.บ. เจ้าหน้าที่จัดการ - นามหน่วยรับปลายทาง
เคลื่อนย้าย
ลงนามเจ้าหน้าที่ ร.ต.เสริม เจ้าหน้าที่บรรทุก - เจ้าหน้าที่บรรทุกหรือชั่งส่ง
บรรทุกหรือชั่งส่ง หรือชั่งส่ง ลงนาม
ลงนามพนักงานขนส่ง ข่าว พนักงานขนส่ง - พนักงานขนส่งพาณิชย์ลงนาม
พาณิชย์ พาณิชย์
รวมเงิน 500 " - รวมค่าระวางทั้งสิ้น
- ลักษณะใบแลกการขนส่งบรรทุกเหมือนใบแลกการขนส่งโดยสาร
ผนวก ด. ทบ.463 - 007
กระดาษเขียนข่าว
แบบ สส.6
สำหรับเจ้าหน้าที่ศูนย์การสื่อสาร......................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ความเร่งด่วน - ผู้ปฏิบัติ ความเร่งด่วน - ผู้รับทราบ หมู่ วัน - เวลา คำแนะนำ
จาก (หน่วยให้การสนับสนุนการเคลื่อนย้าย) หมู่/คำ
ถึง ผู้รับปฏิบัติ...........(หน่วยขอรับการสนับสนุนการเคลื่อนย้าย)..............ประเภทเอกสาร......................
ผู้รับทราบ....................(ขส.ทบ.)..............................ที่ของผู้ให้ข่าว.................................................
สนับสนุนหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้าย หมายเลขบัญชี.......................................................
ตามคำสั่งเดินทางของหน่วย...................................................ที่....................ลง.............................
จากสถานี.............................................................ถึงสถานี..........................................................
เป็นเงิน................................................................บาท...............................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
หน้า ใน หน้า อ้างถึง ผู้เขียนข่าว โทร.
จัดประเภทเอกสาร
สำหรับ รับเมื่อ วันที่ เวลา ระบุ ชื่อ ส่งเสร็จ วันที่ เวลา ระบุ ชื่อ รับรองว่าเป็น
พนักงาน เครื่อง เครื่อง พนักงาน เครื่อง พนักงาน ข่าวสารราชการ
.....................
นายทหารอนุมัติข่าว
ผนวก ต.
ทบ. 581 - 202
กง. 2
เลขที่ .......................
(ของส่วนราชการ)
ใบสำคัญรับเงิน
เขียนที่...............................................
วันที่...............เดือน....................พ.ศ...............
ข้าพเจ้า.............................................................ตำแหน่ง...............................................................
สังกัด...........................อยู่บ้านเลขที่...............ตรอก/ซอย..............................ถนน...........................
ได้รับ...........................เงินสด.........................เช็คเลขที่..................................................................
จาก (กรมหรือหน่วย)
ตามรายการดังต่อไปนี้
ลำดับ รายการ จำนวนเงิน
...........................................
...........................................
............................................
............................................
............................................
............................................
รวมเงิน
จำนวนเงิน
ลายมือชื่อ ................................................
ผู้รับเงิน
ทบ.581-210-1
ผนวก ถ. กง. 10.1
หน้างบใบสำคัญคู่จ่ายเงิน
ในราชการ (กรมหรือหน่วย)..............................
วันที่............เดือน...............................พ.ศ...................
ใบสำคัญคู่จ่ายเงิน งบ.................................................หมวดรายจ่าย.................................................
เบิกตามฎีกาที่.................เดือน.............................ปีงบประมาณ..........................ตามรายการต่อไปนี้.
ใบสำคัญที่ ประเภท รายการ จำนวนเงิน รวมเงิน
บาท สต. บาท สต.
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
รวมใบสำคัญ.......................ฉบับ เงิน
(ตัวอักษร)
ได้ตรวจสอบใบสำคัญหมายเลข.................ถึงหมายเลข................ อนุมัติจ่ายได้
เป็นการถูกต้องแล้ว
ลายมือชื่อผู้ตรวจ..................................................................... ลายมือชื่อผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน............
(......................................) (..................................)
ตำแหน่ง................................................................................ ตำแหน่ง.........................................
วันที่...................................................................................... วันที่...............................................
(ให้ใช้ในกรณีส่งใบสำคัญคู่จ่ายเงินพร้อมกับฎีกาเบิกเงินหรือกรณีส่งใบสำคัญคู่จ่ายเงินตามฎีกาเบิกผัดส่ง)
หมายเหตุ ฉบับที่ ๒ เป็นหลักฐานการรับเงิน ส่วนราชการผู้เบิกเงินเป็นผู้เก็บรักษา
ผนวก ท.
บัญชีค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวในการเดินทางไปประจำต่างสำนักงานหรือกลับภูมิลำเนาเดิม
ระยะทาง กม. เป็นจำนวนเงิน บาท
ประเภท ก. ประเภท ข. ประเภท ค.
1 - 50 1200 1000 800
51 - 100 1400 1200 1000
101 - 150 1700 1500 1300
151 - 200 1900 1700 1500
201 - 250 2200 2000 1800
251 - 300 2400 2200 2000
301 - 350 2700 2500 2300
351 - 400 2900 2700 2500
401 - 450 3200 3000 2800
451 - 500 3400 3200 3000
501 - 550 3700 3500 3300
551 - 600 3900 3700 3500
601 - 650 4200 4000 3800
651 - 700 4400 4200 4000
701 - 750 4700 4500 4300
751 - 800 4900 4700 4500
801 - 850 5200 5000 4800
851 - 900 5400 5200 5000
901 - 950 5700 5500 5300
951 - 1000 5900 5700 5500
1001 - 1050 6200 6000 5800
1051 - 1100 6400 6200 6000
1101 - 1150 6700 6500 6300
1151 - 1200 6900 6700 6500
1201 - 1250 7200 7000 6800
1251 - 1300 7400 7200 7000
1301 - 1350 7700 7500 7300
1351 - 1400 7900 7700 7500
1401 - 1450 8200 8000 7800
1451 - 1500 8400 8200 8000
1501 - 1550 8700 8500 8300
1551 - ขึ้นไป 9000 8700 8500
บัญชีหน่วยเจ้าของงบประมาณการเคลื่อนย้ายและหน่วยรับการสนับสนุน
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
01 ยศ.ทบ. ยศ.ทบ. และ นขต.ยศ.ทบ.ในกรุงเทพ ฯ
02 ศร. 1. ศร. และ นขต.ศร
2. หน่วยขึ้นสมทบและฝากการบังคับบัญชา
กับ ศร.
03 ศป. 1. ศป. และ นขต.ศป.
2. หน่วยขึ้นสมทบและฝากการบังคับบัญชา
กับ ศป.
3. สพก. 2 สพ.ทบ.
4. คส. 2 สพ.ทบ.
5. ร้อย สพ. กระสุน 2 สพ.ทบ.
6. มว. พักฟื้นสัตว์ กส.ทบ.
04 ศสพ. ศสพ. และ นขต.ศสพ. ที่อยู่ลพบุรี
05 สตช.ทบ. สตช.ทบ. และ นขต. สตช.ทบ.
06 สบส. 1. สบส.และ นขต.สบส.
2. รร.สธ.ทบ. และ นขต.รร.สธ.ทบ.
3. วทบ.ทบ. และ นขต.
07 รร.จปร. รร.จปร.และ นขต.จปร.
08 รด. รด.และ นขต.ในกรุงเทพ ฯ
09 สลก.ทบ. สลก.ทบ. และ นขต.สลก.ทบ.
10 สปช.ทบ. สปช.ทบ.และ นขต.สลก.ทบ.
11 กพ.ทบ. กพ.ทบ. และ นขต.กพ.ทบ.
12 ขว.ทบ. ขว.ทบ. และ นขต.ขว.ทบ.
13 ยก.ทบ. ยก.ทบ. และ นขต.ยก.ทบ.
14 กบ.ทบ. กบ.ทบ. และ นขต.กบ.ทบ.
15 กง.ทบ. กง.ทบ. และ นขต.กง.ทบ.
16 สห.ทบ. สห.ทบ. และ นขต.สห.ทบ.
17 จบ. จบ. และ นขต.จบ.
18 สบ.ทบ. สบ.ทบ. และ นขต.สบ.ทบ.
19 สก.ทบ. สก.ทบ. และ นขต.สก.ทบ.
20 ขส.ทบ. ขส.ทบ. และ นขต.ขส.ทบ.
(รวมทั้งการรับส่งสิ่งอุปกรณ์ตามระเบียบ
ทบ.ว่าด้วยการส่งสิ่งอุปกรณ์ พ.ศ.2500)
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
21 สส. 1. สส.และ นขต.สส. ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพ
2. คลัง ส.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
3. รร.ส.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
22 กส.ทบ. กส.ทบ.และ นขต.กส.ทบ. ในจังหวัด
นครปฐม
22-1 แผนกเสบียงสัตว์ที่ 1 ก.จ. แผนกเสบียงสัตว์ที่ 1 กาญจนบุรีและ นขต.
23 พธ.ทบ. พธ.ทบ. และ นขต.ทบ. ในกรุงเทพ ฯ
23-1 กก.3 พธ.ทบ. 1. กก.3 พธ.ทบ.และ นขต.กก.3 พธ.ทบ
2. รง. ปลากระป๋องสมุทรสาคร
24 พบ. 1. พบ.และ นขต.ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพ ฯ
2. รพ.พระมงกุฎเกล้า
3. วิทยาลัยแพทย์กองทัพบก
4. วิทยาลัยพยาบาล
25 สพ.ทบ. 1. สพ.ทบ.และ นขต.สพ.ทบ.ในกรุงเทพฯ
2. คส.สพ.ทบ.
3. รชท.สพ.ทบ.
26 กวรบ.ศอ.สพ.ทบ. 1. กวรบ.ศอ.สพ.ทบ.และ นขต.กวรบ.
ศอ.สพ.ทบ.
2. กอง สพ.ซ่อม ยาง สพ.ทบ.
3. มว.สน.จทบ.ส.บ.ที่ประจำอยู่จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา
26-1 สัสดีจังหวัด อ.ย. หน่วย สด.อ.ย. และ นขต.
27 ยย.ทบ. ยย.ทบ. และ นขต.ยย.ทบ.
28 ทภ.1 ทภ.1 และ นขต.ทภ.1 ในกรุงเทพ ฯ
28-1 บชร.1 หน่วย บชร.1 และ นขต.
29 มทบ.11 มทบ.11 และ นขต.มทบ.11
(เฉพาะที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพ ฯ)
29-1 สัสดีจังหวัด น.ฐ. หน่วย สด.น.ฐ. และ นขต.
29-2 สัสดีจังหวัด น.บ. หน่วย สด.น.บ. และ นขต.
29-3 สัสดีจังหวัด ป.ท. หน่วย สด.ป.ท. และ นขต.
29-4 สัสดีจังหวัด ส.ป. หน่วย สด.ส.ป. และ นขต.
29-5 สัสดีจังหวัด ส.พ. หน่วย สด.ส.พ. และ นขต.
29-6 สัสดีจังหวัด ส.ค. หน่วย สด.ส.ค. และ นขต.
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
30 มทบ.13 1. มทบ.13 และ นขต.มทบ.13
2. หน่วยทหารที่ขึ้นสมทบ เว้น ศป.และ
นขต.,ศสพ.และ นขต.ศบบ.และ นขต.
30-1 สัสดีจังหวัด ช.น. หน่วย สด.ช.น. และ นขต.
30-2 สัสดีจังหวัด ส.ห. หน่วย สด.ส.ห. และ นขต.
30-3 สัสดีจังหวัด อ.ท. หน่วย สด.อ.ท. และ นขต.
30-4 สัสดีจังหวัด ล.บ. หน่วย สด.ล.บ. และ นขต.
31 จทบ.ส.บ. 1. จทบ.ส.บ. และ นขต.จทบ.ส.บ.
2. ศม.นขต.ศม. และ หน่วยขึ้นสมทบ
และฝากการบังคับบัญชา (ค่ายอดิศร)
31-1 สัสดีจังหวัด ส.บ. หน่วย สด.ส.บ. และ นขต.
32 จทบ.ร.บ. 1. จทบ.ร.บ. และ นขต.จทบ.ร.บ.
2. ก.ช. และ นขต.
32-1 สัสดีจังหวัด ก.จ. หน่วย สด.ก.จ. และ นขต.
32-2 สัสดีจังหวัด ส.ส. หน่วย สด.ส.ส. และ นขต.
32-3 สัสดีจังหวัด ร.บ. หน่วย สด.ร.บ. และ นขต.
32-4 จทบ.ก.จ. 1. จทบ.ก.จ. และ นขต.
2. พล.ร.๙ และ นขต.
3. แผนกเสบียงสัตว์ที่ 1 กาญจนบุรี
และ นขต.
33 จทบ.พ.บ. จทบ.พ.บ. และ นขต.จทบ.พ.บ.
33-1 สัสดีจังหวัด ป.ช. หน่วย สด.ป.ช. และ นขต.
33-4 สัสดีจังหวัด พ.บ. หน่วย สด.พ.บ. และ นขต.
33-5 รร.กสร.ทบ. รร.กสร.ทบ. และ นขต.
34 มทบ.14 1. มทบ.14 และ นขต.มทบ.14
2. ร.21 รอ. และ นขต.
34-1 ร.21 พัน 3 รอ. ร.21 พัน 3 รอ. และ นขต.
34-2 สัสดีจังหวัด จ.บ. หน่วย สด.จ.บ. และ นขต.
34-3 สัสดีจังหวัด ช.บ. หน่วย สด.ช.บ. และ นขต.
34-4 สัสดีจังหวัด ต.ร. หน่วย สด.ต.ร. และ นขต.
34-5 สัสดีจังหวัด ร.ย. หน่วย สด.ร.ย. และ นขต.
34-6 สัสดีจังหวัด ฉ.ช. หน่วย สด.ฉ.ช. และ นขต.
34-7 ช. พัน 2 รอ. ช. พัน 2 รอ. และ นขต.
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
34-8 ช.พัน. 8 ช. พัน. 8 และ นขต.
35 พล. 1 รอ. พล. 1 รอ. และ นขต. พล. 1 รอ.
(เฉพาะที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพ ฯ )
36 มทบ. 12 1. มทบ. 12 และ นขต.มทบ. 12
2. พล.ร.2 และ นขต.
36-1 สัสดีจังหวัด น.ย. หน่วย สด.น.ย. และ นขต.
36-2 จทบ.ป.จ. 1. จทบ.ป.จ. และ นขต.
2. ร.2 พัน.3 และ นขต.
36-3 สัสดีจังหวัด ป.จ. หน่วย สด.ป.จ. และ นขต.
37 ทภ.2 ทภ.2 และ นขต.ทภ.2 ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใน
จังหวัดนครราชสีมา (เว้น มทบ.21 และ
พล.ร.3, บชร.2)
37-1 บชร.2 บชร.2 และ นขต. บชร.2
37-2 พล.ร.12 พล.ร.12 และ นขต.
38 มทบ.21 1. มทบ.21 และ นขต.มทบ.21 ซึ่งมีที่ตั้ง
อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา
2. แผนกการฝึก รด.น.ม.
38-1 สัสดีจังหวัด ช.ย. หน่วย สด.ช.ย. และ นขต.
38-2 สัสดีจังหวัด น.ม. หน่วย สด.น.ม. และ นขต.
39 มทบ.23 1. มทบ.23 และ นขต.มทบ.23
2. ม. พัน.6
39-1 มว.สัตวบาลที่ 3 หน่วยหมวดสัตวบาลที่ 3 และ นขต.
39-2 สัสดีจังหวัด ม.ค. หน่วย สด.ม.ค. และ นขต.
39-3 สัสดีจังหวัด ข.ก. หน่วย สด.ข.ก. และ นขต.
40 จทบ.ส.ร. 1. จทบ.ส.ร. และ นขต.จทบ.ส.ร.
2. ร.23 พัน.3
40-1 สัสดีจังหวัด บ.ร. หน่วย สด.บ.ร. และ นขต.
40-2 สัสดีจังหวัด ส.ร. หน่วย สด.ส.ร. และ นขต.
40-3 จทบ.บ.ร. 1. จทบ.บ.ร. และ นขต.
2. ร.23 พะร 4 และ นขต.
41 มทบ.24 1. มทบ.24 และ นขต.มทบ.24
2.นขต.พล.ร.3 มีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี
3. แผนกฝึก รด.อ.ด.
41-1 สัสดีจังหวัด น.ค. หน่วย สด.ส.ค. และ นขต.
41-2 สัสดีจังหวัด ส.น. หน่วย สด.ส.น. และ นขต.
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
41-3 สัสดีจังหวัด ล.ย. หน่วย สด.ล.ย. และ นขต.
41-4 สัสดีจังหวัด อ.ด. หน่วย สด.อ.ด. และ นขต.
41-5 จทบ.ส.น. จทบ.ส.น. และ นขต.จทบ.ส.น.
41-6 จทบ.น.พ. จทบ.น.พ. และ นขต.จทบ.น.พ.
41-7 จทบ.ล.ย. จทบ.ล.ย. และ นขต.จทบ.ล.ย.
42 พล.ร.3 พล.ร.3 และ นขต.พล.ร.3 ที่มีที่ตั้งอยู่ใน
จังหวัดนครราชสีมา
43 มทบ.22 1. มทบ.22 และ นขต.มทบ.22
2. นขต.พล.ร.3 ที่มีที่ตั้งในจังหวัดอุบล ฯ
3. แผนกฝึก รด.อ.บ.
43-1 สัสดีจังหวัด ร.อ. หน่วย สด.ร.อ. และ นขต.
43-2 สัสดีจังหวัด ก.ส. หน่วย สด.ก.ส. และ นขต.
43-3 สัสดีจังหวัด น.พ. หน่วย สด.น.พ. และ นขต.
43-4 สัสดีจังหวัด ศ.ก. หน่วย สด.ศ.ก. และ นขต.
43-5 สัสดีจังหวัด อ.บ. หน่วย สด.อ.บ. และ นขต.
43-6 สัสดีจังหวัด ย.ส. หน่วย สด.ย.ส. และ นขต.
44 ทภ.3 ทภ.3 และ นขต.ทภ.3 ที่มีทีตั้งอยู่ในจังหวัด
พิษณุโลก (เว้น ช.3,ช.พัน 302,พล.ร.4
และ จทบ.พ.ล.,บชร.3)
44-1 บชร.3 1. บชร.3 และ นขต.บชร.3
2. คส.3 สพ.ทบ.
3. กอง สพบ.พล.ร.4
4. ร้อย สพ. กระสุนที่ 3 สพ.ทบ.
45 จทบ.พ.ล. 1. จทบ.พ.ล. และ นขต.
2. แผนกฝึก รด.พ.ล.
45-1 สัสดีจังหวัด ต.ก. หน่วย สด.ต.ก. และ นขต.
45-2 สัสดีจังหวัด พ.จ. หน่วย สด.พ.จ. และ นขต.
45-3 สัสดีจังหวัด พ.ช. หน่วย สด.พ.ช. และ นขต.
45-4 สัสดีจังหวัด ส.ท. หน่วย สด.ส.ท. และ นขต.
45-5 สัสดีจังหวัด พ.ล. หน่วย สด.พ.ล. และ นขต.
45-6 จทบ.พ.ช. 1. จทบ.พ.ช. และ นขต.
2. ม.3 และ นขต. ที่ขึ้นสมทบ
3. พล.ม.1 และ นขต.(เฉพาะ รับ-ส่ง สป.)
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
45-7 จทบ.ต.ก. 1. จทบ.ต.ก. และ นขต.
2. ร.4 พัน.4, ร.4 พัน.5 และ นขต.
46 จทบ.อ.ต. 1. จทบ.อ.ต. และ นขต.จทบ.อ.ต.
2. ม.2 และ นขต.ม.2
46-1 สัสดีจังหวัด อ.ต. หน่วย สด.อ.ต. และ นขต.
46-2 จทบ.น.น. 1. จทบ.น.น. และ นขต.
2. ม.2 และ นขต.ม.2
47 มทบ.31 มทบ.31 และ นขต.มทบ.31 มีที่ตั้งอยู่ใน
จังหวัดนครสวรรค์
47-1 สัสดีจังหวัด พ.ร. หน่วย สด.พ.ร. และ นขต.
47-2 สัสดีจังหวัด น.น. หน่วย สด.น.น. และ นขต.
47-3 สัสดีจังหวัด ก.พ. หน่วย สด.ก.พ. และ นขต.
47-4 สัสดีจังหวัด อ.น. หน่วย สด.อ.น. และ นขต.
47-5 แผนก 3 กคส.สพ.ทบ. 1. แผนก 3 กคส.สพ.ทบ. และ นขต.
2. กอง สพ.พล.ร.4
3. ร้อย สพ.กระสุนที่ 3 สพ.ทบ.
47-6 สัสดีจังหวัด น.ว. หน่วย สด.น.ว.และ นขต.
48 พล.ร.4 พล.ร.4 และ นขต.พล.ร.4 ที่มีที่ตั้งใน
จังหวัดพิษณุโลก
49 มทบ.32 มทบ.32 และ นขต.มทบ.32 มีที่ตั้งใน
จังหวัดลำปาง
49-1 สัสดีจังหวัด ล.ป. หน่วย สด.ล.ป. และ นขต.
50 มทบ.33 1. มทบ.33 และ นขต.มทบ.33
2. ป. พัน.7
3.กองพันสัตว์ต่าง กส.ทบ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
4. แผนกฝึก รด.ช.ม.
50-1 สัสดีจังหวัด ม.ส. หน่วย สด.ม.ส. และ นขต.
50-2 สัสดีจังหวัด ล.พ. หน่วย สด.ล.พ. และ นขต.
50-3 สัสดีจังหวัด ช.ม. หน่วย สด.ช.ม. และ นขต.
51 จทบ.ช.ร. 1. จทบ.ช.ร. และ นขต.จทบ.ช.ร.
2. ร.7, พัน.3, พัน.4, พัน.5
51-1 สัสดีจังหวัด ช.ร. หน่วย สด.ช.ร. และ นขต.
51-2 สัสดีจังหวัด พ.ย. หน่วย สด.พ.ย. และ นขต.
51-3 จทบ.พ.ย. 1. บก.จทบ.พ.ย. และ นขต.
2. ร.17 และ นขต.
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
52 มทบ.41 มทบ.41 และ นขต.(เว้น ทภ.4 และ นขต
พล.ร.5 และ นขต., บชร.4 และ นขต.)
52-1 สัสดีจังหวัด ก.บ. หน่วย สด.ก.บ. และ นขต.
52-2 สัสดีจังหวัด ต.ง. หน่วย สด.ต.ง. และ นขต.
52-3 สัสดีจังหวัด พ.ง. หน่วย สด.พ.ง. และ นขต.
52-4 สัสดีจังหวัด ภ.ก. หน่วย สด.ภ.ก. และ นขต.
52-5 สัสดีจังหวัด พ.ท. หน่วย สด.พ.ท. และ นขต.
52-6 สัสดีจังหวัด น.ศ. หน่วย สด.น.ศ. และ นขต.
52-7 ร.15 พัน.4 หน่วย ร.15 พัน.4 และ นขต. ที่ตั้งใน
จังหวัดตรัง
52-8 จทบ.ท.ส. 1. จทบ.ท.ส. และ นขต.
2. พล.ร.5 และ นขต.
53 จทบ.ช.พ. 1. จทบ.ช.พ. และ นขต.จทบ.ช.พ.
2. ร.15 พัน.1 ที่ตั้งในจังหวัดกระบี่
53-1 สัสดีจังหวัด ร.น. หน่วย สด.ร.น. และ นขต.
53-2 สัสดีจังหวัด ส.ฎ. หน่วย สด.ส.ฎ. และ นขต.
53-3 สัสดีจังหวัด ช.พ. หน่วย สด.ช.พ. และ นขต.
53-4 จทบ.ส.ฎ. 1. จทบ.ส.ฎ. และ นขต.
2. พล.ร.5 พัน.3 และ นขต.
54 มทบ.42 1. มทบ.42 และ นขต.
2. แผนกฝึก รด.
54-1 สัสดีจังหวัด น.ธ. หน่วย สด.น.ธ. และ นขต.
54-2 สัสดีจังหวัด ป.น. หน่วย สด.ป.น. และ นขต.
54-3 สัสดีจังหวัด ส.ต. หน่วย สด.ส.ต. และ นขต.
54-4 สัสดีจังหวัด ย.ล. หน่วย สด.ย.ล. และ นขต.
54-5 สัสดีจังหวัด ส.ข. หน่วย สด.ส.ข. และ นขต.
54-6 จทบ.ป.น. 1. จทบ.ป.น. และ นขต.
2. พล.ร. 15 พัน.3
3. ร.15 พัน 2, พัน.5
55 โรงงานที่ 5 กองการผลิต 1. คลังทั่วไปซับม่วง 2. กก.2 พธ.ทบ.
สป. สาย พธ.ทบ. 3. แผนกเสบียงสัตว์จันทึก
4. คลัง ชพ.พธ.ทบ. (ซับม่วง)
5. แผนกผสมสัตว์ กส.ทบ.
56 พล.ปตอ. 1. นขต.พล.ปตอ. มีที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพ ฯ
2. หน่วยทหารที่ขึ้นสมทบ
บัญชี หน่วยเจ้าของงบประมาณ หน่วยรับการสนับสนุน หมายเหตุ
57 พล.ม.1 1. พล.ม.1 และ นขต.พล.ม.1 มีที่ตั้งอยู่
ในกรุงเทพ ฯ
2. หน่วยทหารที่ขึ้นสมทบ
58 กสร.ทบ. กสร.ทบ. และ นขต.
59 วศ.ทบ. วศ.ทบ. และ นขต.
60 ขกท. ขกท. และ นขต.
61 ทภ.4 ทภ.4 และ นขต.ทภ.4 มีที่ตั้งอยู่ในจังหวัด
นครศรีธรรมราช (เว้น มทบ.41 และ
นขต.มทบ.41, พล.ร.5 และ นขต.พล.
ร.5, บชร.4 และ นขต.)
61-1 บชร.4 1. บชร.4 และ นขต. บชร.4
2. หน่วยทหารที่ขึ้นสมทบ
61-2 ร.15 พัน.1 บก.ร.15 พัน.1 และ นขต.
61-3 ช.พัน.402 บก.ช. พัน 402 และ นขต.
61-4 ร.15 พัน.5 บก.ร.15 พัน.5 และ นขต.
61-5 กองพลพัฒนาที่ 4 บก.พลพัฒนาที่ 4 และ นขต.
62 ศบบ. บก.ศบบ. และ นขต.ศบบ.
63 พล.ม.2 พล.ม.2 และ นขต.พล.ม.2 ที่มีที่ตั้งอยู่
ในจังหวัดกรุงเทพ ฯ
64 พล.ร.6 บก.พล.ร.6 และ นขต.พล.ร.6 ซึ่งมีที่ตั้ง
อยู่ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด
65 ศอว.ทบ. ศอว.ทบ. และ นขต.ศอว.
66 กร.ทบ. บก.กร.ทบ. และ นขต.กร.ทบ.
67 จทบ.ร.อ. บก.จทบ.ร.อ. และ นขต.
68 พล.รพศ.2 พล.รพศ.2 และ นขต.พล.รพศ.2 ที่มีที่ตั้ง
ตั้งอยู่ที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
หมายเหตุ หน่วยเจ้าของงบประมาณหลัก 68 หน่วย หน่วยเจ้าของงบประมาณรอง 102 หน่วย =170 หน่วย
(ตัวอย่าง คำสั่งเดินทางไปประจำต่างสำนักงาน)
คำสั่งกรมการขนส่งทหารบก
(หมายเลขบัญชี 20)
ที่....../........
เรื่อง ให้นายทหารย้ายไปประจำต่างสำนักงาน
ตามคำสั่ง ทบ.ที่............../............... ลง....................................ให้....................................
ย้ายไปรับราชการที่............................................นั้น ได้ดำเนินการดังนี้
1. รายชื่อผู้เดินทาง
1.1 ...................................................................
1.2 ...................................................................
1.3 ....................................................................
1.4 ...................................................................
1.5 ...................................................................
ฯ ล ฯ
2. ให้.....................................................................เป็นผู้อำนวยการเดินทาง
3. วันเวลาในการเดินทาง............................................................................
4. วันเวลารายงานตัว ณ หน่วยใหม่..............................................................
5. ประเภทการขนส่ง..................................................................................
6. ตำบลต้นทาง........................................................................................
7. ตำบลปลายทาง.....................................................................................
8. ให้................................................ให้ออกใบแลกการขนส่งโดยสารเที่ยวเดียว
9. สิ่งของส่วนตัวมีสิทธิเหมาจ่ายระยะทาง..............กม.เป็นเงิน.....................บาท
10. งบประมาณการเคลื่อนย้ายใช้งบงานที่.......................รหัส...........................
11. ความต้องการอื่น ๆ
สั่ง ณ วันที่......เดือน..............พ.ศ.2533
(ลงชื่อ)..............................................................
( )
(ตำแหน่ง).............................................................
(ตัวอย่าง)
คำสั่งกองทัพภาคที่ 3
หมายเลขบัญชี 44
เรื่อง ให้นายทหารเดินทางไปราชการ
ภารกิจในการเดินทาง..........................................................................................................
1. ให้ผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เดินทางไปราชการ
1.1 ผู้อำนวยการเดินทาง
1.2 ผู้เดินทาง
1.3 .................................................................................................................................
1.4 .................................................................................................................................
2. ประเภทการขนส่ง.......................................................................................................................
3. ตำบลต้นทาง.............................................................................................................................
4. ตำบลปลายทาง..........................................................................................................................
5. วันเวลาเดินทางไป......................................................................................................................
6. วันเวลาเดินทางกลับ...................................................................................................................
7. ชั้นโดยสาร...............................................ขบวน.........................................................................
8. ค่าเคลื่อนย้ายมใช้จ่ายจากงบงานที่.........................รหัส.................................................................
9. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางใช้จาก.....................................................................................................
10. ให้ส่งหลักฐานเบิกเงินการเดินทางกลับจากราชการแล้วภายใน 5 วัน
11. ความต้องการอื่น ๆ
สั่ง ณ วันที่.............เดือน.................................พ.ศ.2533
รับคำสั่ง มทภ.3
(ลงชื่อ)...........................................................
(ตำแหน่ง)......................................................
(ประกอบการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
ครุฑ
ที่ กห 0324/490 กรมการขนส่งทหารบก
10 มกราคม 2511
เรื่อง ขอทำความตกลงรายละเอียดในการใช้บริการขนส่ง
เรียน ผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
อ้างถึง หนังสือกองทัพบกที่ กห 0314/12012 ลง 15 ธันวาคม 2510
สิ่งที่ส่งมาด้วย บัญชีหมายเลขหน่วยถืองบประมาณการเคลื่อนย้ายของกองทัพบก 1 ชุด
ตามหนังสือที่อ้างถึง กองทัพบกได้ยืนยันการใช้บริการของบริษัทขนส่งจำกัดและมอบให้กรมการขนส่งทหารบก เป็นผู้ติดต่อทำความตกลงรายละเอียดกับบริษัทขนส่งจำกัด ในนามของกองทัพบกตามความละเอียดแจ้งอยู่แล้วนั้น กรมการขนส่งทหารบกใคร่ขอเสนอเงื่อนไขในการขอใช้บริการขนส่งของบริษัทขนส่ง จำกัด โดยวิธีการใช้แลกการขนส่ง ดังต่อไปนี้
1. ขอใช้บริการขนส่งของบริษัทขนส่ง จำกัด ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2511 เป็นต้นไป
2. ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2502 ข้อ 5.3 กรมการขนส่งทหารบกได้ตั้งหน่วยถืองบประมาณการเคลื่อนย้ายสำหรับดำเนินงานในกิจการเคลื่อนย้ายของกองทัพบก ตามบัญชีในสิ่งที่ส่งมาด้วย
3. หน่วยถืองบประมาณการเคลื่อนย้ายทุกหน่วยมีสิทธิขอใช้บริการขนส่งของบริษัทขนส่ง จำกัด โดยวิธีใช้ใบแลกการขนส่งได้ กรรมวิธีในการใช้ใบแลกการขนส่งคงดำเนินตามระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2502 ทุกประการ และเพื่อให้กรรมวิธีในการออกใบแลกการขนส่งทางทหารได้มีระบบการรักษาความปลอดภัยต่อ ใบแลกการขนส่ง ทางกรมการขนส่งทหารบก จะได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นของเจ้าหน้าที่จัดการเคลื่อนย้ายของหน่วยถืองบประมาณต่าง ๆ ให้กับบริษัท ฯ เพื่อตรวจสอบหลักฐานใบแลกการขนส่งที่ออกให้ในโอกาสต่อไป
4. การใช้ใบแลกการขนส่ง สำหรับการโดยสารเป็นรายบุคคลขอให้คิดอัตราค่าโดยสารดังนี้
4.1 ทหารแต่งเครื่องแบบขอให้คิดค่าโดยสารในใบแลกการขนส่งในอัตราครึ่งราคาจากอัตราปกติ
4.2 ทหารที่มิได้แต่งเครื่องแบบ ข้าราชการพลเรือน ลูกจ้าง คนงาน และบุคคลพลเรือนให้คิดค่าโดยสารเต็มราคา
4.3 ทหารกองเกินที่ถูกเรียกเข้ากองประจำการ และทหารกองประจำการที่ถูกปลดปล่อยเป็นกองหนุน หรือทหารกองหนุนที่ถูกเรียกเข้าประจำการ นักเรียนนายสิบที่ผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ของ
กองทัพบก นักศึกษาที่ถูกเรียกเข้ารับการฝึกวิชาทหาร เดินทางโดยมีทหารในเครื่องแบบควบคุมการเดินทาง แม้บุคคลเหล่านั้นจะมิได้แต่งเครื่องแบบ เจ้าหน้าที่ทางทหารก็จะได้กรอกใบแลกการขนส่งในช่อง "ท" ขอให้ทางบริษัท ฯ คิดอัตราค่าโดยสารในใบแลกการขนส่งในอัตราครึ่งราคาของอัตราปกติ
5. ใบแจ้งหนี้ ขอให้ระบุหมายเลขใบแลกการขนส่ง วันเดือนปี ที่ใช้ใบแลกการขนส่งฉบับนั้น จำนวนผู้โดยสาร สถานีต้นทาง และปลายทาง อัตราค่าโดยสารหรือค่าจ้าง เป็นคันรถจำนวนเงินแต่ละใบแลกการขนส่ง สำหรับอัตราค่าโดยสารควรระบุอัตราครึ่งราคา หรือเต็มราคาด้วย ทั้งนี้ เพื่อกรมการขนส่งทหารบกจะได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายของหน่วยถืองบประมาณการเคลื่อนย้ายต่าง ๆ ตามกรรมวิธีที่ได้วาง หลักฐานไว้ได้ถูกต้อง
5.2 ขอให้แยกหลักฐานใบแจ้งหนี้ เป็นแต่ละหมายเลข ในบัญชีหน่วยถืองบประมาณการเคลื่อนย้ายตามบัญชีที่ส่งมาพร้อมนี้ สำหรับการแยกงบประมาณโดยละเอียดนั้น กรมการขนส่งทหารบกจะได้มาขอทำความตกลงกับบริษัท ฯ เป็นคราว ๆ ไป เพื่อขอให้บริษัท ฯ ได้แยกใบทวงหนี้เป็นแต่ละงบงานนั้นด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ทางกรมการขนส่งทหารบกสามารถแยกหลักฐานเบิกจ่ายใช้หนี้ให้กับทางบริษัท ฯ ได้รวดเร็วตามกรรมวิธีที่าได้วางไว้
5.3 การส่งหลักฐานทวงหนี้ ขอได้กรุณาส่งเป็นงวด ๆ 10 วันต่อครั้ง และอย่างช้าไม่ควรเกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังจากที่ได้ใช้ใบแลกการขนส่งไปแล้ว
6. ทุกครั้งที่ทางบริษัท ฯ มีคำสั่งหรือคำชี้แจงไปยังสถานีต่าง ๆ ของบริษัท ฯ ขอได้กรุณาสำเนาให้กรมการขนส่งทหารบก จำนวน 200 ชุด เพื่อที่จะได้แจกจ่ายไปยังหน่วยถืองบประมาณการเคลื่อนย้ายต่าง ๆ ได้ทราบ และให้มีการปฏิบัติสอดคล้องกันกับเจ้าหน้าที่ของทางบริษัท ฯ
ฉะนั้น จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณาเงื่อนไขตามข้อเสนอของกรมการขนส่งทหารบกข้างต้น และขอได้โปรดยืนยันให้กรมการขนส่งทหารบก ทราบในเวลาอันควรด้วย ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) พลตรี ป. เจริญศิริ
( ประนิต เจริญศิริ )
เจ้ากรมการขนส่งทหารบก
(ประกอบการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
บริษัท ขนส่ง จำกัด
ท่าข้างวังหลัง พระนคร
ที่ 175/2511
10 มกราคม 2511
เรื่อง การตกลงรายละเอียดในการใช้บริการขนส่ง
เรียน เจ้ากรมการขนส่งทหารบก
อ้างถึง หนังสือกรมการขนส่งทหารบก ที่ กห 0324/490 ลงวันที่ 10 มกราคม 2511
ตามหนังสือที่อ้างถึงความว่า กองทัพบกได้ยืนยันการใช้บริการของบริษัทขนส่งจำกัด และมอบให้กรมการขนส่งทหารบกเป็นผู้ติดต่อทำความตกลงรายละเอียด กรมการขนส่งทหารบก ได้เสนอเงื่อนไขในการใช้บริการขนส่งของบริษัท ฯ โดยวิธีการใช้ใบแลกการขนส่ง รวม 6 ข้อ และขอให้บริษัท ฯ ยืนยัน ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
บริษัท ฯ ได้พิจารณารายละเอียดเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นชอบด้วย และยินดีให้ความร่วมมือกับกองทัพบกในการนี้ทุกประการ
ฉะนั้น จึงเรียนยืนยันมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
พันเอก ข. กระหม่อมทอง
( ขุนแผน กระหม่อมทอง )
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
(ประกอบการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
คำสั่งบริษัทขนส่ง จำกัด
ที่ 46/2510
เรื่อง ขออนุมัติให้ใช้ใบแลกการขน่งโดยสารของกระทรวงกลาโหม
เพื่อให้การเคลื่อนย้ายของทางราชการกระทรวงกลาโหม ได้สำเร็จภารกิจตามความมุ่งหมายจึงอนุมัติให้ใช้ใบแลกการขนส่งโดยสารของกระทรวงกลาโหม โดยให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้คือ
ข้อ 1. ให้ผู้มีสิทธิ์ใช้ใบแลกการขนส่งโดยสาร ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่ง จำกัด ได้ทุกแห่งที่มีสถานีขนส่ง หรือสถานีเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด ตั้งอยู่
ข้อ 2. เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำสถานีขนส่ง หรือสถานีเดินรถ ได้รับแจ้งจากผู้มีสิทธิ์ใช้ใบแลกการขนส่ง ฯ แล้ว ให้ออกตั๋วสำหรับโดยสารให้แทนไป แล้วจ่ายเงินสดในมือที่มีอยู่เท่าราคาใบแลกการขนส่งให้แก่เจ้าของรถร่วม ฯ ทันที
ข้อ 3. นำส่งต้นขั้วบัตรแลกการขนส่ง ฯ ไปยังกองบัญชี สำนักงานใหญ่
ข้อ 4. ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงนามในใบแลกการขนส่งโดยสาร กำกับราคาค่าขนส่ง ในใบแลกการขนส่งโดยสาร ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น
ข้อ 5. ในกรณีที่มีการเหมารถทั้งคัน ให้ฝ่ายขอใบแลกการขนส่งโดยสาร ทำความตกลงกับหัวหน้าสถานีขนส่ง หรือนายสถานีเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด พร้อมกับเจ้าของรถคันนั้น ๆเป็นการล่วงหน้าเสียก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันเริ่มออกเดินทาง
ข้อ 6. ให้นายสถานีขนส่ง หรือนายสถานีเดินรถคันนั้น ๆ รีบดำเนินการขออนุมัติจ่ายเงิน
ค่าขนส่งพร้อมกับแบบใบแลกการขนส่งโดยสาร ผ่านไปยังกองบัญชีด้วย
ข้อ 7. ให้กองบัญชีดำเนินการขออนุมัติรับเงินตามราคาที่ระบุไว้ในใบแลกการขนส่งโดยสาร เพื่อส่งไปยังหน่วยต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในใบแลกการขนส่งโดยสารนั้น ๆ
ข้อ 8. หากเป็นการเหมารถตามข้อ 5. ก็ให้กองบัญชีคุม ขออนุมัติตัดจ่ายเงินให้กับเจ้าของรถร่วม ฯ ไปก่อนได้ เพื่อป้องกันการล่าช้า
ข้อ 9. ผู้มีสิทธิตามใบแลกการขนส่ง ฯ ดังกล่าวนี้ ให้ใช้สิทธิตามฐานะของสิทธิพึงได้รับตามระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2502 เท่านั้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2500
สั่ง ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2511
พันเอก ขุนแผน กระหม่อมทอง
( ขุนแผน กระหม่อมทอง )
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
สำเนาส่ง - ทุกหน่วย ทุกสถานี
(สำเนา)
ประกาศบริษัทขนส่ง จำกัด
เรื่อง การใช้ใบแลกการขนส่งในการจัดการเคลื่อนย้ายของกระทรวงกลาโหม
----------------------
เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเป็นไปโดยประหยัดและสำเร็จภารกิจตามความมุ่งหมายของทางราชการกองทัพบก กระทรวงกลาโหม จึงขอใช้บริการของบริษัทขนส่ง จำกัด ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2510 เป็นต้นไป
ฉะนั้น จึงให้บรรดารถร่วมได้ให้ความสะดวกในการโดยสารแก่ผู้ใช้ใบแลกการขนส่งของกองทัพบกด้วย โดยให้รับใบแลกการขนส่งดังกล่าวไว้แล้วแทนตั๋วโดยสารแล้วนำไปแสดงขอรับเงินค่า โดยสารจากสถานีเดินรถต้นสังกัดต่อไป
จึงประกาศให้บรรดาเจ้าของรถร่วมได้ทราบทั่วกัน และได้แจ้งให้พนักงานประจำรถได้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดด้วย.
ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พุทธศักราช 2511
(ลงนาม) พันเอก ข. กระหม่อมทอง
( ขุนแผน กระหม่อมทอง )
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
(สำเนา)
จาก กรรมการผู้จัดการ ถึง นายสถานีเดินรถทุกแห่ง
ทิ่ 209/2512 10 มีนาคม 2512
เรื่อง ซ้อมความเข้าใจการใช้ใบแลกการขนส่งเพื่อแลกตั๋วโดยสาร
ด้วยปรากฏว่า ผู้เดินทางไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ใบแลกการขนส่งเพื่อแลกตั๋วโดยสาร ทำให้บริษัท ฯ ต้องถูกต่อว่าจากหน่วยราชการ เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียง และ เรื่องนี้เคยได้ออกหนังสือเตือนมาแล้ว
ฉะนั้น จึงขอซ้อมความเข้าใจมาอีกครั้งหนึ่ง และให้ถือปฏิบัติดังนี้ คือ.-
เมื่อทางสถานีเดินรถได้รับใบแลกตั๋วเดินทาง ให้พนักงานหรือนายสถานีลงนามในแบบใบแลกตั๋วเดินทางพร้อมทั้งอัตราค่าโดยสารให้เรียบร้อย หากเห็นควรจ่ายเป็นเงินสด ก็ให้รับไปตามอัตราค่าโดยสารตามที่ระบุไว้ในใบแลกตั๋วเดินทาง โดยพลเรือนจ่ายเต็มราคา ทหารจ่ายกึ่งอัตราของค่าโดยสาร แล้วให้คืนตั๋วใบแลกเดินทางท่อนที่ 3 - 4 ให้ผู้ใช้รับไป ส่วนท่อนที่ 1 - 2 ให้ทางสถานีถือเป็นใบสำคัญหักจ่ายส่งไปกองบัญชีต่อไป
เรื่องนี้ ให้สถานีชี้แจงให้เจ้าของรถร่วมในสังกัดได้ทราบ และถือปฏิบัติต่อไปโดยกวดขันด้วย.
(ลงนาม) พันเอก ข. กระหม่อมทอง
(ขุนแผน กระหม่อมทอง)
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
(ประกอบการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
บริษัขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ สำนักงานใหญ่ 70225-8
1035/2518 ตลาดหมอชิต ถนนพหลโยธิน โทรเลขย่อ "ทราโก้" กรุงเทพ ฯ
ที่ 1032/2518 21 สิงหาคม 2518
เรื่อง การคิดอัตราค่าโดยสารในกรณีใช้ใบแลกการขนส่ง
เรียน เจ้ากรมการขนส่งทหารบก
อ้างถึง หนังสือกรมการขนส่งทหารบก ที่ กห 0324/14276 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2517
ตามที่ขอทำความตกลงกับบริษัทขนส่งจำกัด เรื่องการใช้ใบแลกการขนส่งเมื่อบริษัทฯ คิดค่าโดยสารในช่อง "ท" (ทหาร) ขอให้คิดค่าโดยสาร 1 ใน 3 เหมือนกันหมด แม้บางกรณีผู้ใช้ใบแลกการขนส่งจะมิได้แต่งเครื่องแบบก็ตาม ดังความละเอียดแจ้งอยู่แล้วนั้น
บริษัทขนส่ง จำกัด ขอเรียนว่า ตั้งแต่เมื่อได้มีการปรับปรุงอัตราค่าโดยสารใหม่แล้วการเก็บค่าโดยสารกับทหารไม่ว่าเสันทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร หรือเกินกว่า 100 กิโลเมตรขึ้นให้เก็บค่าโดยสารเพียง 1 ใน 3 เหมือนกันหมด ส่วนการลดค่าโดยสารจะขอให้คลุมถึงทหารที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบด้วยนั้น บริษัทฯ ยังไม่อาจผ่อนผันได้ในขณะนี้ เพราะข้อกำหนดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งสำหรับบุคคลเสียค่าโดยสารครึ่งราคาระบุไว้ว่า ทหาร ตำรวจ ในเครื่องแบบ เสียค่าโดยสาร 1 ใน 3 หากผ่อนผันแล้ว อาจเป็นตัวอย่าง ทหาร ตำรวจ ที่ไม่ได้ใช้ใบแลกการขนส่งด้วย อย่างไรก็ดี กรณีขอยกเว้นการแต่งเครื่องแบบทหาร สำหรับบางท้องที่นั้น ขณะนี้ บขส.กำลังสำรวจจากกองทัพบกอยู่ว่า หน่วยใดบ้างที่ควรจะผ่อนผันได้ ซึ่งต่อไปอาจจะช่วยสงเคราะห์เรื่องนี้ให้ได้ในโอกาสต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) วุฒิ แสงวรรณลอย
(นายทรงวุฒิ แสงวรรณลอย)
ผู้จัดการทั่วไป
ฝ่ายธุรการ สำเนาถูกต้อง
โทร.70229 พ.ต.
นายทหารวางแผน ฯ
29 ส.ค.18
สำเนา
ด่วนมาก กรมการเงินทหารบก
ที่ กห 0319/1048 14 มกราคม 2515
เรื่อง หารือหลักการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายบางประเภท
เรียน อธิบดีกรมบัญชีกลาง
อ้างถึง 1. พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2514 และที่แก้ไข เพิ่มเติม
2. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยเลี้ยงการประชุมกรรมการ พ.ศ.2504
3. ระเบียบการจ่ายเงินค่าจ้างสอนพิเศษ พ.ศ.2506 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2506
ตามที่ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณรายจ่ายมีสิทธิ์ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างถึง 1. และผู้ที่ทางราชการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยเลี้ยงประชุมกรรมการตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างถึง 2. และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นครู อาจารย์ มีสิทธิได้รับค่าสอนพิเศษ ตามระเบียบที่ อ้างถึง 3. ความละเอียดแจ้งอยู่แล้วนั้น
บัดนี้ปรากกว่า มีข้าราชการ กองทัพบก ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการหรือได้รับการแต่งตั้งเป็นครู อาจารย์ มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างสอนพิเศษอยู่แล้ว แต่การไปปฏิบัติราชการในหน้าที่กรรมการก็ดีหรือ ครู อาจารย์ก็ดี จะต้องเดินทางไปปฏิบัติในต่างถิ่นที่ตนประจำทำงานอยู่ และเข้าหบักเกณฑ์ที่ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างถึง 1. ด้วย
กรมการเงินทหารบกจึงใคร่ขอเรียนหารือว่า ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ หรือ ครู อาจารย์ ในลักษณะดังกล่าวข้างต้น จะมีสิทธิ
1. ได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ หรือค่าจ้างสอนพิเศษ (แล้วแต่กรณี) และมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการด้วย หรือ
2. ได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ หรือ ค่าจ้างสอนพิเศษ (แล้วแต่กรณี) แต่เพียงอย่างเดียว หรือ
3. ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แต่เพียงอย่างเดียว
ฉะนั้น จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและยืนยันให้กรมการเงินทหารบกทราบโดยด่วนด้วย เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติต่อไป
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) พลตรี จ. เอมโอชะ
(กระจ่าง เอมโอชะ)
เจ้ากรมการเงินทหารบก
(สำเนา)
กง.ทบ.3694
ที่ 02/310 กรมบัญชีกลาง
18 กุมภาพันธ์ 2515
เรื่อง การเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายบางประเภท
เรียน เจ้ากรมการเงินทหารบก
อ้างถึง หนังสือกรมการเงินทหารบก ที่ กห 0319/1048 ลงวันที่ 15 มกราคม 2515
ตามที่หารือเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของข้าราชการ หรือลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการหรือได้รับคำสั่งให้ไปสอนพิเศษ ว่าจะมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้หรือไม่ อย่างไร นั้น
กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า
1. ข้าราชการหรือลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการและมีการเดินทางไปประชุมนั้น การเดินทางไปประชุมถือว่าเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่โดยตรง ฉะนั้นผู้เดินทางจึงมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประชุมและเบี้ยประชุมได้ตามเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการนั้นได้
2. ส่วนการเดินทางไปสอนพิเศษนั้น มิใช่เป็นการปฏิบัติงานอันจะถือได้ว่าเป็นราชการในหน้าที่โดยตรงและ ผู้สอนพิเศษยังได้รับค่าสอนพิเศษและเกียรติคุณเป็นส่วนตัวอีกด้วย ฉะนั้น ผู้สอนพิเศษจึงไม่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามนัยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ฯ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) ประพนธ์ บุนนาค
(นายประพนธ์ บุนนาค)
อธิบดีกรมบัญชีกลาง
กองระบบบัญชีและการคลัง
148
(ประกอบการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
บริษัท ขนส่ง จำกัด
ท่าข้างวังหลัง พระนคร
ที่ 175/2511
มกราคม 2511
เรื่อง การตกลงรายละเอียดในการใช้บริการขนส่ง
เรียน เจ้ากรมการขนส่งทหารบก
อ้างถึง หนังสือกรมการขนส่งทหารบก ที่ กห 0324/490 ลงวันที่ 10 มกราคม 2511
ตามหนังสือที่อ้างถึงความว่า กองทัพบกได้ยืนยันการใช้บริการของบริษัทขนส่งจำกัด และ
มอบให้กรมการขนส่งทหารบกเป็นผู้ติดต่อทำความตกลงรายละเอียด กรมการขนส่งทหารบก ได้
เสนอเงื่อนไขในการใช้บริการขนส่งของบริษัทฯ โดยวิธีการใช้ใบแลกการขนส่ง รวม 6 ข้อ และขอ
ให้บริษัทฯ ยืนยัน ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
บริษัทฯ ได้พิจารณารายละเอียดเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นชอบด้วย และยินดีให้
ความร่วมมือกับกองทัพบกในการนี้ทุกประการ
ฉะนั้น จึงเรียนยืนยันมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
พันเอก ช. กระหม่อมทอง
(ขุนแผน กระหม่อมทอง)
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่งจำกัด
149
(ประกอบการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
คำสั่งบริษัทขนส่ง จำกัด
ที่ 46/2510
เรื่อง ขออนุมัติให้ใช้ใบแลกการขนส่งโดยสารของกระทรวงกลาโหม
เพื่อให้การเคลื่อนย้ายของทางราชการกระทรวงกลาโหม ได้สำเร็จภารกิจตามความมุ่งหมาย
จึงขออนุมัติให้ใช้ใบแลกการขนส่งโดยสารของกระทรวงกลาโหม โดยให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้คือ
ข้อ 1 ให้ผู้มีสิทธิ์ใช้ใบแลกการขนส่งโดยสาร ไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่ง จำกัด ได้
ทุกแห่งที่มีสถานีขนส่ง หรือสถานีเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด ตั้งอยู่
ข้อ 2 เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำสถานีขนส่ง หรือสถานีเดินรถ ได้รับแจ้งจากผู้มีสิทธิ์ใช้ใบแลก
การขนส่งฯ แล้ว ให้ออกตั๋วสำหรับโดยสารให้แทนไป แล้วจ่ายเงินสดในมือที่มีอยู่เท่าราคาใบแลก
การขนสงให้แก่เจ้าหน้าของรถร่วมฯ ทันที
ข้อ 3 นำส่งต้นขั้วบัตรแลกการขนส่งฯ ไปยังกองบัญชี สำนักงานใหญ่
ข้อ 4 ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลงนามในใบแลกการขนส่งโดยสาร กำกับราคาค่าขนส่ง ใน
ใบแลกการขนส่งโดยสาร ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น
ข้อ 5 ในกรณีที่มีการเหมารถทั้งคัน ให้ฝ่ายขอใบแลกการขนส่งโดยสาร ทำความตกลง
กับหัวหน้าสถานีขนส่ง หรือนายสถานีเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด พร้อมกับเจ้าของรถคันนั้นๆ
เป็นการล่วงหน้าเสียก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันเริ่มออกเดินทาง
ข้อ 6 ให้นายสถานีขนส่ง หรือนายสถานีเดินรถนั้น ๆ รีบดำเนินการขออนุมัติจ่ายเงิน
ค่าขนส่งพร้อมกับแบบใบแลกการขนส่งโดยสาร ผ่านไปยังกองบัญชีด้วย
ข้อ 7 ให้กองบัญชีดำเนินการขออนุมัติรับเงินตามราคาที่ระบุไว้ในใบแลกการขนส่ง
โดยสาร เพื่อส่งไปยังหน่วยต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในใบแลกการขนส่งโดยสารนั้น ๆ
ข้อ 8 หากเป็นการเหมารถตามข้อ 5 ก็ให้กองบัญชีคุม ขออนุมัติตัดจ่ายเงินให้กับเจ้า
ของรถร่วมฯ ไปก่อนได้ เพื่อป้องกันการล่าช้า
ข้อ 9 ผู้มีสิทธิตามใบแลกการขนส่งฯ ดังกล่าวนี้ ให้ใช้สิทธิตามฐานะของสิทธิพึงได้รับ
ตามระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการจัดการเคลื่อนย้าย พ.ศ.2502 เท่านั้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2500
สั่ง ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2511
พันเอก ขุนแผน กระหม่อมทอง
(ขุนแทน กระหม่อมทอง)
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
150
เรื่อง การใช้ใบแลกการขนส่งในการจัดการเคลื่อนย้ายของกระทรวงกลาโหม
---------------เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเป็นไปโดยประหยัดและสำเร็จภารกิจตามความมุ่ง
หมายของทางราชการกองทัพบก กระทรวงกลาโหม จึงขอใช้บริการของบริษัทขนส่ง จำกัด ตั้งแต่
วันที่ 15 ตุลาคม 2510 เป็นต้นไป
ฉะนั้น จึงให้บรรดารถร่วมได้ให้ความสะดวกในการโดยสารแก่ผู้ใช้ใบแลกการขนส่งของกองทัพบกด้วย โดยให้รับใบแลกการขนส่งดังกล่าวไว้แล้วแทนตั๋วโดยสารแล้วนำไปแสดงขอรับเงินค่าโดยสารจากสถานีเดินรถต้นสังกัดต่อไป
จึงประกาศให้บรรดาเจ้าของรถร่วมได้ทราบทั่วกัน และได้แจ้งให้พนักงานประจำรถได้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดด้วย
ประกาศ ณ วันที่ 10 เมษายน พุทธศักราช 2511
(ลงนาม) พันเอก ข. กระหม่อมทอง
(ขุนแผน กระหม่อมทอง)
กรรมการผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
151
(สำเนา)
จาก กรรมการผู้จัดการ ถึง นายสถานีเดินรถทุกแห่ง
ที่ 209/2512 10 มีนาคม 2512
เรื่อง ซ้อมความเข้าใจการใช้ใบแลกการขนส่งเพื่อแลกตั๋วโดยสาร
ด้วยปรากฏว่า ผู้เดินทางไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ใบแลกการขนส่งเพื่อแลกตั๋ว
โดยสาร ทำให้บริษัทฯ ต้องถูกต่อว่าจากหน่วยราชการ เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียง และ เรื่องนี้เคย
ได้ออกหนังสือเตือนมาแล้ว
ฉะนั้น จึงขอซ้อมความเข้าใจมาอีกครั้งหนึ่ง และให้ถือปฏิบัติดังนี้ คือ
เมื่อทางสถานีเดินรถได้รับใบแลกตั๋วเดินทาง ให้พนักงานหรือนายสถานีลงนามในแบบใบ แลกตั๋วเดินทางพร้อมทั้งอัตราค่าโดยสารให้เรียบร้อย หากเห็นควรจ่ายเป็นเงินสด ก็ให้รับไปตามอัตราค่าโดยสารตามที่ระบุไว้ในใบแลกตั๋วเดินทาง โดยพลเรือนจ่ายเต็มราคา ทหารจ่ายกึ่งอัตราของค่าโดยสาร แล้วให้คืนตั๋วใบแลกเดินทางท่อนที่ 3-4 ให้ผู้ใช้รับไป ส่วนท่อนที่ 1-2 ให้ทางสถานีถือเป็นใบสำคัญหักจ่ายส่งไปกองบัญชีต่อไป
เรื่องนี้ ให้สถานีชี้แจงให้เจ้าของรถร่วมในสังกัดได้ทราบ และถือปฏิบัติต่อไปโดยกวดขัน
ด้วย
(ลงนาม) พันเอก ข. กระหม่อมทอง
(ขุนแผน กระหม่อมทอง)
กรรมการจัดผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด
152
(ประกองการเคลื่อนย้าย)
(สำเนา)
บริษัทขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ สำนักงานใหญ่ 70225-8
1035/2518 ตลาดหมอชิต ถนนพหลโยธิน โทรเลขย่อ ทราโก้ กรุงเทพ ฯ
ที่ 1032/2518 21 สิงหาคม 2518
เรื่อง การคิดอัตราค่าโดยสารในกรณีใช้ใบแลกการขนส่ง
เรียน เจ้ากรมการขนส่งทหารบก
อ้างถึง หนังสือกรมการขนส่งทหารบก ที่ กห 0324/14276 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2517
ตามที่ขอทำความตกลงกับบริษัทขนส่งจำกัด เรื่องการใช้ใบแลกการขนส่งเมื่อบริษัทฯ คิด
ค่าโดยสารในช่อง ท (ทหาร) ขอให้คิดค่าโยสาร 1 ใน 3 เหมือนกันหมด แม้บางกรณีผู้ใช้ใบแลกการ
ขนส่งจะมิได้แต่งเครื่องแบบก็ตาม ดังความละเอียดแจ้งอยู่แล้วนั้น
บริษัทขนส่ง จำกัด ขอเรียนว่า ตั้งแต่เมื่อได้มีการปรับปรุงอัตราค่าโดยสารใหม่แล้วการเก็บค่าโดยสารกับทหารไม่ว่าเส้นทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร หรือเกินกว่า 100 กิโลเมตรขึ้นให้เก็บค่าโดยสารเพียง 1 ใน 3 เหมือนกันหมด ส่วนการลดค่าโดยสารจะขอให้คลุมถึงทหารที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบด้วยนั้น บริษัทฯ ยังไม่อาจผ่อนผันได้ในขณะนี้ เพราะข้อกำหนดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งสำหรับบุคคลเสียค่าโดยสารครึ่งราคาระบุไว้ว่า ทหาร ตำรวจ ในเครื่องแบบ เสียค่า โดยสาร 1 ใน 3 หากผ่อนผันแล้ว อาจเป็นตัวอย่าง ทหาร ตำรวน ที่ไม่ได้ใช้แลกการขนส่งด้วย อย่างไรก็ดี กรณีขอยกเว้นการการแต่งเครื่องแบบทหาร สำหรับบางท้องที่นั้น ขณะนี้ บขส.กำลังสำรวจจากกองทัพบกอยู่ว่า หน่วยใดบ้างที่ควรจะผ่อนผันได้ ซึ่งต่อไปอาจจะช่วยสงเคราะห์เรื่องนี้ให้ได้ในโอกาสต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) วุฒิ แสงวรรณลอย
(นายทรงวุฒิ แสงวรรณลอย)
ผู้จัดการทั่วไป
ฝ่ายธุรการ สำเนาถูกต้อง
โทร. 70229 พ.ต.
นายทหารวางแผนฯ
29 ส.ค.18
153
สำเนา
ด่วนมาก กรมการเงินทหารบก
ที่ กห 0319/1048 14 มกราคม 2512
เรื่อง หารือหลักการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายบางประเภท
เรียน อธิบดีกรมบัญชีกลาง
อ้างถึง 1. พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2514 และที่แก้ไข เพิ่มเติม
2. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยเลี้ยงการประชุมกรรมการ พ.ศ.2504
3. ระเบียบการจ่ายเงินค่าจ้างสอนพิเศษ พ.ศ.2506 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2506
ตามที่ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งได้รับเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณรายจ่ายมีสิทธิ์ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างถึง 1 และผู้ที่ทางราชการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการมีสิทธิ์ได้รับเลี้ยงประชุมกรรมการตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างถึง 2 และผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นครู อาจารย์ มีสิทธิ์ได้รับค่าสอนพิเศษ ตามระเบียบที่ อ้างถึง 3 ความละเอียดแจ้งอยู่แล้วนั้น
บัดนี้ปรากฏว่า มีข้าราชการ กองทัพบก ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการหรือได้รับการแต่งตั้งเป็นครู อาจารย์ มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างสอนพิเศษอยู่แล้ว แต่การไปปฏิบัติราชการในหน้าที่กรรมการก็ดีหรือ ครู อาจารย์ก็ดี จะต้องเดินทางไปปฏิบัติในต่างถิ่นที่ตนประจำทำงานอยู่ และเข้าหลักเกณฑ์ที่ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามพระราชกฤษฎีกาที่อ้างถึง 1 ด้วย
กรมการเงินทหารบกจึงใคร่ขอเรียนหารือว่า ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ หรือ ครูอาจารย์ ในลักษณะดังกล่าวข้างต้น จะมีสิทธิ
ได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ หรือค่าจ้างสอนพิเศษ (แล้วแต่กรณี) และมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการด้วย หรือ
2. ได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ หรือ ค่าจ้างสอนพิเศษ (แล้วแต่กรณี) แต่เพียงอย่างเดียวหรือ
3. ได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แต่เพียงอย่างเดียว
ฉะนั้น จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและยืนยันให้กรมการเงินทหารบกทราบโดยด่วนด้วยเพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติต่อไป
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) พลตรี จ. เอมโอชะ
(กระจ่าง เอมโอชะ)
เจ้ากรมการเงินทหารบก
154
(สำเนา)
กง.ทบ.3694
ที่ 02/310 กรมบัญชีกลาง
กุมภาพันธ์ 2515
เรื่อง การเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายบางประเภท
เรียน เจ้ากรมการเงินทหารบก
อ้างถึง หนังสือกรมการเงินทหารบก ที่ กห 0319/1048 ลงวันที่ 15 มกราคม 2515
ตามที่หารือเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของข้าราชการ หรือลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการหรือได้รับคำสั่งให้ไปสอนพิเศษ ว่าจะมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้หรือไม่ อย่างไร นั้น
กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า
1. ข้าราชการหรือลูกจ้างที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการและมีการเดินทางไปประชุมนั้น การเดินทางไปประชุมถือว่าเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่โดยตรง ฉะนั้นผู้เดินทางจึงมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปประชุมและเบี้ยประชุมได้ตามเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการนั้นได้
2. ส่วนการเดินทางไปสอนพิเศษนั้น มิใช่เป็นการปฏิบัติงานอันจะถือได้ว้าเป็นราชการในหน้าที่โดยตรงและ ผู้สอนพิเศษยังได้รับค่าสอนพิเศษและเกียรติคุณเป็นส่วนตัวอีกด้วย ฉะนั้น ผู้สอนพิเศษจึงไม่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามนัยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการฯ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
(ลงชื่อ) ประพนธ์ บุนนาค
(นายประพนธ์ บุนนาค)
อธิบดีกรมบัญชีกลาง
กองระบบบัญชีและการคลัง
155
(สำเนา)
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ สปช.ทบ.
ที่ กห 0318/ วันที่ / /
เรื่อง หารือหลักการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายบางประเภท
เรียน ผบ.ทบ.
กง.ทบ. ได้หารือกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับเรื่องที่ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งเดินทางไปฏิบัติงานในต่างท้องถิ่นที่ตนประจำทำงานอยู่ โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการมีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมหรือได้รับคำสั่งให้ไปสอนพิเศษ มีสิทธิได้รับค่าจ้างสอนพิเศษ อยู่แล้ว จะมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้หรือไม่
กรมบัญชีกลางได้ชี้แจงมาดังนี้
1. การเดินทางไปประชุม ของข้าราชการ หรือลูกจ้าง ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในลักษณะดังกล่าว ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่โดยตรง ดังนั้น มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ และมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการด้วย
2. การเดินทางไปสอนพิเศษ มิใช่เป็นการปฏิบัติงานอันถือได้ว่าเป็นราชการในหน้าที่โดยตรง ผู้สอนพิเศษมีสิทธิได้รับค่าจ้างสอนพิเศษ และไม่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ฉะนั้น จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ และเห็นควรสำเนาเสนอ นขต.ทบ. เพื่อทราบโดยทั่วกัน
(ลงชื่อ) พ.อ.สามารถ จันทรวงศ์
ผช.ปช.ทบ.ทำการแทน
ปช.ทบ.
12
เม.ย.15เรียน ผบ.ทบ.(ผ่าน ผช.ผบ.ทบ.)
เพื่อกรุณาทราบและเห็นควรดำเนินการตามที่ สปช.ทบ.เสนอ
พล.ท.บุญเสริม
รอง เสธ.ทบ.
14 เม.ย.15
156
สำเนา
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ สปช.ทบ.
เรื่อง หารือหลักการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายบางประเภท
ทราบ
สำเนา ส่ง นขต.ทบ. ทราบ
เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติต่อไป
รับคำสั่ง ผบ.ทบ.
(ลงชื่อ) พล.อ.ท.
ผช.ผบ.ทบ.
17 เม.ย.15
--------------------------------------------------------
(สำเนา)
ที่ นว.89/2487 กรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
1 เมษายน 2497
เรื่อง ข้าราชการอ้างว่าไม่รู้กฏหมายและระเบียบแบบแผนในหน้าที่
เรียน (เวียนกระทรวงทบวง กรม)
ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 มีนาคม 2497 ได้พิจารณาเห็นว่า ข้าราชการแต่ละคนย่อมมีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบตามตำแหน่งหน้าที่ของตน หากได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ดีหรือละเว้นมิได้ปฏิบัติก็ดี เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการแล้ว จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับของทางราชการมิได้
จึงลงมติว่า ข้าราชการผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจะต้องปฏิบัติและอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้การที่ข้าราชการปฏิบัติงานไม่ชอบด้วยกฏหมายระเบียบแบบแผนก็ดี หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฏหมาย และระเบียบแบบแผนกำหนดก็ดี ให้ถือว่าเป็นการผิดวินัย หรือหย่อนสมรรถภาพแล้วแต่กรณี และให้ผู้บังคับบัญชีพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณีต่อไป
จึงขอยืนยันมา
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
(ลงชื่อ) ชำนาญอักษร
(หลวงชำนาญอักษร)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
(สำเนา)
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ สปช.ทบ.
ที่ กห 0318/ วันที่ / /
เรื่อง หารือหลักการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายบางประเภท
เรียน ผบ.ทบ.
กง.ทบ.ได้หารือกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับเรื่องที่ข้าราชการหรือลูกจ้างซึ่งเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างท้องถิ่นที่ตนประจำทำงานอยู่ โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการมีสิทธิได้รับเบี้ยประชุม หรือ ได้รับคำสั่งให้ไปสอนพิเศษ มีสิทธิได้รับค่าจ้างสอนพิเศษ อยู่แล้ว จะมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้หรือไม่
กรมบัญชีกลางได้ชี้แจงมาดังนี้
1. การเดินทางไปประชุม ของข้าราชการ หรือลูกจ้าง ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในลักษณะดังกล่าว ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่โดยตรง ดังนั้น มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมกรรมการ และมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการด้วย
2. การเดินทางไปสอนพิเศษ มิใช่เป็นการปฏิบัติงานอันถือได้ว่าเป็นราชการในหน้าที่โดยตรง ผู้สอนพิเศษมีสิทธิได้รับค่าจ้างสอนพิเศษ และไม่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ฉะนั้น จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ และเห็นควรสำเนาเสนอ นขต.ทบ.เพื่อทราบโดยทั่วกัน
(ลงชื่อ) พ.อ.สามารถ จันทรวงศ์
ผช.ปช.ทบ.ทำการแทน
ปช.ทบ.
12 เม.ย.15
เรียน ผบ.ทบ.(ผ่าน ผช.ผบ.ทบ.)
เพื่อกรุณาทราบและเห็นควรดำเนินการตามที่ สปช.ทบ.เสนอ
พล.ท.บุญเสริม
รอง เสธ.ทบ.
14 เม.ย.15
(สำเนา)
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ สปช.ทบ.
ที่ กห 0314/วันที่ 12 เม.ย.15
เรื่อง หารือหลักการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายบางประเภท
ทราบ
สำเนา ส่ง นขต.ทบ.ทราบ
เพื่อถือเป็นหลักปฏิบัติต่อไป
รับคำสั่ง ผบ.ทบ.
(ลงชื่อ) พล.อ. ท.
ผช.ผบ.ทบ.
17 เม.ย.15
------------------------------------------------
(สำเนา)
ที่ นว.89/2487 กรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร
1 เมษายน 2497
เรื่อง ข้าราชการอ้างว่าไม่รู้กฏหมายและระเบียบแบบแผนในหน้าที่
เรียน (เวียนกระทรวงทบวง กรม)
ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อ 29 มีนาคม 2497 ได้พิจารณาเห็นว่า ข้าราชการแต่ละคนย่อมมีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบตามตำแหน่งหน้าที่ของตน หากได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ดี หรือละเว้นมิได้ปฏิบัติก็ดี เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการแล้ว จะอ้างว่าไม่รู้กฏหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับของทางราชการมิได้
จึงลงมติว่า ข้าราชการผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะอ้างว่าไม่รู้กฏหมายหรือระเบียบแบบแผนข้อบังคับอันตนจะต้องปฏิบัติและอยู่ในหน้าที่ของตนมิได้การที่ข้าราชการปฏิบัติ
งานไม่ชอบด้วยกฏหมายระเบียบแบบแผนก็ดี หรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฏหมาย และระเบียบแบบแผนกำหนดก็ดี ให้ถือว่าเป็นการผิดวินัย หรือหย่อนสมรรถภาพแล้วแต่กรณี และให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณีต่อไป
จึงขอยืนยันมา
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
(ลงชื่อ) ชำนาญอักษร
(หลวงชำนาญอักษร)
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร