ความเชื่อเป็นสิทธิส่วนตัวของแต่ละบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า บุคคลอื่นไม่มีสิทธิที่จะไปบังคับให้เขาหรือเขาเหล่านั้นต้องเชื่อตามที่บุคคลอื่นต้องการให้เชื่อ และเรื่องต่างๆ ในหนังสือนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของผู้เขียนเท่านั้น
ความเชื่อเรื่อง พรหมลิขิต มีพื้นฐานมาจากหลักศาสนาสำคัญของโลกศาสนาหนึ่ง และเป็นที่ยอมรับในหมู่คนไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ผู้เขียนได้ยินคำว่า พรหมลิขิต มาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๑๐ ขวบ จนกระทั่งอายุ ๒๐ปี กว่าๆ จึงได้ยินคำว่า ฟ้าลิขิต หรือ สวรรค์ลิขิต เข้ามาแทรก หรือเข้ามาแทนที่ พรหมลิขิต และเมื่อเวลาผ่านไป ผู้เขียนได้ยินผู้อาวุโสพูดว่า ชีวิตของคนเรานั้น ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ประกอบกับชีวิตที่ดำเนินมาของผู้เขียนมีหลายๆโอกาสที่ไม่เป็นไปอย่างที่ผู้เขียนต้องการ ทำให้ผู้เขียน เชื่อ คำพูดของผู้อาวุโส ทีละน้อยๆ จนมากขึ้นๆ เป็นลำดับ และกลายเป็นความธรรมดาที่ผู้เขียนจะ เชื่อ และพูดถึงชีวิตของตัวเองว่าเป็นไปตาม ฟ้าลิขิต
ผู้เขียนได้เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติของตัวเอง ที่เป็นประสบการณ์ที่เรียกว่า ฟ้าลิขิต ให้เพื่อนๆ และใครต่อใคร ได้รับทราบมานักต่อนักแล้ว เล่าทีไร ก็เป็นเรื่องยาวทุกที บางคนก็ได้ฟังซ้ำเพราะบังเอิญเข้าไปอยู่ในวงสนทนาด้วย ก็อาจจะเบื่อที่จะฟังอีก มาถึงวันนี้จึงนำจะประมวลเป็นตัวหนังสือ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่ผู้ที่สนใจได้บ้าง
การเรียกชื่อต่างๆ ในเรื่องนี้ ผู้เขียนคงไว้ซึ่งชื่อเรียกเดิม บางชื่อมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งที่อาจจะทำให้ผู้อ่านสงสัยหรือสับสนได้ เช่น ระดับชั้นเรียนในโรงเรียนที่มีทั้ง ประถมปีที่ มัธยมปีที่ มัธยมศึกษาปีที่ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงชีวิตของผู้เขียนเอง เช่นเดียวกับ สถานศึกษาต่างๆ ที่มีการยกฐานะสูงขึ้นเป็นลำดับด้วย
ที่ต้องนำประวัติส่วนตัวมาเป็นวัตถุดิบของเรื่องราวที่เขียน ก็เพราะว่า เป็นประสบการณ์ตรงที่เป็นความสำเร็จของตัวเอง แม้ว่าเป็นความสำเร็จเพียงนิดเดียวเมื่อเทียบกับความสำเร็จที่สำคัญอันยิ่งใหญ่ของผู้อื่น แต่ที่มั่นใจคือเรื่องของการทำความดีที่เป็นบันไดสำหรับ ฟ้า ที่จะ ลิขิต ให้มาสู่ที่เป็นอยู่ ณ จุดนี้ได้
ฟ้าได้ ลิขิต เส้นทางดีๆหลายเส้นทาง ให้ผู้เขียนเดิน ในระดับที่ควรจะได้รับเท่านั้น ทั้งยังควบคุมให้เดินอยู่ในกรอบที่ไม่หลงลืมตัว ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เข้าสู่อบายมุข หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า ฟ้าควบคุมให้อยู่กับศีลและธรรมระดับหนึ่งที่เพียงพอกับความสุขในชาตินี้เท่านั้น
ผู้เขียนเชื่อว่า นอกจาก ฟ้า จะ ลิขิต สิ่งที่ดีๆให้ในลักษณะการตอบแทนความดีที่สะสมมาแต่ชาติปางก่อนแล้ว ฟ้ายัง ลิขิต ให้ชดใช้เวรกรรมที่ได้ก่อมาในอดีตด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นความเชื่อเรื่องของบุญกรรม แม้อาจจะผู้ใดมีความคิดที่ไม่เห็นด้วยในเรื่อง ฟ้าลิขิต โดยอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่อง บังเอิญ มากกว่า ผู้เขียนก็ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายที่จะต้องพิจารณากันว่า เรื่องราวในชีวิตของแต่ละคนนั้น เป็นเรื่องที่ ฟ้าลิขิต หรือ เป็นเรื่อง ชีวิตที่บังเอิญ |