แนวทางการรับราชการ
นายสิบและพลทหาร
กองทัพบกปลดปล่อยประชาชนจีน

                กล่าวทั่วไป การรับราชการของทหารกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในสมัยสงครามกู้ชาติปลดแอกให้แก่ประชาชน กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนใช้ระบบทหารแบบอาสาสมัคร ต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๔๙ หรือปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ซึ่งเป็นปีประกาศก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สภาประชาชนสูงสุดได้ประกาศใช้กฎหมายการเกณฑ์ทหารเป็นฉบับแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบเรียกเกณฑ์ทหาร หลังจากที่ได้ใช้ระบบเรียกเกณฑ์ในห้วงระยะเวลาหนึ่งได้พบปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบเรียกเกณฑ์คือ ระยะเวลาประจำการของทหารสั้น ตำแหน่งสำคัญที่ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์ขาดผู้เชี่ยวชาญซึ่งต้องรับราชการต่อเนื่องไม่สามารถฝึกทหารใหม่ให้รับหน้าที่ได้ทันดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ สภาฯ ได้แก้ไขกฎหมายการเกณฑ์ทหารใหม่ ให้มี ๒ ระบบ คือ ระบบเกณฑ์ทหาร และระบบอาสาสมัคร พร้อมทั้งปรับปรุงระบบทหารกองหนุน RESERVE และทหารบ้าน MILITIA (หมิงปิง) ให้มีประสิทธิภาพ เป็นกำลังในการ รปภ.หมู่บ้าน และป้องกันประเทศ
                ทหารบ้าน MILITIA เป็นกองกำลังประชาชนประจำท้องถิ่น มีหน้าที่ รปภ. หมู่บ้าน แจ้งข่าวสารสนับสนุนกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในขีดความสามารถยับยั้งข้าศึกในเวลาจำกัด สนับสนุน การพัฒนาหมู่บ้าน มีการจัดกำลังที่แน่นอน มีสายการบังคับบัญชาและช่วงการบังคับบัญชาโดยระดับผู้นำเป็นนายทหารและนายสิบประจำการ ในหนึ่งตำบลจะประกอบกำลังเป็นหนึ่งกองร้อย ยอดกำลังพลจำนวน ๑๐๐ คน ในหนึ่งอำเภอมี ๑ กองพัน ในรอบปีจะได้รับการฝึกในห้วงระยะเวลาสั้นๆ ใช้เวลาฝึก ๒๐ วัน สำหรับทหารบ้านที่ทำหน้าที่ด้านเทคนิคจะใช้เวลาฝึก ๓๐ วัน ในยามปกติจะประกอบอาชีพของตนเอง คลังอาวุธของทหารบ้านจะอยู่ ณ หน่วยทหาร การรายงานข่าวจะรายงานตามลำดับตามสายการบังคับบัญชาด้วยเครื่องมือสื่อสาร ยอดกำลังพบรวมทั้งประเทศ จำนวนประมาณ ๕๐ ล้านคน ไม่มีเงินเดือนหรือผลตอบแทนใดๆ
                ทหารกองหนุน RESERVE เป็นกำลังพลที่ได้มาจากทหารที่ปลดจากประจำการ มีการลงทะเบียนควบคุมที่แน่นอน และจัดตั้งเป็นกองกำลังกองหนุน ได้รับการฝึกและสามารถเรียกระดมพลได้ด้วยความรวดเร็ว พลทหารกองหนุนจะต้องมีอายุไม่เกิน ๓๕ ปี นายสิบและนายทหารมีแนวทางการรับราชการเช่นเดียวกับนายสิบและนายทหารหลักในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน
                พลทหารประจำการ ได้จากการเรียกเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยชายสัญชาติจีน ไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ อายุ ๑๘ ปี จะต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ณ ภูมิลำเนาของตน โดยลงทะเบียนในห้วง ๑ - ๑๕ ก.ย. และเข้ารับการเกณฑ์ใน ธ.ค. ของปีนั้นๆ การคัดเลือกบุคคลเป็นทหารได้จากผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย หน่วยกำลังอาวุธประชาชนอำเภอ (หน่วยรองของมณฑลทหารบก) หน่วยตำรวจ และหน่วยสาธารณสุข โดยพิจารณาคัดเลือกจากบุคคลที่มีความเหมาะสมมากที่สุดตามลำดับให้เข้ารับราชการ และส่งกำลังพลทหารใหม่ให้กับหน่วยต่างๆ ในต้นปี
                พลทหารที่ส่งเข้าประจำการเป็นทหารบกมีระยะเวลาประจำการ ๓ ปี ทหารเรือ และทหารอากาศ ๔ ปี หลังจากรับราชการครบตามระยะเวลาแล้ว พลทหารสามารถสมัครใจรับราชการต่อได้อีก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกว่าทหารอาสาสมัคร แต่ทั้งนี้จะต้องผ่านการพิจารณาของหน่วยว่าบุคคลนั้นมีความเหมาะสมและหน่วยมีความต้องการ ซึ่งทหารบกสามารถรับราชการต่อได้อีกไม่เกิน ๒ ปี ทหารเรือและทหารอากาศไม่เกิน ๑ ปี รวมระยะเวลาแล้วทุกเหล่าหากสมัครใจรับราชการต่อจะมีระยะเวลา ๕ ปี เท่ากัน
        
        ทหารอาสาสมัคร ได้จากพลทหารประจำการที่รับราชการครบอายุแล้วสมัครจับราชการต่อครั้งที่หนึ่ง ทหารบกรับราชการต่อได้ไม่เกิน ๒ ปี ทหารเรือ ทหารอากาศรับราชการต่อได้ไม่เกิน ๑ ปี และสมัครใจที่จะรับราชการต่อไปอีกเป็นครั้งที่สอง หน่วยจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมโดยพิจารณาจาก ทหารผู้นั้นมีความสามารถชำนาญเฉพาะวิชาและสมัครใจ, มีความประพฤติดี, หน่วยมีความต้องการ เมื่อสมัครใจแล้วจะต้องรับราชการต่อไปอีกอย่างน้อย ๘ ปี แต่ไม่เกิน ๑๒ ปี โดยอายุจะต้องไม่เกิน ๓๕ ปี เพื่อให้สามารถหางานทำต่อได้เมื่อปลดประจำการ หากทหารจะสมัครใจรับราชการต่อไปอีกก็สามารถกระทำได้แต่ทั้งนี้จะต้องผ่านการพิจารณาและถือว่าเป็นความต้องการเป็นกรณีพิเศษ
                 นายสิบ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน จัดพลทหารและนายสิบเป็นกำลังพลประเภทเดียวกัน โดยพลทหารที่รับราชการครบอายุราชการและได้รับการฝึกจะได้รับการแต่งตั้งยศเป็น ส.ต. - จ.ส.อ. ตามลำดับ (ตามผนวกประกอบ)

ต่อไป