จักรยานในปักกิ่ง

                “ ในเวลาเช้าตรู่ หากว่าท่านได้ยืนอยู่ข้างถนนหลักของปักกิ่ง จะสังเกตด้วยสายตาของท่านเอง เห็นจักรยานผ่านหน้าท่านไป มากมายราวกับสายน้ำไหล
                ข้างบนเป็นข้อความในรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์การจราจรในปักกิ่งที่ ลินดากำลังอ่านอยู่ ซึ่งเมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เธอคิดขึ้นว่า “ ความจริงแล้วไม่ว่าเวลาไหนๆ ก็มีจักรยานมากเสมอ” แล้วจึงก้มลงอ่านรายงานต่อไป
                “ จักรยานทำให้ผู้คนได้รับความสะดวก ในเวลาเดียวกันก็นำปัญหาใหม่ๆมาสู่การควบคุมระบบการจราจรด้วย ปัจจุบัน เวลาเข้างานและเลิกงาน ใน ๑ ชั่วโมง จะมีจักรยานหลายหมื่นคัน ผ่าน ๔ แยกหลายแห่ง ประกอบกับคนขี่จักรยานจำนวนหนึ่งไม่เคารพกฎจราจร และคนข้ามถนนไม่ข้ามถนนที่ทางข้าม ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการจราจรบ่อยๆ คนขับรถยนต์เมื่อมองจักรยานแล้ว จะรู้สึกปวดหัวเป็นพิเศษ”
                ลินดารำพันว่า “ หากผู้คนไม่เคารพกฎจราจร ใครๆก็ปวดหัวทั้งนั้นแหละ” และเป็นเวลาเดียวกับที่มีผู้มาเคาะประตูห้องพัก เธอจึงหยุดคิดเรื่องเรื่อยเปื่อย แล้วออกปากเชิญให้ผู้เคาะประตูเข้ามา ซึ่งก็คือ เพื่อนนักเรียน คนหนึ่ง
               “ อ้อ หลี่ฟางนั่นเอง ได้ยินว่าเธอมาหาฉันครั้งหนึ่งแล้วใช่ไหม”
               “ ใช่แล้ว” หลี่ฟาง ตอบ “ฉันนำพจนานุกรมมาให้เธอ เล่มที่เธอต้องการน่ะ นี่ไงล่ะ”
               “ ขอบคุณจ้ะ เมื่อตอนบ่ายฉันไปซื้อจักรยานมา ๑ คัน มาอยู่ปักกิ่งครึ่งปีกว่าแล้ว ไม่มีจักรยาน รู้สึกว่าไม่สะดวก ”
               “ ใช่แล้ว ไม่สะดวก ที่ปักกิ่ง จักรยานเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการจราจรของประชาชน แต่ว่าบนถนนมีรถมากมาย การขี่จักรยานต้องสำนึกถึง หลักความปลอดภัย”
               “ เพื่อความสุขของท่านเองและผู้อื่น ขอให้ยึดมั่นกฎความปลอดภัยของการจราจร” ลินดาท่องคำพูดที่เป็นประกาศของทางการบนป้ายข้างถนน ทั้งสองคนจึงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
               “ ในรายงานผ่านระบบกระจายเสียง ระบุว่า อุบัติเหตุทางการจราจรส่วนใหญ่กี่ยวข้องกับจักรยาน เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อบ้านของฉัน อุ๊ยตาย !!! เธอเพิ่งซื้อจักรยานมาใหม่ ฉันทำไมพูดเรื่องนี้ขึ้นมานะ ” หลี่ฟาง หยุดพูดอย่างทันทีทันใด
               “ เรื่องอะไร พูดซิ ไม่เป็นไรหรอก ” ลินดากระตุ้นให้หลี่ฟางพูด
               “ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว เราพูดเรื่องอื่นกันดีกว่า ”
               “ หากเธอไม่พูด ฉันก็จะไม่ดีกับเธอแล้วล่ะ ”
               “ ได้ พูดก็ได้ ” หลี่ฟางไม่มีทางเลือก ต้องพูดจนได้                              
               “เดือนที่แล้วเพื่อนบ้านของฉัน เป็นหญิงสาว อายุ ๒๓ ปี คนนั้น เขาขี่จักรยานเร็วมาก ถูกรถยนต์ชนล้มลง ตายคาที่ “ หลี่ฟางพูดเพิ่มเติมอีกว่า “ เธอเพิ่งซื้อจักรยานมา ฉันไม่ควรพูดเรื่องไม่เป็นมงคลอย่างนี้ แต่เป็นเพราะฉันอยากเตือนเธอให้คิดถึง ความปลอดภัย เท่านั้นเอง ”
               “ แน่นอน เธอดูนั่นซิ หนังสือพิมพ์ลงว่า ปักกิ่งมีจักรยานรวมกันถึง ห้าล้านคันแล้ว เฉลี่ยประชาชนไม่ถึง ๒ คน มีจักรยาน ๑ คัน ดังนี้ หนังสือพิมพ์ต่างประเทศ จึงเรียกปักกิ่งว่า เมืองจักรยาน ”
               “ แต่ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไมจักรยานในปักกิ่งจึงมีได้มากมายอย่างนี้ ”
               “ ฉันคิดว่ามีเหตุผลอยู่ ๒-๓ อย่าง คือ จักรยานไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จึงไม่มีมลสภาวะ จะจอดที่ไหนก็สะดวก และยัง เป็นการออกกำลังกาย ด้วย นอกจากนั้น ปักกิ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีตรอกซอกซอยเล็กๆอยู่มาก รถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) เข้าไม่ถึง ต้องจักรยานเท่านั้น จึงจะเข้าถึงได้
               “ ฟังแล้วมีเหตุผลดี ภายหลังฉันจะขี่จักรยานเข้าไปตามตรอกซอกซอยเหล่านั้นดูบ้าง”

แปลจากแบบเรียนภาษาจีน ของมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมแห่งปักกิ่ง
โดย พ.อ.ชูเกียรติ มุ่งมิตร
๒๓ เม.ย.๔๕

ขอเชิญติชม
กลับหน้าแรก