|
ประเทศจีนเป็นประเทศหนึ่งที่มีประชากรหลายเชื้อชาติชนเผ่า
ในบรรดาชนเผ่าทั้งประเทศ เผ่าฮั่นมีประชากรมากที่สุด
คิดเป็นร้อยละได้ถึง 92 ที่เหลืออีกกว่า 50 ชนเผ่านับเป็นชนกลุ่นน้อย
นับได้ประมาณ 90 ล้านคน ประมาณได้เป็นร้อยละ 8 ของประชากรทั้งประเทศ
มีคำเรียกชนกลุ่มน้อยอีกชื่อหนึ่งว่า ชนเผ่าพี่น้อง
เผ่าที่มีประชากรเกิน 1 ล้านคนมี มองโกล หุย ธิเบต อุยเกอร์ แม้ว
อี๋ จ้วง ปู้อี เกาหลี แมนจู ต้ง เหยา ไป๋ กู่เจีย ฮานี๋ เป็นต้น
ชนกลุ่มน้อยแม้ว่าจะมีประชากรน้อยแต่ได้กระจายกันครอบครองดินแดนค่อนข้างมาก
คิดได้ประมาณ 50-60 เปอร์เซนต์ของพื้นที่แผ่นดินของประเทศ ที่สำคัญได้แก่
ดินแดน มองโกเลียใน ซินเจียง กว่างซี หนิงเซี่ย ธิเบต ชิงไห่ กันซู
เสฉวน ยูนนาน กุ้ยโจว หูหนาน เหลียวหนิง จี๋หลิน เฮยหลงเจีย เป็นต้น
ในประวัติศาสตร์ไม่กี่พันปีที่ผ่านมา
แต่ละชนเผ่า ได้ต่อสู้ความยากลำบากมา แล้วร่วมกันขยายดินแดน ผลิตวัสดุหลากหลายและความมั่งคั่งที่มีชีวิตชีวา
เป็นการอุทิศเพื่อความเจริญต่อมาตุภูมิอย่างแท้จริง แต่ว่า ผู้ปกครองในยุคประวัติศาสตร์
ได้แบ่งแยกชนกลุ่มน้อยไม่ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งยังก่อให้เกิดสงครามระหว่างชนเผ่าอีกด้วย
ด้วยสาเหตุหลากหลาย สังคมแต่ละเผ่าของชนกลุ่มน้อยจึงเจริญไม่ทัดเทียมกันอย่างเด่นชัด
ชนเผ่าฮั่น มีพื้นที่ของการพัฒนารุ่งเรืองค่อนข้างสูง อาณาเขตของชนกลุ่มน้อยหลายเผ่ามีเกณฑ์ความเจริญล้าหลังมาก
เมื่อมีการสถาปนาประเทศจีนใหม่แล้ว แต่ละเผ่าได้รับการปลดปล่อยทั้งการปกครอง
ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งวัฒนธรรม ประเทศชาติได้จัดความทัดเทียมทางนโยบาย
ข้อห้ามต่อเผ่าต่าง ๆ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการกดขี่ข่มเหง
จัดพื้นที่ถิ่นพำนักของชนกลุ่มน้อยให้มีเมืองที่ปกครองตนเอง ชนกลุ่มน้อยรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั้งประเทศ
ร่วมกันสร้างสังคมเพื่อมาตุภูมิ
ชนกลุ่มน้อยของประเทศจีน
นอกจากเผ่าหุย เผ่าแมนจู ที่ใช้ ภาษาฮั่น
แล้ว เผ่าอื่นๆยังมีการใช้ภาษาของเผ่าตัวเองด้วย เช่น เผ่ามองโกล
ธิเบต อุยเกอร์ เกาหลี เป็นต้น รวม 21 กลุ่ม และยังมีตัวหนังสือของตนเอง
มีชนกลุ่มน้อยไม่น้อยที่ได้ริเริ่มสร้างวรรณกรรมและศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า
เช่น วรรณคดีของมองโกล เรื่อง
"ประวัติศาสตร์ลับของราชวงศ์ หยวน"
หรือ วรรณกรรมเรื่อง "อาซือหม่า"
ของชนเผ่าอี๋ เป็นต้น ล้วนมีคุณค่าสูงทางประวัติศาสตร์
และ ทางศิลปกรรม จัดได้ว่าเป็น คลังมหาสมบัติที่หายากของประเทศจีน
ชนกลุ่มน้อยบางเผ่ามีความสามารถทางร้องรำ เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกประเทศมานานทีเดียว
เนื่องจากแต่ละเผ่าของชนกลุ่มน้อยมีประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนกัน
ดังนั้นวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละเผ่าจึงแตกต่างกันด้วย ชาวมองโกล
มีการประชุม "นาตาม"
เป็นงานประเพณีประจำปีในเดือนกรกฎาคม หรือสิงหาคม งานนี้จะมีการแข่งขันมวยปล้ำ
แข่งขันขี่ม้า แข่งขันยิงธนู เป็นต้น ชนเผ่าอี๋
มีงานประเพณี "คบไฟ"
ทุกปีในเดือน6 ทางจันทรคติ เป็นวันที่ชนเผ่านี้จะออกมาร้องเพลง และเต้นรำกัน
เป็นการฉลองการเกษตรที่มีผลผลิตที่ดี ชนเผ่าไต(ไต่)
มีประเพณี สงกรานต์ มีการรดน้ำพร้อมกับการให้พรแก่กันในโอกาสที่เป็นวันขึ้นปีใหม่
ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอยู่ดีกินดี กับได้รับความสำเร็จในการเก็บเกี่ยวที่พูนผลทางเกษตรทุกชนิด
นานมาแล้ว
บรรพบุรุษของแต่ละชนกลุ่มน้อยชาวจีน ได้ใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆบนแผ่นดินผืนนี้อย่างมีความสุข
ชนกลุ่มน้อยชาวจีนทั้งหลายได้ผ่านชีวิตที่มีสีสันคล้าย ดอกไม้
หนึ่งร้อยชนิด ที่ประดับประดา และแต่งแต้มแผ่นดิน 9 ล้านกว่าตารางกิโลเมตร
เป็น สวนดอกไม้ใหญ่แห่งเอเชียตะวันออก
ปานนั้น
|