เรื่องที่
1 ดูโคมไฟ
ซือ
หม่า กวง นักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งของ
ประเทศจีน มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ.1019 1086 เมื่อ วันเทศกาลโคมไฟ
ปีหนึ่ง ภริยาของท่านได้ชวนให้ออกไปเดินดูโคมไฟตามถนน ซือ หม่า กวง ไม่เห็นด้วย
และพูดว่า บ้านเรามีโคมไฟ อยู่มากมาย ทำไมจะต้องออกไปดูข้างนอกล่ะ ?
ภริยาตอบว่า
ออกไปดูโคมไฟ ยังถือโอกาสดูคนด้วยนะคะ
ซือ
หม่า กวง ยิ่งโกรธมากขึ้น พูดว่า ดูฉันนี่ มิใช่ดูคนหรือ
!
เรื่องที่
2 อาจารย์
เหมย
หลาน ฟาง นักแสดงอุปรากรจีน ( งิ้ว ) ผู้มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของประเทศจีน
มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ. 1894 1961 มีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างการแสดง
ผู้ชมทั้งหลายต่างชื่นชมตะโกนว่า ดี ! ดี ! ไม่หยุดปาก
ทันใดนั้น
ด้านหลังโรงงิ้ว มีชายชราคนหนึ่งตะโกนว่า ไม่ดี ! ไม่ดี !
เหมย
หลาน ฟาง คิดว่า ฉันแสดงงิ้วมานานหลายปีแล้ว ยังไม่มีใครบอกว่าไม่ดี
วันนี้เกิดอะไรขึ้นนะ ? เมื่อแสดงจบแล้ว ได้บอกให้เชิญชายชรานั้นนั่งรถไปที่บ้านด้วยกัน
เมื่อนั่งคุยกัน เหมย หลาน ฟาง ได้พูดกับชายชราด้วยความสุภาพเป็นอย่างยิ่งว่า
คนที่ให้ข้อคิดแก่ผม คือ อาจารย์ ของผม ท่านบอกว่าการแสดงของผมไม่ดี
ขอความกรุณาท่าน อาจารย์ ช่วยชี้แนะแก่ผมด้วย
ชายชราเห็นความสุภาพอย่างนั้นจึงพูดว่า
ท่าแสดงการขึ้นอาคารของงิ้วมี 7 ขั้น ส่วนท่าแสดงการลงมี 8 ขั้น ทำไมท่านจึงแสดง
8 ขั้น ทั้งขึ้นและลง
เหมย
หลาน ฟาง ได้ยินแล้ว จึงพิจารณาพบว่าตัวเองแสดงผิดจริง
ระล่ำระลักพูดว่า ขอบพระคุณ !
ขอบพระคุณ !
ภายหลัง
เหมย หลาน ฟาง จะเชิญชายชราผู้เป็นอาจารย์ให้ไปชมการแสดงของเขาทุกหนทุกแห่ง
เพื่อขอ
คำแนะนำเสมอ
เรื่องที่
3 ลูกสาว
หลี่
ซื่อ กวง
นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงของประเทศจีน มีอายุอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ. 1889
1971 ในปี ค.ศ. 1920 ท่านเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ คืนสู่ประเทศจีน
เป็นศาสตราจารย์ ที่มหาวิทยาลัย ปักกิ่ง
วันอาทิตย์วันหนึ่ง
ท่านกำลังทำงานอยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยตามปกติ ท้องฟ้ามืดแล้ว งานที่กำลังทำยังไม่ลุล่วง
ทันใดนั้น ท่านมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างโต๊ะของท่าน จึงพูดว่า
หนูเป็นลูกสาวบ้านไหนนะ มืดค่ำอย่างนี้แล้วยังไม่กลับบ้าน คุณแม่ของหนูคงจะคอยหนูด้วยความเป็นห่วงนะ
คำตอบจากหญิงสาวคือ
คุณแม่ของหนูมิได้คอยหนูด้วยความเป็นห่วงหรอกนะ แต่คงจะคอยท่านศาสตราจารย์ด้วยความเป็นห่วงน่ะไม่ว่า
หลี่
ซื่อ กวง เพ่งพิศหญิงสาวคนนั้นแล้วอุทานว่า ลูกสาวฉันเอง
เรื่องที่
4 ความจำ
หลิน
เฉี่ยว จื้อ สูตินรีแพทย์ผู้มีชื่อเสียงของประเทศจีน
มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ. 1901 1983 เป็นบุคคลที่มักจะจำชื่อของคนอื่นไม่ค่อยได้
บ่อยครั้งแม้แต่เพื่อนร่วมงานก็เรียกชื่อไม่ถูก
มีอยู่ครั้งหนึ่ง
เพื่อนหมอนำวารสารฉบับหนึ่งมาวางให้ที่โต๊ะทำงาน หมอ
หลิน ถามว่า คุณทำไมจึงต้องการให้วารสารฉบับนี้แก่ฉัน ?
เพื่อนหมอตอบว่า
เล่มนี้ คือเล่มที่คุณต้องการให้ผมซื้อมาให้ไง
หมอ
หลิน ได้ยินก็รีบพูดว่า เออ ! ใช่ ! ใช่
! ขอบคุณ ! ขอบคุณ ! กับถามต่อไปว่า แล้วคุณคือใครล่ะ ?
อ้าว
! ทำไมหมอลืมชื่อของผมล่ะ ?
ตอนนี้พอดีมีคนเคาะประตูห้องทำงาน
หมอ หลิน ไปเปิดประตู มองเห็นใครคนหนึ่งที่ไม่รู้รัก
จึงถามว่า คุณเป็นใคร ?
คนที่เคาะประตูตอบว่า
ฉันมาหาคนเจ็บคนหนึ่ง ที่เพิ่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อวานซืนนี้
หมอ
หลิน ถามชื่อและอาการของคนเจ็บได้แล้ว ก็บอกหมายเลขห้องพักของคนเจ็บแก่คนที่มาถามไปทันที
ความเห็นของผู้เขียน
ผู้เขียนยังคงรักษาเอกลักษณ์ของต้นฉบับภาษาจีน ที่ไม่จบลงด้วยบทสรุป คงทิ้งไว้ให้ท่านผู้อ่านเก็บไปคิดต่อกันเอง
สี่เรื่องของ เกร็ดชีวิต ที่นำเสนอในคราวนี้เป็นเรื่องเล่าสู่กันที่เข้าใจได้ไม่ยาก
และผู้เขียนเห็นว่า หากท่านผู้อ่านได้นำไปคิดต่อ คงจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านเองในด้านการแสดงความคิดเห็น
ซึ่งผู้เขียนยึดถือว่า ไม่มีความคิดเห็นของผู้ใดไม่ถูกต้อง