ก่อนเที่ยง เขา เพิ่งกลับมหาวิทยาลัย บ่าย ๆ ได้รับโทรศัพท์จาก หญิงสาว บอกว่า คืนนี้ หนึ่งทุ่มครึ่ง พบกันที่เดิม
                             การนัดพบระหว่าง หนุ่ม สาว เป็นเรื่องของความสุขที่สุด เป็นเรื่องของความยินดีที่สุด แต่ขณะนี้ เรื่องนี้กลับเป็นเรื่องที่หนักใจของเขามากที่สุด
                             คืนหนึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว ก่อนที่เขาจะต้องไปเรียนต่อ ระดับมหาวิทยาลัย เป็นเวลาสามปี ณ ที่เดิม ที่ เขา และ เธอ พบกันเป็นประจำ ไม่ไกลจากบ้านของเขาที่อยู่ใกล้สวนสาธารณะ เขา และ เธอ นั่งด้วยกันบนม้ายาว ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา
                             “ฉันต้องไปแล้วล่ะ” เขา ไม่พูดไม่ได้แล้ว
                             “ไปเถอะ… ปิดภาคฤดูหนาวค่อยพบกัน”
                             “ไม่ …”
                             “ปิดภาคฤดูร้อน ได้ไหม ?”
                             “ไม่… ฉันคิด…” เขา คิดพลางพูดพลาง “สามปีนี้ ฉันคิดว่า ช่วงปิดภาคเรียน ฉันจะอยู่ที่มหาวิทยาลัย ฉันจะขยันมาก ๆ ฉันจะเขียน นวนิยาย ฉันอยากเป็นนักประพันธ์ หากว่า ฉันเขียน นวนิยาย ไม่สำเร็จ ฉันจะไม่มาพบเธอ และ ตัดสินใจ ไม่แต่งงาน”
                             เธอ รู้ว่า เขา ชอบ วรรณคดี อยากเป็นนักประพันธ์ เขาคงจะขยันอย่างทุ่มเท เพราะว่า “ไม่ขยันแต่วัยเยาว์ จะเศร้าใจเมื่อแก่ตัว” เธอ จึงถาม เขา ว่า “จริงหรือ ?”
                             “ฉันคิดว่า… จริงนะ”
                             “ดีละ ! ถ้าอย่างนั้นเรามา ตัดสินใจ กันดีกว่า เมื่อถึงเวลานั้น หากเธอไม่แต่งงาน ฉันจะแต่งงาน แน่นอน”
                             ชายหนุ่ม เห็นด้วย
                             สามปีผ่านไปไวจริง ๆ ชายหนุ่มสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกลับมา เขา มิได้ส่งข่าวให้ เธอ ทราบ ไม่มีทั้งโทรเลข ทั้งจดหมาย แต่ว่าเมื่อ เขา กลับมาถึง เธอ กลับโทรศัพท์มาหา เขา ทันที
                             ทานอาหารค่ำแล้ว ชายหนุ่มยังคิดไม่ตก ไปดีไหม หรือว่า ไม่ไปดีไหม
                             นาฬิกายังเดินหน้าต่อไป ไม่หยุดหย่อน
                             หกโมงสามสิบนาที !
                             หกโมงสี่สิบห้า !
                             หนึ่งทุ่มแล้ว !
                             ยังเหลือเวลาอีก 30 นาที เขา ยัง ตัดสินใจ ลงไปไม่ได้ ตามองแล้วมองอีกที่นาฬิกา 1 ทุ่ม 15 !
                             “ไม่ไป !” เขา ออกเสียงเบา ๆ บอกตัวเองหนึ่งคำ พูดจบก็หยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง นอนลงบนเตียงแล้วอ่านหนังสือ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามิได้เป็นการอ่านหนังสืออย่างแท้จริง เขาก็ยังนอนบนเตียงอยู่อย่างนั้น
                             “ตึง ตึง ตึง ! ตึง ตึง ตึง !” มีคนเคาะประตู
                             เขา เปิดประตูออก
                             “อ้อ ! เธอนั่นเอง…”
                             “ทำไมเธอไม่ไป ?” หญิงสาวถามขณะที่ก้าวเข้าประตู “สามปีไม่ได้พบกัน กลับมาถึงบ้าน เธอก็ลืมนัดเสียแล้ว”
                             “ฉัน ไม่มีหน้า จะไปพบเธอได้” เขาตอบ
                             “ไม่มีหน้า ? ไม่มีหน้าแล้วต้องผิดนัดด้วยหรือ ?”
                             “นี่… นี่… นี่มิใช่ผิดนัด ฉันพูดอะไรย่อมต้องใคร่ครวญ จำได้ไหม ? สามปีที่แล้ว เมื่อคืนนั้น ฉัน…”
                             “จำได้ ค่ำนี้ฉันจึงเรียกหาเธอมาคุยกันเรื่องนี้ ฉันจะบอกการ ตัดสินใจ ของฉันแก่เธอ”
                             “จะพูดทำไมอีกล่ะ ? เธอมิใช่บอกว่า เมื่อถึงเวลาแล้วจะแต่งงานหรือ ?”
                             “แน่นอน ฉันต้องการแต่งงาน ฉันพูดอะไรย่อมใคร่ครวญเหมือนกัน” หญิงสาวพูดพลางยิ้มพลาง
                             “สามปีแล้ว ฉันยังเขียนนวนิยายไม่ได้ ฉันไม่มีความสามารถ”
                             “ความสามารถ ! อะไรที่เรียกว่าความสามารถ ?” หญิงสาวพูดจริงจัง “ความขยัน ก็คือ ความสามารถ วันนี้แม้ว่าเธอจะยังไม่บรรลุงานที่เธอตั้งใจ แต่เธอได้ขยันเรียนมาแล้วสามปี หากเธอไม่หยุดหย่อนความขยัน ย่อมจะบรรลุงานที่ตั้งใจได้ เอาละ ! ไม่พูดเรื่องนี้แล้วนะ ฉันอยากจะบอกเธอว่า ฉันคิดจะแต่งงานแล้วนะ ไม่คิดที่จะคอยอีกต่อไป เธอไม่สามารถไม่เห็นด้วย ใช่ไหม ?”
                             “ฉันเคยพูดไว้แล้ว…”
                             “ฉันแต่งงานกับใคร เธอก็เห็นด้วย ใช่ไหม ?”
                             “ฮื่อ !”
                             “อย่างนั้น ! พรุ่งนี้ เธอก็… เธอมานี่ !”
                             ชายหนุ่ม เดินเผชิญหน้าเข้าหาหญิงสาว ทันใดนั้น เธอ หอมแก้ม เขา 1 ฟอด


                ความเห็นของผู้เขียน

                                 เรื่องนี้ยังค่อนข้างไม่ทันสมัย ไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่มี อี-เมล์ แม้ว่าจะมีโทรศัพท์ใช้แล้ว จากกันไปสามปี ช่วงนั้น การสื่อสาร ยังมี โทรเลข กับ จดหมาย เป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญ แต่ เขา ใจแข็ง ( หรือว่า ใจดำ นะ ! ) ไม่ติดต่อ เธอ เลย ด้วยความรู้สึกของการประเมินค่าตัวเองต่ำเกินไป ในขณะที่ความเป็นจริง เขา เป็นคนขยันคนหนึ่งที่ เธอ ยอมรับว่ามีความสามารถ
                                 การรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ จะบั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง ฝากท่านผู้อ่าน โดยเฉพาะหลาน ๆ ที่กำลังเรียนหนังสือว่า ต้องขยัน ให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง เพื่อความสำเร็จทางการศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จของชีวิตในอนาคต ตามตัวอย่างดี ๆ ของผู้ประสบความสำเร็จที่มีให้เห็นอยู่มากมาย


โดย พันเอก ชูเกียรติ   มุ่งมิตร รองเจ้ากรมข่าวทหารบก
chukiati@rta.mi.th
๒๖ ก.ย.๔๕

ขอเชิญติชม
กลับหน้าแรก