จากบทความเรื่อง ฐานข้อมูลเอราวัณ ผู้เขียนเองมีความรู้สึกเมื่อตอนนำเสนอว่า ผู้อ่าน เมื่อได้อ่านแล้วคงจะงงแน่นอน ว่า เอาเรื่องอะไรมานำเสนอ ผู้อ่านท่านหนึ่งได้แสดงความเห็นมาเช่นนั้นจริง ๆ ( ตามความคิดเห็น ลำดับที่ ๓๓ ) ผู้เขียนตั้งใจที่จะเขียนเพิ่มเติมเป็นบทความเพื่อทำความเข้าใจแก่ท่านผู้อ่านในภายหลัง ในลักษณะบทความสั้นๆ ตามแบบฉบับที่นำเสนออยู่ปกติ อยู่แล้ว จึงขอนำเสนอดังนี้

                          ๑. เป็นเรื่องของความบันเทิง จากบทอาขยานเรื่อง หักคอช้างเอราวัณ ซึ่งคัดมาจากบทพากย์รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นตอนที่ อินทรชิต ซึ่งเป็นยักษ์ลูกของ ทศกัณฐ์ กับ นางมณโฑ แปลงกายเป็นพระอินทร์ ยกพลไปหมายรบกับฝ่าย พระราม อินทรชิตแปลงกายเหมือนพระอินทร์มาก จนพระลักษมณ์ ถึงกับมองเพลินด้วยความเผลอพระองค์ สุดท้ายของเรื่องจบลงโดย พระลักษมณ์ แผลงศรพลายวาด ปักอกอินทรชิตถอนไม่ออก ถึงแก่ความตาย บทพากย์บทนี้ เป็นบทอาขยานที่บังคับให้นักเรียนระดับเตรียมอุดมศึกษาสมัยก่อน ต้องท่องจำได้ ผู้เขียน เมื่อเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ก็ท่องจำได้เช่นกัน

                          ๒. ความโยงใยระหว่าง เศียรช้างเอราวัณ ทั้ง ๓๓ เศียร กับ ๗ งา ของแต่ละเศียร กับ ๗ สระโบกขรณี ของแต่ละงา กับ ๗ กอบัว ของแต่ละสระโบกขรณี กับ ๗ ดอก ของแต่ละกอบัว กับ ๗ กลีบ ของแต่ละดอกบัว กับ ๗ เทพธิดา ของแต่ละกลีบบัว จนถึง กับ ๗ นางบริวารของแต่ละเทพธิดา ล้วนมีลักษณะเป็นข้อมูลที่โยงต่อเนื่องกันใน ฐานข้อมูล ที่ถูกกล่าวถึงในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวอยู่ขณะนี้ ผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นความยุ่ง และ ความยาก ต่อการที่จะทำจินตนาการให้เห็นการโยงใยของข้อมูลทั้งมวลที่จะบรรจุลงในฐานข้อมูล หรือบรรจุอยู่แล้วในฐานข้อมูลออกมา ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ที่จะเข้าใจฐานข้อมูลได้อย่างลึกซึ้ง ต้องผ่านการศึกษา และฝึกหัด ในระบบฐานข้อมูลที่มีอยู่จริง อย่างใดอย่างหนึ่งมาก่อน การที่จะบอกเล่า หรือแนะนำให้ผู้อื่น เข้าใจระบบฐานข้อมูล ตามผู้เชี่ยวชาญไปด้วยนั้น คงจะทำได้แต่เพียงผิวเผิน และไม่อาจสนองหัวหน้าหน่วยงานได้ทันที ในความต้องการใช้ระบบฐานข้อมูลที่ซับซ้อนของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ

                          
๓. ช้างเอราวัณนั้น เป็นที่ทราบกันว่า เป็นช้างทรงของพระอินทร์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แต่ในเบื้องลึกแล้ว ช้างเอราวัณจะรับใช้ พระอินทร์ กับเทพบุตรอีก ๓๒ องค์ ช้างเอราวัณจึงมี ๓๓ เศียร พระอินทร์กับ ๓๒ เทพบุตร เดิมเป็นกลุ่มมาณพ ๓๓ คน ที่บำเพ็ญความดีอย่างสม่ำเสมอบนโลกมนุษย์ โดยมี มาฆมาณพ เป็นผู้นำการปฏิบัติ ที่เรียกว่า วัตบท ๗ ประการ ( นำเสนอไว้แล้วในฐานข้อมูลเอราวัณ ) นำมาซึ่งตัวเลข ๗ แห่งงาของแต่ละเศียร แห่งสระโบกขรณี แห่งกอบัว แห่งดอกบัว แห่งกลีบบัว แห่งเทพธิดาประจำกลีบบัว และ แห่งหญิงบริวารของเทพธิดา เหล่านั้น

                           ๔. ความดีของ กลุ่มมาณพ ๓๓ คน ทำให้พวกเขาได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดย มาฆมาณพ ได้เป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นนี้ มีนามว่า พระอินทร์ และ ช้าง ที่รับใช้เหล่า ๓๓ มาณพบนพื้นโลก ได้เกิดเป็นเทพบุตร ชื่อ เอราวัณ ตามมารับใช้บนสวรรค์ด้วย เทพบุตรเอราวัณ มีฤทธิ์ที่จะแปลงกายเป็น ช้างเอราวัณ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ ดังกล่าว

                          
หมายเหตุ
                          ข้อมูลในข้อ ๓. และ ข้อ ๔. นำมาจากหนังสือชื่อ พรรณนาสวรรค์ ของ
พระเทพวิสุทธิกวี วัดโสมนัสวิหาร พิมพ์ที่โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. ๒๕๔๒



เรียบเรียงโดย พันเอก ชูเกียรติ    มุ่งมิตร รองเจ้ากรมข่าวทหารบก
chukiati@rta.mi.th
๘ ก.ค. ๒๕๔๕

ขอเชิญติชม
กลับหน้าแรก