ได้ยินเพื่อน
ๆ ที่เป็นพ่อแม่คุยกันบ่อย ๆ ว่า เด็ก ๆ เมื่อเรียนถึงชั้นมัธยมปลายแล้ว
จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง นับวันจะยิ่งไม่ยอมฟังคำพูดของพ่อแม่ แต่จริง ๆ
แล้วเด็ก ๆ เหล่านี้ มองผู้ปกครองอย่างไร ได้มีการประชุมแบบคุยกันกับเด็กมัธยมปลาย
ให้เด็ก ๆ ได้พูดถึงสิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะทำ และความคิดในใจที่ยังไม่มีโอกาสคุยให้พ่อแม่ฟัง
มาดูตัวอย่างความเห็นเหล่านั้นกันเถอะ
ความสัมพันธ์กับผู้ปกครองเป็นอย่างไรบ้าง
หมินน้อย
: พ่อของผมเป็นครูสอนวิชาการต่อสู้ ( Wushu ) มักต้องการให้ผมเรียนวิชาการต่อสู้
แต่เป็นไปไม่ได้ที่
พ่อชอบอะไรแล้วผมต้องชอบอย่างนั้นด้วย ดังนั้นบางเวลาที่ไม่สบายใจ ผมจะไม่พูด
กับพ่อเป็นเวลา
๒ - ๓ เดือน แต่ว่าทุก ๆ วันอาทิตย์ และวันหยุด ที่พ่อเล่นหมากรุกกับผม
ผมจะรู้สึกว่า
พ่อเป็นคนดีที่วิเศษจริง
ๆ
หยกน้อย :
พ่อแม่ของผมเกษียณแล้ว อยู่กับบ้าน อายุมากแล้ว มักนำความรักที่ไม่สิ้นสุดมารบกวนผม
ผมจึงไม่ค่อยอยากกลับบ้าน
ทุก ๆ เช้า ๖ นาฬิกา ผมจะออกจากบ้าน อาหาร ๓ มื้อ ล้วนแต่ทาน
ข้างนอกหลังเลิกเรียนผมมักจะทำการบ้าน
หรือไม่ก็คุยกับเพื่อน ๆ อยู่ที่โรงเรียน จน ๓ ทุ่มเศษ จึง
กลับเข้าบ้านแล้วนอน
แม่บอกว่า ผมใช้บ้านเป็นโรงแรม
จินน้อย : ผมเติบโตมากับคุณย่า
ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดพ่อแม่ เวลาผมทำอะไรผิด มักจะโดนพ่อตี ปีนี้ทางโรงเรียน
เปิดห้องเรียนให้พ่อแม่ไปเรียน
พ่อไปเรียนแล้วกลับมาบอกผมว่า ต่อไปจะไม่ตีผมอีก และมีเรื่องหารือ
กับผมหลายเรื่อง
ผมรู้สึกว่าไม่รู้จะพูดอย่างไรถึงจะดี
จวนน้อย :
พ่อแม่บางครั้งควบคุมฉันเจียนตาย ฉันโตขนาดนี้แล้วต้องมีเรื่องส่วนตัวบ้าง
กลับถึงบ้านช้าไป ๑๐ นาที
ก็ถูกซักถามเสียครึ่งวัน
เช่น "ไปไหนมา" "อยู่กับใคร" "ผู้ชายหรือผู้หญิง"
บางครั้งเพื่อที่จะหลีกเลี่ยง
ความยุ่งยากแบบนี้
ฉันจะตอบโกหกแบบง่าย ๆว่า "มีประชุม" บ้างล่ะ "ต้องทำเวร"
บ้างล่ะ เป็นต้น
ซานน้อย :
สอง-สามปีมานี่ ผมรู้สึกว่า ช่องว่างระหว่างผมกับพ่อแม่ยิ่งกว้างออกไป
ผมรู้สึกว่าท่านทั้งสองรักผม ผมก็
รักท่าน
แต่เรามักพูดอะไรไม่ตรงกัน ผมกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนต่างรู้สึกว่า ผมเราถูกสั่งถูกบังคับให้อยู่
ในกรอบ
พวกเรามีวิธีคิดเป็นของตัวเอง แต่ไม่สามารถบอกผู้ปกครองได้ ดังนั้นจึงทำตัวสบาย
ๆ ที่จะ
โกหกผู้ปกครอง
จนเป็นนิสัยถาวร
ความผู้ปกครองวุ่นวายอะไรมากที่สุด
หมินน้อย
: พ่อแม่คัดค้านผมที่สุด เมื่อผมบอกว่าจะไปเรียนพิเศษกลุ่มเล็ก ๆ แต่บังคับว่า
เมื่อกลับถึงบ้านให้ ดู
หนังสือ
ทำแบบฝึกหัด ตัวผมชอบเลี้ยงสัตว์เล็ก ๆ พ่อแม่ไม่เห็นด้วย บอกว่าไม่เข้าเรื่อง
ผมอยากซื้อสัตว์
เล็ก
ๆ มาเลี้ยง ท่านไม่ยอมให้เงินแก่ผม
เฉ่าน้อย
: พวกเราหากมีกิจกรรมนอกหลักสูตร จะดูที่ความน่าสนใจ แต่พ่อแม่จะดูที่เกี่ยวข้องกับการสอบเข้าเรียน
ต่อในระดับมหาวิทยาลัย
หากเข้ากลุ่มเรียนคณิตศาสตร์ หรือกลุ่มเรียนภาษาต่างประเทศแล้ว ท่านจะ
สนับสนุนเต็มที่
แต่หากอยากเรียนการวาดรูป การเรียนดนตรี หรือกิจกรรมพลศึกษา ท่านจะขัดขวาง
ไม่ให้เรียน
จวนน้อย
: พ่อแม่มักกลัวว่า พวกเราจะคบเพื่อนไม่ดี กลัวว่าพวกเราจะคบเพื่อนต่างเพศ
แต่ละครั้งที่เพื่อนนักเรียน
จัดกลุ่มทำกิจกรรมกันเอง
พ่อแม่จะไม่อนุญาตให้เราเข้าร่วมกิจกรรมนั้น บางครั้งมีจดหมายมาจาก
เพื่อนพ่อแม่จะต้องตรวจให้ได้
พ่อแม่มักจะคิดว่าพวกเรานั้น อะไร ๆ ก็ยังไม่เข้าใจ ทำอะไรก็กลัว
ว่าพวกเราจะทำผิดไปหมด
ความเธอหวังอะไรจากพ่อแม่มากที่สุด
หยกน้อย
: หวังว่าพ่อแม่เชื่อใจพวกเรา
พวกเราโตแล้ว หลาย ๆ เรื่องพวกเราพิเคราะห์ได้เอง พ่อแม่ไม่จำเป็นต้อง
เข้มงวดกับเราจนเกินไปหรอกนะ
ซานน้อย
: ผู้ปกครองต้องเข้าใจพวกเรา ดีที่สุดคือปล่อยวางเสียบ้าง ไม่ใช่ออกคำสั่งตลอดเวลา
หากผู้ปกครองไม่
เพียงแต่ดูแลอย่างดีแก่เราในเรื่อง
เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่ และการไปไหนมาไหนแล้ว แต่ยังเป็นเพื่อนที่รู้ใจ
พวกเราพวกเราย่อมยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความในใจกับท่านได้
หมินน้อย
: หวังว่าพ่อแม่จะยอมรับความรู้ใหม่ ๆ วิทยาการใหม่ ๆ ทฤษฎีใหม่
ๆ ไม่ใช่เพราะว่าทำงานจนไม่มีเวลา
ว่างที่จะอ่านหนังสือพิมพ์
ไม่ว่างที่จะฟังวิทยุ หากพ่อแม่ได้เรียนรู้มากขึ้น ก็คงจะเป็นแบบอย่างที่ดีของ
พวกเราต่อไป
ความเห็นของผู้เขียน
เรื่องนี้เป็นผลมาจากการพูดคุยระหว่างนักเรียนมัธยมปลายของจีน
กับทีมผู้สื่อข่าวสายสังคมของหนังสือ
พิมพ์ในปักกิ่ง
เมื่อปี 1989 ผู้เขียนคิดว่าคงจะยังไม่ล้าสมัยเกินไปนัก ที่จะสะท้อนออกมาที่นี่
ด้วยเหตุที่
เป็นเรื่องธรรมดามาก
สำหรับความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก ๆ ด้วยช่องว่างระหว่างวัยที่
ยังคงมีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย
โลกจะสดใส น่าอยู่แน่ ๆ ถ้าทุก ๆ ฝ่ายเข้าใจซึ่งกันและกัน ทุกระดับ
โดยเริ่มที่ระดับครอบครัว
เป็นระดับแรก