|
เษียงจื่อ
เกิดในยุค 20 ปี ของกรุงปักกิ่ง เติบโตในชนบท บิดา มารดา เสียชีวิตเมื่อ
เษียงจื่อ อายุได้ ประมาณ 18 ปี หลังจากขายที่ดินซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวของตระกูลแล้ว
เษียงจื่อ ได้เข้าไปประกอบอาชีพเป็น คนลากรถ ในกรุงปักกิ่ง
เริ่มลากรถโดยเช่ารถลากจาก ห้าง
เริ๋น เหอ เฌอ ของผู้เฒ่า
หลิว ซื่อเย ลากอยู่ 1 ปี
2 ปี 3 ปี เสียเหงื่อไป 1 หยด 2 หยด 3 หยด จนไม่รู้ว่าเสียไปกี่หมื่นหยดแล้ว
จึงซื้อรถลากมาเป็นของตัวเองได้ 1 คัน แต่วันหนึ่งที่เขาลากรถไปยัง
มหาวิทยาลัย ฌิง หัว ทั้งคนทั้งรถต่างถูกทหารจับกุมไป ผ่านไป 2
- 3 วัน เษียงจื่อ หนีกลับมาได้พร้อมอูฐของทหาร 3 ตัว ขายอูฐได้
35 หยวน หลังจากนั้นชื่อของเขาก็ถูกผูกเข้ากับอูฐเป็น เจ้าอูฐเษียงจื่อ
ผู้เฒ่า หลิว ซื่อเย เจ้าของห้าง
เริ๋น เหอ เฌอ มีอายุเกือบ 70 ปีแล้ว ไม่มีลูกชาย มีลูกสาวคนเดียวอายุ
30 ปี ยังไม่มีคู่ ชื่อ หู่ นิว
เธอเกิดมาเป็นหญิงขี้เหร่ แต่เธอช่วยงานของบิดาได้ดียิ่ง ลึก ๆ
แล้ว เธอหลงรักเษียงจื่อ เป็นความรักด้วยใจ รักที่เขามีจิตใจดี
และขยันขันแข็ง เฒ่า หลิว ซื่อเย ก็รู้ว่าเษียงจื่อ เป็นคนดี แม้ว่าจะไม่ได้
เช่ารถลากจากห้าง ท่านผู้เฒ่า ก็ยังยินดีให้เษียงจื่อพำนักในห้างของเขา
เษียงจื่อได้ช่วยงานอื่น ๆ ของห้างตาม สมควร ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น
ดูแค่เรื่องความสะอาดของลานและประตูบ้านที่งามตาตลอดเวลาก็พอ
หลังจากเษียงจื่อหนีจากทหารมาได้และขายอูฐแล้ว
เขากลับมาที่ห้าง เริ๋น เหอ เฌอ วันนั้นฟ้ายังไม่ทันมืด พ่อ -
ลูกสาว กำลังกินอาหารค่ำ เพียงเห็นการมาของเษียงจื่อ หู่ นิว ก็รีบวางตะเกียบ
ถามออกไปหลายคำ
"เษียงจื่อ ! หลายวันมานี่
หายไปไหน ?"
"รถลากล่ะ อยู่ไหน ?"
เษียงจื่อยืนเฉย ไม่ตอบคำ
"กินข้าวหรือยัง
ถ้ายัง มากินด้วยกันซิ" หู่ นิว พูดจบก็ไปจูงมือเษียงจื่อมาร่วมวงอาหาร
เษียงจื่อ กินพลาง เล่าพลางถึงเหตุการณ์ที่ถูกทหารจับจนหนีกลับมาได้
กลับมาเช่ารถของผู้เฒ่า หลิว ซื่อเย
ประกอบอาชีพอีกครั้ง ทุกวันจะออกไปลากรถแต่เช้ามืด จนค่ำจึงกลับ
มา ตัวเขาหากยังหาเงินได้ไม่พอก็จะไม่เลิก มีอยู่ครั้งหนึ่งถึงกับลากทั้งวันทั้งคืน
ความหวังที่จะซื้อรถลาก คันใหม่คงจะเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว บางครั้งเขารู้สึกเหนื่อยมาก
แต่ไม่กล้าพักผ่อน ผ่ายผอมลงไปมาก หู่ นิว ต้องออกปากเตือนหลายครั้ง้
"หากเธอทำอย่างนี้ต่อไป การกระอักเป็นเลือดก็เป็นเรื่องของเธอนะ"
ผู้เฒ่า หลิว ซื่อเย เห็นเษียงจื่อออกไปแต่เช้ากลับค่ำ
ทำงานแบบเสี่ยงชีวิต แต่ไม่ได้มีผลประโยชน์ให้แก่ กิจการรถลากของผู้เฒ่า
และยังไม่ได้ช่วยงานของห้างดังแต่ก่อน จิตใจเริ่มไม่พอใจ เคยคิดที่จะขับไล่เษียงจื่อ
ออกจากบ้าน แต่ก็ไม่กล้าทำเพราะรู้ว่า หู่ นิว ชอบเจ้าหนุ่มโง่คนนี้อยู่
เพื่อให้ได้เงิน เษียงจื่อรับจ้างลากรถเป็นรายเดือนให้แก่
คุณ เฉา มีรายได้สะสมเงินไว้เป็นสัดส่วน แต่กลับ ถูกทหารยึดเอาไปจนได้
เนื่องจากเษียงจื่อเป็นคนลากรถจน
ๆ คนหนึ่ง ถูกผู้เฒ่า หลิว ซื่อเย จึงดูแคลน ไม่ต้องการให้ลูกสาวไป
แต่งงานด้วย หลังเสร็จพิธีฉลองวันเกิดของผู้เฒ่า วันนั้น หู่ นิว
มีเรื่องทะเลาะกับบิดาอย่างรุนแรง
"เขาไปไหน ฉันจะไปกับเขา ให้ฉันแต่งงานกับเขาเถอะ
หรือไม่ก็ไล่เราสองคนออกจากบ้านไป พ่อจะว่าอย่างไร !"
"มีมันไม่มีพ่อ มีพ่อไม่มีมัน
พ่อไม่อาจลดราคาให้มันได้"
หู่ นิว ไม่ต้องการทรัพย์สมบัติของบิดา
แต่ต้องการแต่งงานกับเษียงจื่อ ผู้เฒ่าไม่ช้าก็ตัดขาดกับลูกสาว
ขายห้างรถลากของตน แล้วหอบเงินย้ายถิ่นฐานจากไป
เดือนอ้าย วันที่หก หู่ นิว กับ
เษียงจื่อ แต่งงานกัน มีชีวิตที่สดชื่นเหมือนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไม่เสื่อมคลาย
ไม่ช้าสามารถช่วยกันซื้อรถลากคันใหม่ได้ เษียงจื่อออกไปลากรถทุกวัน
ผ่านไปไม่กี่เดือน หู่ นิว ตั้งครรภ์ แต่เกิดเรื่องที่คาดไม่ถึงขึ้น
เมื่อถึงกำหนดคลอด หู่ นิว คลอดลูกยาก เษียงจื่อ ต้องขายรถลากเพื่อจ้างหมอมาช่วย
หู่ นิว แต่เด็กไม่รอด หู่ นิว ก็เสียชีวิต
คนตายไปแล้ว รถลากขายไปแล้ว บ้านก็ไม่มี
เษียงจื่อร้องไห้แต่ไม่มีเสียงลอดออกมา
เษียงจื่อ ไม่คิดอะไรอีกแล้ว ไม่หวังอะไรอีกแล้ว
แต่ยังต้องดำรงชีพอยู่ต่อไป
|