กว่างโจว


          เมือง กว่างโจว ( คนไทยมักเรียกว่า กวางเจา หรือ กวางโจว แต่เสียงจีนกลาง คือ กว่างโจว ) เป็นเมืองหลวงของ มณฑล กวางตุ้ง ( จีนกลางเรียก กว่างตง ) มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน

          เมือง กว่างโจว เคยมีชื่อเรียกว่า สุ้ย บางครั้งเรียกว่า เมืองห้าแพะ หรือ เมือง แพะ เหตุที่เรียก อย่างนั้น มีเรื่องเล่ากันมาว่า มี พ่อ - ลูกชาย คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ที่เชิงเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่ง ผู้เป็นพ่อ มีอายุกว่า 60 ปี ส่วนลูกชายนั้นอายุยังไม่เต็ม 16 ปี วันหนึ่งมีกลุ่มชายท่าทางดุร้ายมาที่บ้าน อ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณ นั้นทั้งหมด และเรียกเก็บข้าวเปลือกจากสองพ่อ - ลูก แต่ที่ไหนเลยจะมีข้าวเปลือกส่งให้พวกนั้น ผู้เป็นพ่อจึง ถูกจับตัวไป

          เมื่อผู้เป็นพ่อถูกนำตัวไป ลูกชายก็หมดหนทางที่จะทำอะไรได้ ขึ้นไปนั่งร่ำไห้อยู่บนภูเขา เสียงร้องไห้ ของเขาได้ยินไปถึง เซียน 5 ตน บนสวรรค์ จึงต่างตนขี่แพะตนละตัว ลงมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้เป็นลูกชาย กล่าวว่า "น้องชายน้อย ๆ อย่าร้องไห้เลย เรื่องของเธอนั้น พวกเรารู้หมดแล้ว" พูดจบ แต่ละตนถือรวงข้าวออก มาตนละรวง และยื่นให้แก่เด็กหนุ่ม พร้อมบอกว่า "เจ้าจงนำข้าวเปลือกเหล่านี้ไปปลูกลงยังพื้นดินแล้วจะได้ ผลผลิตจำนวนมหาศาล" พูดจบแล้ว เซียนทั้งห้าก็จากไป แพะทั้งห้าตัวที่ถูกทิ้งไว้ ได้กลายเป็นหินห้าก้อน เด็กหนุ่มลงมือปลูกข้าวบนพื้นนาทันที เช้าวันรุ่งขึ้นมีรวงข้าวจำนวนมากปรากฏขึ้น ยังความดีใจแก่เขาจนสุด ที่จะพรรณนา จึงรีบนำข้าวเปลือกจำนวนหนึ่งไปไถ่ตัวบิดากลับมา หลังจากนั้น สองพ่อลูกได้แจกจ่ายข้าวเปลือก ให้แก่เพื่อนบ้านด้วย ทำให้การดำรงชีวิตของผู้คนที่นี่ดีขึ้นทั่วกัน

          ภายหลังเพื่อเป็นการขอบคุณเซียนทั้งห้า ประชาชนจึงเรียกที่นี่ว่า เมืองห้าแพะ หรือ เมืองแพะ แม้ว่าเรื่องของห้าแพะจะเป็นเพียงเรื่องเล่าขานต่อกันมา แต่ชาว กว่างโจว ล้วนชื่นชมนิทานเรื่องนี้ และได้ใช้ รูปแพะห้าตัว หรือตัวหนังสือ ห้าแพะ เป็นเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และหลายปีก่อนหน้านี้ ชาวกว่างโจวได้สร้างอนุสาวรีย์ "ห้าแพะ" ประดิษฐานไว้ในสวนสาธารณะ เยว่ซิ่ว ของเมืองนี้

          ประวัติศาสตร์ของกว่างโจวมีมายาวนาน ก่อนราชวงศ์ ฉิน มีชื่อเรียกว่า ฟานยวี๋ เมื่อถึง ค.ศ.226 จึงเริ่มเรียกว่า กว่างโจว ที่นี่มีแม่น้ำ จูเจียง ไหลผ่านกลางเมือง จึงมีการจราจรทางน้ำที่สะดวกยิ่ง ตั้งแต่สมัย ราชวงศ์ ฮั่น เป็นต้นมา มีเรือจากกว่างโจว เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ จนถึงราชวงศ์ถางกว่างโจวได้กลายเป็น เมืองท่าที่มีชื่อเสียงของโลก มีการค้ากับต่างประเทศอย่างมั่งคั่งเป็นพิเศษ ผลิตภัณฑ์จากทางภาคใต้ของ ประเทศจีน เช่น ผ้าไหม ใบชา เป็นต้น ได้กลายเป็นสินค้าส่งออกจากที่นี่ เรือสินค้าของต่างชาติก็มาที่นี่เป็น จำนวนมากเช่นกัน กว่างโจวยังได้รับการขนานนามว่าเป็น ประตูด้านใต้ของประเทศจีน ปัจจุบัน กว่างโจวไม่ เพียงแต่มีการจราจรทางน้ำที่เฟื่องฟูมั่งคั่ง แต่ยังมีสายการบินนานาชาติ บินเข้า - ออก อีกจำนวนไม่น้อยทีเดียว กว่างโจวจึงมีฐานะของเมืองที่สำคัญยิ่งของประเทศจีนในด้านการค้ากับต่างประเทศ

          ภูมิอากาศของกว่างโจวถูกจัดว่าดีมาก ฤดูหนาว ไม่หนาวจัด ฤดูร้อน ไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งสี่ฤดู ตลอดปีจะมีดอกไม้บาน ผู้คนจึงมักเรียกกว่างโจวว่า เมืองดอกไม้ เมืองดอกไม้นี้มีภูมิทัศน์ที่งามตา มีจุดชมวิว มากมาย เช่นเดียวกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ภายในตัวเมืองมีวัดชื่อ กวงเซี่ยวซื่อ เป็นโบราณสถาน ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในสมัยราชวงศ์ ฮั่น เคยเป็นที่ประทับของ ฮ่องเต้ หนานเยว่ แห่งยุคฮั่นตะวันตก จนมา ถึงยุคฮั่นตะวันออก จึงได้กลายเป็นวัด

          ยังมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อ ลิ่วหรงซื่อ ถูกสร้างขึ้นใน ค.ศ.537 เดิมมิใช่ชื่อนี้ จนถึงสมัยราชวงศ์
ซ่ง ( ราชวงศ์ ซ้อง ) นักวรรณคดีผู้ยิ่งใหญ่ ชื่อ ซู ซื่อ ได้มาเที่ยวที่นี่ เห็นว่าภายในวัดมีต้น หรง อยู่หกต้น จึงหยิบ พู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษร 2 ตัว ว่า ลิ่ว หรง ( ลิ่ว = หก ; หรง = ชื่อต้นไม้ ) จนถึง ราชวงศ์หมิงประชาชนจึงเรียก วัดนี้ว่า ลิ่ว หรง ซื่อ

          ทางเหนือของกว่างโจวมี สวนสาธารณะ เยว่ซิ่ว ที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามยิ่ง เนื้อที่ประมาณ 92 ตาราง กิโลเมตร ภายในสวนมีบริเวณแห่งความงามหลายแห่ง เช่น ภูเขา เยว่ซิ่วซาน ภูเขา อู่หยางซาน ตึก เจิ้น ไห่ โหลว เป็นต้น บนยอดเขา เยว่ซิ่วซาน มีอนุสรณ์สถานเป็น แท่งหินตั้งแท่งหนึ่ง ที่เชิงเขามีอนุสรณ์สถานที่เป็น โถงใหญ่โถงหนึ่ง ทั้งสองแห่งเป็นอนุสรณ์สถานของ ดร. ซุน จง ซาน ( ดร. ซุน ยัด เซ็น ) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 ปัจจุบัน ประชาชนมักจะใช้โถงใหญ่เป็นที่จัดการประชุม หรือจัดการแสดงต่าง ๆ

          ชานเมืองด้านเหนือของ กว่างโจว มีภูเขาสูง 382 เมตร ชื่อ ไป๋ ยวิ๋น ซาน เป็นชื่อตามลักษณะที่มัก จะมีเมฆสีขาวปกคลุมที่ยอดเขาเสมอ ( ไป๋ = สีขาว ; ยวิ๋น = เมฆ ) บนภูเขามีต้นไม้สูง รวมทั้ง พืชพันธ์ดอกไม้ และต้นหญ้า มีน้ำใส หน้าผาสีแดง งดงามยิ่งนัก ได้มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทั้งสวน สาธารณะทั้งโรงแรมที่พัก นักท่องเที่ยวที่มีชีวิตจำเจอยู่ในเมือง เมื่อได้มาพักผ่อนที่นี่ มักพูดเป็นเสียงเดียว กันว่า "วันหยุดมาพักที่นี่สัก 2 - 3 วัน แล้ว ไม่มีที่อื่นใดที่ดีเท่าที่นี่"

ความเห็นของผู้เขียน 
           กว่างโจว เป็นอีกเมืองหนึ่งในหลาย ๆ เมือง ที่งดงามน่าท่องเที่ยวของประเทศจีน ผู้ที่ได้ไปเที่ยวคง จะรู้สึกเช่นนั้นได้ ความงามแห่งธรรมชาตินั้น มีอยู่ทั่วไปบนพื้นโลก และกำลังรอการมา หรือ ไป เยี่ยมเยียนของ นักท่องเที่ยวที่มีฐานะดีพอที่จะมา หรือ ไป เที่ยวได้ ไม่เว้น แม้แต่ในประเทศไทย ที่คนไทยจำนวนมากยังไม่มี โอกาส มา หรือไป เที่ยว ได้อย่างทั่วถึง

พันเอก ชูเกียรติ    มุ่งมิตร รองเจ้ากรมข่าวทหารบก
chukiati@rta.mi.th
๒๗ ธ.ค. ๒๕๔๕

ขอเชิญติชม
กลับหน้าแรก