พายุฝน : พิศวาสมรณะ


                 นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาคืนหนึ่งระหว่างพายุฝนฟ้าคะนอง เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ที่บ้าน ตระกูล โจว มีคนตายถึง 3 คน แท้จริงแล้ว เป็นเรื่องอย่างไรกัน

ฉากที่ หนึ่ง

          สมาชิกในบ้านตระกูล โจว มีอยู่ไม่มาก คือมี โจว ผู่ หยวน ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว มีภริยา และยังมีลูกชายอีก 2 คน
          โจว ผู่ หยวน อายุห้าสิบกว่าปีแล้ว เป็นเจ้าของเหมืองถ่านหินแห่งหนึ่ง จึงถือว่าเป็นผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง
          ฝาน อี๋ ผู้ภริยา อายุน้อยกว่า โจว ผู่ หยวน ถึง 20 ปี เธอเป็นคนฉลาดที่รูปงาม และมีการศึกษา แต่ชีวิตความเป็นอยู่กลับไม่มีความสุข สิบกว่าปีที่ผ่านมา โจว ผู่ หยวน ไม่เพียงแต่ไม่มีความรักให้แก่เธอ แต่ยังพร่ำพูดอยู่เสมอว่าเธอเป็น บ้า ทั้งนี้ ฝาน อี๋ มาอยู่ที่บ้านตระกูล โจวได้ไม่นาน ผมได้เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนทั้งศรีษะ
          ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โจว ผิง บุตรชายที่เกิดจากภรรยาคนก่อนของ โจว ผู่ หยวน จากชนบทมาพำนักอยู่กับบิดาที่นี่ โจว ผิง รู้สึกเห็นใจ ฝาน อี๋ เป็นอย่างยิ่ง ภายหลัง จึงได้กลายเป็นความรัก ระหว่าง 2 คน หนุ่มสาว อย่างช้า ๆ
          แต่ว่า ต่อมา โจว ผิง กลับไม่มีความรักที่ซาบซึ้งต่อ ฝาน อี๋ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสาวใช้ผู้งดงาม ชื่อ ษื้อ เฟิ่ง ได้มาอยู่ที่บ้านนี้ โจว ผิง รู้สึกว่าไม่ยินดีที่จะอยู่กับ ฝาน อี๋ อีกต่อไป สุดท้ายเพื่อที่จะตีตัวออกห่างจาก ฝาน อี๋ เขาจึงจะไปเป็นคนงานในเหมืองถ่านหินของบิดา
          วันหนึ่ง ฝาน อี๋ สนทนากับ โจว ผิง ที่ห้องรับแขก
          "เธอทำไมจึงอยากไปล่ะ ! เธอก็รู้นะว่า ฉันห่างเธอแล้วฉันอยู่ไม่ได้"
          โจว ผิง พูดว่า
          " เราสองคนในทางที่ดีที่สุดแล้ว อย่าเห็นหน้ากันมากนัก ฉันได้ทำเรื่องเลวร้ายแล้วเรื่องหนึ่ง ฉันต้อง ขอโทษน้องชาย และต้อง ขอโทษ บิดา เป็นอย่างยิ่ง"
          ฝาน อี๋ พูดอย่างเย็นชาว่า
          " แต่ว่า คนที่เธอ ต้องขอโทษอย่างที่สุด นั้น เธอลืมเขาแล้ว"
          โจว ผิง ถามอย่างสงสัยว่า " ยังมีใครอีกล่ะ ?"
          ฝาน อี๋ ตอบด้วยความโกรธ "คนที่เธอต้องขอโทษอย่างที่สุด คือ ฉัน! เธอไม่อาจที่จะทิ้งฉันไปนะ"
          โจว ผิง ตอบว่า
          " คำพูดของเธอ ช่างน่ากลัวจริง ๆ คำพูดอย่างนี้ ไม่ใช่คำพูดที่ใช้ได้ในบ้านของบิดา นะ"
          ฝาน อี๋ โกรธมาก
          " บิดา ! บิดา! ไม่ต้องพูดถึง บิดาของเจ้าแล้วนะ เจ้าน่ะ ! เป็นลูกที่เกิดจากบิดา กับหญิงรับใช้อีกคนหนึ่ง เรื่องนี้บิดาของเจ้าบอกฉันเมื่อ 15 ปี ก่อน "
          เธอยังชี้ให้ดูรูปเก่า ๆ แผ่นหนึ่งที่ข้างตู้กับข้าว
          " เจ้าเกิดจากนังสาวใช้คนนี้ แต่เพราะว่าบิดาไม่ต้องการนางแล้ว นางจึง ไปกระโดดแม่น้ำ ฆ่าตัวตาย"
          ผ่านไปชั่วครู่ ฝาน อี๋ พูดต่อไปว่า
          " หวังว่าเธอจะไม่จากไป หวังว่าเธอจะคิดทบทวนดี ๆ ถึงคำพูดที่เราพูดกันมากมายในห้องนี้"
          แต่คำพูดของ ฝาน อี๋ ที่พูดต่อ โจว ผิง ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ฝาน อี๋ โกรธอย่างเกรี้ยวกราด เธอตัดสินในที่สุดว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง โจว ผิง กับ ษื้อ เฟิ่ง ขาดสะบั้นจากกัน จึงให้คนไปตามมารดาของ ษื้อ เฟิ่ง มาหา เพื่อให้นำ ษื้อ เฟิ่ง กลับไป

ฉากที่ สอง

          มารดาของ ษื้อ เฟิ่ง ชื่อ สื้อ ผิง พี่ชายชื่อ หลู่ ต้า ไห่ โดย หลู่ ต้า ไห่ เป็นคนงานอยู่ในเหมืองถ่านหินของ โจว ผู่ หยวน ส่วน สื้อ ผิง เป็นพนักงานทำความสะอาดในโรงเรียนบ้านนอกแห่งหนึ่ง สองปีแล้วไม่ได้กลับมาบ้าน เมื่อกลับมาถึงก็ถูกเรียกตัวมาที่บ้านตระกูล โจว พอดี
          เมื่อ สื้อ ผิง มาถึงห้องรับแขก ตระกูลโจว รู้สึกว่าสิ่งของในห้องนี้ดูเหมือนว่า เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ษื้อ เฟิ่ง บอกเธอว่า "สิ่งของเหล่านี้เป็นของสุดรักของภริยาของ เจ้าของบ้านที่ ตายไป 30 ปี แล้ว"
          ษื้อ เฟิ่ง พลางพูดพลางถอดรูปเก่า ๆ จากด้านข้างตู้กับข้าวออกมาส่งให้ สื้อ ผิง
          "แม่ดูนี่ ! นี่ไง ภริยาคนแรก ของ โจว ผู่ หยวน "
          สื้อ ผิง รับรูปมาดู รู้สึกเวียนหัว ทรุดตัวลงนั่ง ขอน้ำดื่มจาก ษื้อ เฟิ่ง แท้จริงแล้วรูปนี้เป็นรูปของตัวเธอเอง รับน้ำที่ ษื้อ เฟิ่ง นำมาให้ แล้วดื่มอึกใหญ่ สักครู่ก็ยืนขึ้น จับมือ ษื้อ เฟิ่ง มากุมไว้
          "ไป! ลูกอยู่ที่นี่ไม่ได้ ! ตอนนี้กลับบ้านกับแม่เถอะ"
          ขณะนั้น ฝาน อี๋ เข้ามาขัดจังหวะ เธอขอให้ สื้อ ผิง นำ ษื้อ เฟิ่ง กลับบ้านไป สื้อ ผิง รับปาก แต่กำลังที่สนทนากันอยู่นั้น โจว ผู่ หยวน เรียกหา ฝาน อี๋ ให้ไปดูอาการป่วย
          ฝาน อี๋ เดินออกไปแล้ว โจว ผู่ หยวน สังเกตเห็น สื้อ ผิง รู้สึกว่า เคยเห็นหญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อน จึงพูดจากับเธอ และจากคำพูดเหล่านั้น เขาจึงรู้ว่า เมื่อ 30 ปี ก่อนเธอเคยพำนักอยู่ที่ อู๋ ซี จึงถามเธอว่า เคยได้ยิน เรื่องร้าย ที่เกิดขึ้นที่นั่นตอนนั้น หรือไม่ คือ เรื่องที่มีหญิงสาวคนหนึ่ง คนที่สวยมาก กระโดดน้ำตายตอนค่ำของคืนวันหนึ่ง สื้อ ผิง ตอบว่า
          "เคยได้ยินว่า เป็นหญิงรับใช้ของตระกูลโจว หญิงคนนั้นกับลูกชายตระกูลโจว มีลูกด้วยกัน 2 คน คลอดลูกคนที่สองได้ 3 วัน ลูกชายเจ้าบ้านกลับไม่ต้องการเธออีกต่อไป เธอจึงปล่อยให้ลูกคนโตอยู่ที่บ้านนั้นแล้วอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดไปกระโดดน้ำตาย เมื่อ 30 ปี ก่อน"
          " เธอรู้เรื่องนี้ จากที่ไหน ? อย่างไร ? ฉันอยากรู้ !"
          "ไม่ต้องหรอก ! หากหญิงคนนั้นยังไม่ตาย ท่านผู้อาวุโส คิดจะช่วยเธอไหม ? "
          " ค่อยพูดภายหลังก็แล้วกัน" พูด แล้ว โจว ผู่ หยวน ก็เดินจากไป
          โจว ผู่ หยวน เดินถึงปากประตู ก็หยุดแล้วหันมาถามขึ้นทันใด
          "เด็กที่ถูกอุ้มไปด้วย ตอนนี้อยู่ที่ไหน ?"
          "เป็นคนงานอยู่ในเหมืองของท่านนั่นแหละ ชื่อ หลู่ ต้า ไห่ !"
          "หลู่ ต้า ไห่ !" โจว ผู่ หยวน พึมพำ 3 พยางค์ชื่อคน ยิ้มอย่างเย็นชา
          "ที่แท้ ลูกชายของฉันเป็นผู้นำกรรมกร ต่อต้านฉัน ! ดีละ ! เธอพูดมาเร็ว ๆ ซิว่า แท้จริงแล้ว ต้องการเงิน เท่าไร !"
          พูดพลางหยิบเช็คธนาคารขึ้นมาเขียนตัวเงินลงไป 5 พัน หยวน ส่งให้ สื้อ ผิง และยังพูดสำทับว่า
          "ต่อไป คนของตระกูล หลู่ ห้ามเหยียบย่างมาที่บ้านตระกูล โจว ชั่วนิรันดร !"
          สื้อ ผิง ทิ้งเช็คธนาคารลงบนพื้น แล้วพูดว่า
          "ฉันหวังว่า ชั่วนิรันดร จะไม่ได้พบท่านอีก แต่ตอนนี้ ฉันอยากพบเห็นลูกชายคนโตของฉัน"
          โจว ผู่ หยวน รับคำเชิงยินยอม

ฉากที่ สาม

          ษื้อ เฟิ่ง ถูกมารดานำพากลับบ้านในค่ำของวันนั้น เป็นคืนที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ก็คืนนี้นี่แหละ โจว ผิง ตามมาถึงบ้านตระกูล หลู่
          ษื้อ เฟิ่ง นั้นรัก โจว ผิง แต่รู้ว่า มารดา กับ พี่ชาย ไม่ยินดีให้ทั้งสองแต่งงานกันอย่างแน่นอน เธอต้องการให้ โจว ผิง นำเธอไปอยู่ที่เหมืองด้วย แต่ โจว ผิง กลัวว่าบิดาจะไม่ยอมรับ
          ตอนนี้ สื้อ ผิง กับลูกชายคือ หลู่ ต้า ไห่ เข้ามาถึง หลู่ ต้า ไห่ เห็น โจว ผิง อยู่กับน้องสาว รู้สึกโกรธอย่างยิ่ง จะเข้าทำร้าย โจว ผิง มารดาได้ยึดเขาไว้อย่างร้อนรน ษื้อ เฟิ่ง กับ โจว ผิง ถือโอกาสวิ่งหนีออกประตูไป สื้อ ผิง กลัวว่า จะเกิดเรื่องร้ายต่อ ษื้อ เฟิ่ง จึงชวน หลู่ ต้า ไห่ ออกไปตามหาเธอ

          ต้า ไห่ มาถึงบ้านตระกูลโจวก่อน ประกาศให้ โจว ผิง ส่งคืน ษื้อ เฟิ่ง ออกมา ต้า ไห่ พูดว่า
          "แกน่ะ ไอ้คนพรรค์นี้ เวลาที่ดีกับเธอเรื่องอะไรๆ ก็ทำออกมาได้ แต่ว่า หากพวกคนในบ้านนี้สั่งให้แกทอดทิ้งน้องสาวของฉัน แกก็จะทำได้ แกหาหญิงสาวที่มีเงินดีกว่า"
          ขณะนั้น ษื้อ เฟิ่ง เพิ่งมาถึง โจว ผิง เห็นแล้วพูดขึ้นว่า
          "ไม่ต้องกลัว! ฉันตัดสินใจนำเธอไปกับฉัน"
          ขณะที่ทั้งสองพูดกันอยู่นั้น ต้าไห่ ออกไปเรียก สื้อ ผิง เข้ามา สื้อ ผิง ต้องการให้ ษื้อ เฟิ่ง ตามเธอไปด้วยกัน แต่อย่างไร ๆ ษื้อ เฟิ่ง ก็ไม่ยอมไป เธอนั้น ไม่ไปกับโจว ผิง ไม่ได้ เพราะว่าเธอตั้งท้องได้ 3 เดือนแล้ว สื้อ ผิง ได้ยิน เรื่องบัดสี ที่เกิดระหว่าง ลูกชาย กับ ลูกสาว ของตัวเอง แล้ว ร้อนเร่าไม่รู้จะพูดอะไรดี

          " พวกแกต้องการทำอะไรกัน ?" ฝาน อี๋ พาลูกชาย ชื่อ โจว ฌง ออกมา พร้อมกับถามด้วยความไม่พอใจ ซึ่ง โจว ผิง ตอบว่า
          " ฉันจะพา ษื้อ เฟิ่ง ไปอยู่ด้วยกัน "
          ฝาน อี๋ รู้ตัวว่า ตัวเองหมดหวังแล้ว จึงพูดว่า
          " ฉันมาอยู่บ้านนี้ 18 ปี แล้ว แม้ว่าฉันกับ โจว ผู่ หยวน จะมีลูก ฌง ด้วยกัน แต่เขาไม่เคยเข้าถึงจิตใจ ของฉัน มีแต่เธอที่เข้าใจฉัน โจว ผิง! เธอบอกพวกเขาซิ บอก ษื้อ เฟิ่ง ว่าฉัน ไม่ใช่มารดาของเธอ"
          ษื้อ เฟิ่ง ได้ยินแล้ว โผไปยังข้างกายของ สื้อ ผิง พร้อมกับเสียง ร้องเรียกแม่ ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย
          " แม่จ๋า !"
          โจว ผิง ไม่มีหนทางทำอะไรได้เลย ทำได้ดีเพียงพูดเสียงเบา ๆ ต่อ ษื้อ เฟิ่ง ว่า
          " ยัยนั่นบ้าแล้ว ได้ต้องสนใจหล่อน เราไปกันเถอะ"
          " ไป ? ตอนนี้ใคร ๆ ก็อย่าได้คิดจากไป พ่อของเธอกำลังมาแล้ว" เป็นคำพูดของ ฝาน อี๋
          ฝาน อี๋ ตะโกนเสียงลั่น เรียกหา โจว ผู่ หยวน ซึ่งเมื่อ โจว ผู่ หยวน เข้ามาแล้วนางก็ชี้ ษื้อ เฟิ่ง ให้ โจว ผู่ หยวน ดูแล้วพูดว่า
          " ดูซะ ! ดู เมียของลูกชายคนโต ของแก"
          แล้วยังชี้ ให้ โจว ผิง มอง สื้อ ผิง
          " มาเร็ว ๆ ! เรียกเขาว่า แม่ ซะ"
          โจว ผู่ หยวน คิดว่า ฝาน อี๋ ตอนนี้รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ สื้อ ผิง แล้วจึงพูดว่า
          " ลูก ผิง! นี่คือมารดาผู้ให้กำเนิดเจ้า เขายังไม่ตา……."
          โจว ผิง คร่ำคราญราวกับคนบ้า
          " ไม่ใช่เขา! ไม่ใช่เขา! " แต่เมื่อ มองบิดาแล้วมองอีก ไม่อาจไม่เปล่งเสียง ออกมาว่า
          " แม่ !" แล้วล้มคว่ำลงบนโซฟา
          ษื่อ เฟิ่ง เมื่อเข้าใจแจ่มแจ้งเรื่องนี้แล้ว ร่ำไห้พลางวิ่งออกไป ฝานอี๋ เห็น ษื้อ เฟิ่ง เป็นไปอย่างนั้น ก็สั่งให้ โจว ฌง ตามออกไปดูนาง สักครู่หนึ่งได้ยินเสียงร้อง กรี้ด ของ ษื้อ เฟิ่ง ตามด้วยเสียง หวีดร้องของ โจว ฌง
          ทั้ง ฝาน อี๋ และ สื้อ ผิง ได้ยินเสียงแล้ว ร้องไห้พลางตะโกนพลางวิ่งออกไป สาวใช้คนหนึ่งเข้ามาบอก โจว ผู่ หยวน ว่า ษื้อ เฟิ่ง โดนไฟฟ้าดูดตาย เมื่อ โจว ฌง พยายามเข้าไปดึงนางออกมา ก็ ถูกไฟฟ้าดูดตาย ไปด้วย
          ระหว่างที่ผู้คนกำลังสับสนอยู่นั้น โจว ผู่ หยวน พบว่า โจว ผิง ไม่ได้อยู่ตรงนั้น จึงร้อนรน ร้องเรียกให้คนช่วยตามหา ถึงตอนนี้ ได้ยิน เสียงปืนลั่น 1 นัด
          โจว ผิง ฆ่าตัวตาย เสียแล้ว



จากผู้เขียน

          นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายชีวิตรันทดที่มีชื่อเสียงของ วรรณคดีจีน ที่ได้รับการบรรจุในแบบเรียนภาษาจีนด้วย เป็นชีวิตคนจีนในช่วงเปลี่ยนถ่ายจาก ระบบศักดินา มาสู่ ระบบทุนนิยม ( ก่อนระบบสังคมนิยม ) แม้เป็นเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจ แต่ผู้เขียนก็เห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าจะนำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบด้วย
          คำแทนเสียงภาษาจีนในบทนี้ ที่พ้องเสียงคือ ษื้อ กับ สื้อ ( ออกเสียงว่า ซื่อ ) ผู้เขียนได้ใช้ แยกจาก เพราะตัวหนังสือจีนเป็นคนละตัวกัน และไม่ใช้ เนื่องจากในภาษาไทยมีคำ ซื่อ ใช้อยู่
          ข้อคิดจากนิยายเรื่องนี้ น่าจะออกมาในเชิงตำหนิตัวละครทุกตัวที่ทำให้เกิดเรื่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้เขียนไม่นิยม ( ไม่ชอบตำหนิ ) จึงขอฝากท่านผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณของตนเอง ต่อนิยายเรื่องนี้ว่ามีส่วนไหนเป็นเรื่องที่ดีบ้าง และขอชวนเชิญท่านผู้อ่านได้กรุณาแสดงความเห็นให้ผู้เขียนได้ใช้ประโยชน์บ้าง จะเป็นพระคุณยิ่ง

พันเอก ชูเกียรติ    มุ่งมิตร รองเจ้ากรมข่าวทหารบก
chukiati@rta.mi.th
๒๑ ก.พ. ๒๕๔๖

ขอเชิญติชม
กลับหน้าแรก