ปีใหม่เพิ่งผ่านไป
เจ้าหวังน้อย กำลังเขียนข้อความบางอย่างลงสมุดบันทึก"
หากไม่สามารถศึกษา
ภาษาอังกฤษด้วยตนเองให้ดีได้ จะไม่พูดถึงเรื่องความรัก
ฉันไม่เพียงแต่ต้องการอ่านหนังสือ และหนังสือ
พิมพ์ที่เป็นภาษาอังกฤษให้เข้าใจ ยังต้องการที่จะพูดภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่วด้วย
"
หนึ่งปีผ่านไป
เจ้าหวังน้อย สามารถเรียนพยัญชนะ
26 ตัวของภาษาอังกฤษได้ แต่เนื่องจากมีพ่อสื่อ
แนะนำให้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาจึงชะลอการเรียนไว้ก่อน และวิธีที่ดีคือต้อง
ขอโทษตัวเอง บนสมุดบันทึก
จึงมีข้อความ
"
แม้ว่าฉันจะมีเพื่อนหญิงแล้ว แต่ฉันยังมั่นคงที่จะเรียนให้สำเร็จหากไม่สามารถเรียนภาษาอังกฤษให้ครบ
หลักสูตร ก็จะไม่พูดเรื่องการแต่งงาน
และหากฉันไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง "
ผ่านไปอีก
1 ปี การเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษตัวเองไปได้เพียงเล็กน้อย เจ้าหวังน้อย
ก็แต่งงาน ในคืนของ
วันแต่งงานเขาได้เขียนคำรับรองต่อหน้าภริยาลงบนสมุดบันทึกเป็นประกันว่า
"
เวลานี้ฉันควรจะตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ เนื่องจาก เป็นเด็กหากไม่ขยัน
แก่ตัวเข้าก็จะเสียใจ ไม่ว่าอย่างไรฉันยังต้องการเรียนให้สำเร็จ
แล้วจึงจะมีทายาท "
"
ฤดูใบไม้ผลิผ่านไปแล้ว 4 หน เจ้าหวังน้อย นอกจากจะเรียนได้คำว่า
"สวัสดี" "ขอบคุณ" "พบกันใหม่"
กับอีก 2 - 3 คำแล้ว ยังไม่สามารถพูดคำอื่นๆ ได้ เขาได้เห็นลูกๆ ของคนอื่นก็รู้สึกชอบใจ
วันหนึ่งได้ปรึกษากับ
ภรรยาว่า " เราต้องการเจ้าตัวน้อยๆ มิใช่หรือ
"
ภรรยาตอบว่า
" เธอบอกเองมิใช่หรือว่า หากยังเรียนภาษาอังกฤษไม่สำเร็จ ก็จะยังไม่มีลูก
"
"
เฮ้อ ! เธอดูซิคนอื่นๆ ต่างพาเด็กๆ ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกันอย่างมีความสุข
พูดอีกอย่างหนึ่ง เรายัง
ไม่มีลูก จิตใจฉันก็ขึ้นๆ ลงๆ หากเรามีลูกแล้ว
ฉันน่าจะมีสมาธิในการเรียนนะ "
ภริยาเห็นด้วย
เจ้าหวังน้อย
ก็ขอโทษตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
"
ขอ สวรรค์ยกโทษให้ฉันเถิด
แม้ว่าฉันจะเรียนด้วยตัวเองไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจ แต่จิตใจฉันยังไม่เคย
เปลี่ยนแปลง หากว่าฉันมีลูกแล้วฉันขอประกันว่าจะหมั่นเพียรเรียนให้จบ"
มีลูกแล้ว
เจ้าหวังน้อย ยิ่งมีภาระมากกว่าเมื่อก่อน
แต่ละวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ นอกจากทำงานแล้วยังต้องเลี้ยงดู
ลูกน้อย หมุนไปหมุนมา ทำโน่นทำนี่ เมื่อมีเวลาพอที่จะเรียนหนังสือ พอเปิดหนังสือออกหนังตาก็หรี่ลง
เจ้าหวังน้อยจึงเขียนลงในสมุดบันทึกอีกครั้ง
"เฮ้อ!
เรื่องที่แล้วก็แล้วไปนะ ยังมีเวลาข้างหน้าอีกยาวนาน ขณะนี้ฉันเพิ่งจะอายุได้
27 - 28 ปี คอยให้ลูกโตก่อนแล้วค่อยขยันเรียนก็แล้วกัน"
ความเห็นของผู้แปล
เรื่อง
สวรรค์ ! โปรดยกโทษให้ฉันด้วยเถิด นี้
ผู้เขียนต้องการสื่อให้เห็นสิ่งที่แตกต่างจาก ตาแก่โง่ย้ายภูเขา
โดยชี้ถึงพฤติกรรมของการ ผัดวันประกันพรุ่ง
ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี ที่ทุก ๆ คนไม่ควรนำมาเป็นแบบอย่าง เพราะเป็นหนทางที่นำไปสู่ความล้มเหลวของชีวิต