ตระหนัก


     ดื่มสุราไปแล้วไม่น้อย เรื่องล้อเล่นก็คุยกันไปแล้วไม่น้อย แต่ว่า เพียงดื่มสุรากับการพูดล้อเล่นแค่นั้นยังไม่พอ เจ้าภาพทั้งสองยังได้เตรียมการพิเศษด้วยความกระตือรือร้นสำหรับผม ซึ่งเป็นเพื่อนผู้มาเยือนจากแดนไกล โดยการกล่าวถึงเรื่องที่สนุกสนานในวัยหนุ่มสาวที่ทำให้รำลึกถึงชีวิตระหว่างการศึกษาในมหาวิทยาลัยของพวกเรา บรรยากาศขณะนี้เป็นบรรยากาศตามสบายจริง ๆ

     "มีเรื่องที่ฉันอยากถามเธอมานานแล้ว !" เจ้าภาพหญิงยิ้มหวานพูดกับผม เธอนั้นแม้ว่าอายุจะถึง 43 ปีแล้ว แต่ยังคงเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง ทั้งยังเป็นคนที่เจรจาและยิ้มหวานอย่างนั้น ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมหวนนึกถึงความงามของเพื่อนนักศึกษาหญิงคนนี้ กับสิ่งแวดล้อมแห่งความเป็นอยู่ที่ไม่เหมือนกัน และรูปร่างของเพื่อน ๆ ที่เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก บางคนอ้วนมาก บางคนผอมมาก

     เจ้าภาพหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าของผม ใคร ๆ ที่ได้เห็น ย่อมจะรู้ว่า ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น เธอผ่านชีวิตที่มี ความสุขสมบูรณ์อย่างแน่นอน สามีของเธอศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ตอนเรียนในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันยิ่งมีความสุข กับการทำงานในบริษัทบุหรี่สุราแห่งหนึ่ง เป็นฝ่ายตรวจสอบคุณภาพสินค้า ส่วนเธอนั้นทำงานที่ห้างสรรพสินค้า แห่งหนึ่ง เธอบอกผมว่า มีคนแนะนำให้เธอกลับไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่เธอไม่อยากทำ
     เอาละ กลับมาฟังคำถามของเจ้าภาพหญิงว่า เธอจะถามอะไร
     "วันนี้ เธอต้องพูดนะ !" เธอพูดยิ้ม ๆ "เฒ่าซ่ง ตอนที่จะเป็นแฟนกับฉัน ทำไมเธอต้องช่วยเขาล่ะ ?"

     ยี่สิบกว่าปีผ่านมา พวกเราอยู่ในวัยกลางคนแล้ว แต่เรื่องที่เกิดตอนเป็นหนุ่มสาวก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจ พูดออกมาได้ ตัวอย่างเช่น ผมอาจจะพูดว่า ผมช่วยเฒ่าซ่ง เขียนจดหมายรักฉบับแรกอย่างไร หรือบอกเฒ่าซ่งว่า ควรทำอย่างไรในการนัดพบครั้งแรก อาจจะพูดว่า "อย่ามองที่ความสวยของคนอื่น ที่อาจจะไม่ใช่คนประเภท ที่ไม่มีเหตุผล แกจะพูดกับเธอต้องทำให้เธอรู้สึกว่า แกกับเธอมีทัศนะอย่างเดียวกัน" แต่ว่า ผมจะกล้าพูดต่อหน้า เจ้าภาพหญิงได้อย่างไร ว่า ผมเองตอนนั้นก็รักเธอ

     ใครจะคิดถึง ? เจ้าภาพชายกลับนำเรื่องเหล่านั้นพูดออกมาอย่างยิ้มแย้ม ทั้งยังพูดเรื่องที่เกี่ยวข้อง อีกมากมาย เจ้าภาพหญิงได้ฟังแล้ว ไม่เพียงแต่ไม่โกรธ กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่สนุกดี เธอยังไม่หยุดยั้ง ที่จะถามผม "เธอตอนนั้นพูดถึงฉันอย่างไร ? พูดซิ ! พูดซิ !"

     เธอเป็นประเภทคนใจร้อน ผมนึกไม่ถึงจริง ๆ หลังอาหารแล้ว ผมกลับไปที่ห้องที่เจ้าภาพเตรียมไว้ให้ผม จากความเคยชินของการทำงานมาหลายปี ผมหยิบกระดาษขึ้นมา ลงมือเขียนที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้อง
เจ้าภาพหญิงเปิดประตูห้องเข้ามาส่งกาแฟให้ผม ผมสังเกตว่าเธอซ่อนความครุ่นคิดอะไรบางอย่างไว้ในใบหน้า ที่ห้องนี้ได้ยินเสียงกรนของสามีของเธอลอยมา อาจจะเป็นเพราะว่าได้พบเพื่อนเก่า จึงดื่มมากไปหน่อย หลับไหลแต่หัวค่ำ เจ้าภาพหญิงพูดกับผมว่า "เสียงกรน น่ากลัวนะ ! ใคร ๆ ได้ยินย่อมรู้สึกไม่คุ้นเคย ตัวฉันเองค่อนข้างประหลาด ไม่รู้ทำไมจึงเป็นเรื่องที่คุ้นเคย… เอ้อ ! เธอตอนนั้น ต้องการ …"

     เธอคงจะคิดพูดเล่นกับผม แต่บนใบหน้ากลับไม่เป็นธรรมชาติเลย พูดจบแค่นั้นก็รีบเดินจากไป ผมเองก็รีบหยิบปากกาขึ้นมา เขียน…เขียน…เขียน…

ความเห็นของผู้เขียน
              เป็นเรื่องสั้นที่ไม่ธรรมดา ซ่อนปมอะไรไว้นะ ชื่อเรื่อง "ตระหนัก" หมายความว่าอย่างไร ขอเชิญติดตาม อ่านบทวิจารณ์ในคราวหน้า จากผู้อ่านหลาย ๆ คน กับ เจ้าของผู้เขียนเรื่องสั้นนี้ด้วย

พันเอก ชูเกียรติ    มุ่งมิตร รองเจ้ากรมข่าวทหารบก
chukiati@rta.mi.th
๗ พ.ย. ๒๕๔๕

ขอเชิญติชม
กลับหน้าแรก