| |
|
|
| |
|
|
| ในภาษาจีนมีสำนวนที่ใช้เป็นคติพจน์มากมายเช่นเดียวกับภาษาอื่นๆ ที่มีอยู่บนพื้นโลก แต่ลักษณะสำนวนในภาษาจีนยังเน้นไปที่การใช้จำนวนตัวหนังสือจีนให้เห็นความหลากหลายด้วย ซึ่งอาจจะประกอบด้วยตัวหนังสือสามตัวบ้าง ห้าตัวบ้าง หกตัวบ้าง เจ็ดตัวบ้าง และแปดตัวบ้าง การรู้ที่มาของแต่ละสำนวนจะทำให้เข้าใจความหมายได้ดีขึ้น ในโอกาสนี้จะแนะนำให้รู้จักสำนวนที่ปรากฏในแบบเรียนภาษาจีน 3 ตัวอย่าง ดังนี้ |
|
(1)
แพะหายซ่อมคอก สำนวนนี้มีความหมายว่า เมื่อเกิดการสูญเสียใดๆ ต้องหาทางแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเช่นนั้นอีกสำนวนนี้มีที่มาคือ นานมาแล้ว มีคนเลี้ยงแพะคนหนึ่ง มีแพะอยู่ 30 ตัว เช้าวันหนึ่งเขาพบว่าแพะหายไป 1 ตัว เขาสำรวจดูพบว่าคอกแพะมีรอยชำรุด หมาป่าจึงลักลอบเข้ามากินแพะของเขาไป 1 ตัว เพื่อนบ้านของเขาได้มาเตือนให้ซ่อมรอยชำรุดของคอกนั้นโดยพลัน แต่เขาบอกว่าแพะถูกหมาป่ากินไปแล้ว การซ่อมคอกแพะคงไม่เกิดประโยชน์อะไร(แล้วก็แล้วไปเถอะ )และไม่เห็นด้วยกับคำเสนอของเพื่อนบ้านวันถัดมา เขาพบว่าแพะหายไปอีก 1 ตัว เพราะหมาป่ายังแอบเข้าคอกแพะได้ เขาจึงนึกถึงคำเตือนของเพื่อนบ้าน รีบซ่อมคอกแพะ ทำให้หมาป่าเข้ามากินแพะของเขาไม่ได้อีก |
| (2) ขี่ม้าชมดอกไม้ ในสมัยราชวงค์ถัง มีกวีชื่อ เมิ่งเจียง สอบเข้ารับราชการได้เมื่ออายุ 50 ปี แม้จะดูว่าค่อนข้างแก่แล้ว แต่เขาก็ดีใจมาก ขณะนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิต มีลมแห่งฤดูพัดผ่านมา เขารู้สึกสบาย จึงขี่ม้าออกไปข้างนอก เขารู้สึกว่าม้าวิ่งเร็วมาก จึงคิดว่า ถ้าม้าวิ่งเร็วอย่างนี้ ฉันคงจะชมสวนดอกไม้ที่มีในเขตเมืองซีอานได้ทั้งหมด เขาจึงเขียนกลอนขึ้นมา 1 บท อธิบายความรู้สึกของการสอบได้ เข้ารับราชการ ภายหลังผู้คนใช้บทกลอนนี้มาเขียนเป็นสำนวนว่า ขี่ม้าชมดอกไม้ เป็นคำอธิบายถึงความรู้สึกเบิกบานใจ ขี่ม้าชมดอกไม้ ปัจจุบันยังถูกนำมาใช้ กล่าวถึงถึงการพิจารณาที่ขาดความละเอียด เช่น การชมนิทรรศการ เมื่อมีผู้มาถามว่า ชมนิทรรศการแล้วมีความเห็นอย่างไรบ้าง อาจได้คำตอบว่า " ฉันชมอย่างเร่งรีบ เหมือนขี่ม้าชมดอกไม้ บอกความเห็นไม่ได้" |
|
(3) ส้ายเวิงเสียม้า นานมาแล้ว มีชายชราคนหนึ่งผู้คนเรียกเขาว่า ส้ายเวิง วันหนึ่งม้าตัวเดียวของครอบครัววิ่งหายไป เพื่อนบ้านมาเยี่ยมแสดงความเสียใจ บอกเขาว่าอย่าร้อนใจ อย่าโกรธ ในขณะที่ตัวเขาเองมิได้รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ และพูดว่า " ไม่เป็นไร ม้าหาย 1 ตัว ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี " ผ่านมาไม่กี่วัน ม้าที่หายไปได้กลับมาเอง พร้อมกับนำม้ามาอีกตัวหนึ่ง ม้าที่มาด้วยเป็นม้าที่มีลักษณะดีมาก เพื่อนบ้านต่างพากันมาชมม้าใหม่ตัวนั้น และพูดว่า ส้ายเวิง โชคดี แต่ ส้ายเวิง มิได้แสดงความดีใจแต่อย่างใด กลับพูดว่า "ได้ม้าดีมาตัวหนึ่ง ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี" ลูกชายของส้ายเวิง ชอบขี่ม้า วันหนึ่งได้ขี่ม้าดีตัวนั้นไปเที่ยว ม้าวิ่งเร็วมาก ชายหนุ่มตกจากหลังม้าขาหัก เพื่อนบ้านรู้เรื่องต่างพากันมาเยี่ยม แต่ ส้ายเวิง ที่มิได้มีอาการทุกข์ร้อน หรืออาการโกรธแต่อย่างใด พูดว่า " ลูกชายขาหัก ก็ ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้าย " ภายหลังเกิดสงคราม ผู้คนถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร บางคนไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย แต่ลูกชายของส้ายเวิง ไม่ถูกเกณฑ์ไปรบเพราะขาหัก ส้ายเวิงเสียม้า จึงเป็นสำนวนที่ถูกใช้กับ เรื่องดี และเรื่องไม่ดี ว่า อาจเปลี่ยนแปลงซึ่งกันและกันได้ |