พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้บัญชาการทหารบก ลำดับที่ ๑ ( เจ้าพนักงานใหญ่ ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก ระหว่าง ๘ เมษายน ๒๔๓๐ - ๒๔๓๓ )
ประสูติ ๒๑ มิถุนายน ๒๔๐๕ สิ้นพระชนม์ ๑ ธันวาคม ๒๔๘๖
ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาชุ่ม
ทรงเสกสมรสกับหม่อมเฉื่อย
การศึกษา
- ทรงศึกษาภาษาไทยเบื้องต้นที่สำนักคุณแสง และคุณปาน ราชนิกุล ในพระบรมมหา-
ราชวัง ทรงศึกษาภาษาบาลีในสำนักพระยาปริยัติธรรมธาดา (เปี่ยม) และหลวงธรรมา-
นุวัติจำนง (จุ้ย) ทรงศึกษาภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลวง ซึ่งมีมิสเตอร์ ฟรานซิส ยอร์ช
แพตเตอร์สันเป็นครู และทรงศึกษาประวัติศาสตร์สากลโบราณคดีจากพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จกรมพระยาบำราบปรปักษ์ (พระราช
โอรสในรัชกาลที่ ๒)
- พ.ศ.๒๔๑๘ ทรงศึกษาวิชาทหารในโรงเรียนนายร้อยทหารบก ที่ กรมทหาร
มหาดเล็ก (ขณะนั้นเรียกกันว่าคะเด็ตทหารมหาดเล็ก)
ประวัติรับราชการ (ยศและตำแหน่งสำคัญทางทหาร)
- พ.ศ.๒๔๒๐ นายร้อยตรี ทหารมหาดเล็ก ทรงรับตำแหน่งผู้บังคับกองแตรวง
ของกรมทหารมหาดเล็ก
- พ.ศ.๒๔๒๒ นายร้อยโท ผู้บังคับทหารม้าในกรมทหารมหาดเล็ก และเป็น
นายร้อยเอก ในปีเดียวกันนี้
- พ.ศ.๒๔๒๓ นายพันตรี ผู้รับพระบรมราชโองการในกรมทหารมหาดเล็ก
- พ.ศ.๒๔๒๔ ย้ายไปสังกัด กรมทหารปืนใหญ่ (เรียกครั้งนั้นว่า กรมกองแก้ว
จินดา)
- พ.ศ.๒๔๒๘
นายพันโท ราชองครักษ์ ผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก- พ.ศ.๒๔๓๐ เจ้าพนักงานใหญ่ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก ในกรมยุทธนาธิการ
ควบคุมกิจการทั้งปวงของทหารบก (พระสถานะเทียบเท่า
ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปัจจุบัน)
- พ.ศ.๒๔๓๑ นายพลตรี (ข้ามชั้นพระยศนายพันเอก)
- พ.ศ.๒๔๓๓ อธิบดีกรมศึกษาธิการ
- พ.ศ.๒๔๓๕ - ๒๔๕๘ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
- พ.ศ.๒๔๖๖ เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร และเป็นนายพลเอกในปีเดียวกันนี้
- พ.ศ.๒๔๖๘ อภิรัฐมนตรี
ราชการพิเศษ หรือตำแหน่งพิเศษ
- พ.ศ.๒๔๓๒ สภานายกหอพระสมุดวชิรญาณครั้งแรก
- พ.ศ.๒๔๓๓ ข้าหลวงต่างพระองค์ไปรับซารวิชรัชทายาทรุสเซีย ที่เมือง
สิงคโปร์
- พ.ศ.๒๔๓๔ ราชทูตพิเศษต่างพระองค์ไปยุโรป อียิปต์ และอินเดีย
- พ.ศ.๒๔๕๘ สภานายกหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ครั้งที่ ๒
- พ.ศ.๒๔๖๕ กรรมการตรวจชำระกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- พ.ศ.๒๔๖๖ กรรมการองคมนตรีตรวจจัดงบประมาณการรับจ่ายเงินของ
แผ่นดิน
- พ.ศ.๒๔๖๖ เนติบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และสมาชิกวิเศษสภาเนติบัณฑิตสยาม
- พ.ศ.๒๔๖๙ องคมนตรีในรัชกาลที่ ๗ และนายกราชบัณฑิตยสภา
(ทรงดำรงตำแหน่งพิเศษอื่น ๆ อีกหลายตำแหน่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ - รัชกาลที่ ๘)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญที่ได้รับพระราชทาน
- พ.ศ.๒๔๒๑ ทุติยจุลจอมเกล้า
- พ.ศ.๒๔๒๓ ตรามงกุฎสยามชั้นที่ ๔ และทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ
- พ.ศ.๒๔๒๕ มัณฑนาภรณ์
- พ.ศ.๒๔๒๙ มหาจักรีบรมราชวงศ์ และจุลสุราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๓๑ มหาสุราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๓๓ เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาทอง และจุลวราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๓๖ ปฐมจุลจอมเกล้า, เหรียญดุษฎีมาลา เข็มราชการแผ่นดิน,
มหาวราภรณ์ และเหรียญจักรมาลา
- พ.ศ.๒๔๔๑ เหรียญราชินี และเหรียญดุษฎีมาลา เข็มราชการในพระองค์
- พ.ศ.๒๔๔๓ ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
- พ.ศ.๒๔๔๔ นพรัตนราชวราภรณ์ และเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๕ ชั้นที่ ๒
- พ.ศ.๒๔๔๖ เหรียญทวีธาภิเศกทองคำ
- พ.ศ.๒๔๔๗ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ชั้นที่ ๒
- พ.ศ.๒๔๕๐ เข็มประพาสยุโรป และเหรียญรัชมงคลทองคำ
- พ.ศ.๒๔๕๑ เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๕ ชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๕๒ เข็มพระชนมายุชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๕๓ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๕๔ ตราวชิรมาลา และตรารัตนวราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๕๖ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
- พ.ศ.๒๔๖๖ มหาวชิรมงกุฎ
- พ.ศ.๒๔๖๘ เหรียญศารทูลมาลา (เสือป่า ๑๕ ปี)
- พ.ศ.๒๔๖๙ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๗ ชั้นที่ ๑
(ทรงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์/เหรียญต่างประเทศอีกจำนวนมาก)
ผลงานที่สำคัญ (ระหว่างเป็นผู้บัญชาการทหารบก)
- การปราบอั้งยี่ในกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๒ ขณะทรงดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานใหญ่
ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก (ผู้บัญชาการทหารบก)
ผลงานสำคัญอื่น ๆ
- การตั้งกรมแผนที่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๒๘
วัดมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรก ทรงปรับปรุงหลักสูตรตำราเรียน คือตำราแบบเรียนเร็ว
- ทรงจัดระบบการปกครองส่วนภูมิภาค เรียกว่า ระบบเทศาภิบาล
- ทรงริเริ่มและวางรากฐานการดำเนินงานของกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ