โครงการ พลิกฟื้นผืนป่า ด้วยพระบารมี
๑. ความเป็นมา
๑.๑ ย้อนหลังไปประมาณ ๕๐ ปี ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดย
ในปี ๒๕๐๔ ประเทศไทยมีปริมาณพื้นที่ป่าไม้ทั้งประเทศรวมทั้งสิ้นถึง ๑๗๑ ล้านไร่ จากจำนวนพื้นที่ทั้งหมด ๓๒๐.๗ ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ ๕๓.๓ แต่ในปัจจุบันจากการสำรวจพบว่าในปี ๕๐ ปริมาณพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยเหลือพื้นที่ป่าไม้เพียง ๑๐๔.๖ ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๒.๖ การลดจำนวนลงของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากการบุกรุกของชาวบ้าน โดยมีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการแผ้วกางป่าทำไร่เลื่อนลอยของผู้หนีภัยจากการสู้รบ และคนในพื้นที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๔๑ ที่เกิดคดีป่าสาละวิน สังคมได้รับรู้ว่ามีขบวนการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งกรมป่าไม้ได้ประสานความร่วมมือกับ ทบ. ในการป้องกันปราบปราม การลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
ปัจจุบันสัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร ในห้วงระยะ ๑-๒ ปี ที่ผ่านมา สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ได้เริ่มตื่นตัวในอันที่จะทำโครงการในรูปแบบต่างๆ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหากันแล้วหลายโครงการ อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมเป็นวิถีทางที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนลงได้
๑.๒ ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวได้ว่าทุกรอยพระบาทที่ย่างก้าวไปทั่วทุกแห่ง ได้ช่วยนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่ผืนแผ่นดินไทย พระราชกรณียกิจ ในการพลิกฟื้นคืนความสมบูรณ์ทั้งในด้านน้ำ ดิน ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมนั้น ทรงจำแนกออกไปตามสภาพภูมิประเทศและเศรษฐกิจสังคมของแต่ละภาค พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคิดค้นกลวิธีและทฤษฎีต่างๆ มากมาย ในการแก้ปัญหาดินและน้ำ รวมทั้งป่าไม้ เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยราชการต่างๆ ร่วมกันดำเนินการแก้ปัญหา จนปัจจุบันชาวบ้านได้เรียนรู้ตัวอย่างของความสำเร็จจากสถานที่จริงและนำกลับไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จของโครงการต่างๆ สะท้อนถึงพระอัฉริยภาพอันลึกซึ้งที่ทรงเข้าใจธรรมชาติอย่างถ่องแท้ และทรงใช้ธรรมชาตินั้นกลับมาแก้ไขให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของพระองค์ และทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการจัดการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมไว้ใน ๓ แนวทางดังนี้
๑. การอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม
๒. การฟื้นฟูสภาพป่าและการปลูกป่า
๓. การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน
๑.๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงห่วงใยและใหัความสำคัญมิได้ยิ่งหย่อนไปกว่า ดังจะเห็นได้จากพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่พระราชทานไว้ความว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดี พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า ทรงเน้นความสำคัญของป่าไม้อันเป็นทรัพยากรของชาติ...ในความหมายของป่า...พระองค์มิได้มุ่งเน้นเฉพาะประชากรไม้ที่มีลักษณะสูงใหญ่เท่านั้น แม้เพียงต้นหญ้าหรือต้นไม้เล็กๆ เมื่อทรงเห็นว่ามีคุณค่าก็จะรับสั่งให้อนุรักษ์ไว้ ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ และปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่คนไทยทุกคนได้ตระหนักถึงหน้าที่ที่ทุกคนต้องร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเปรียบเสมือนลมหายใจในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ทุกชีวิตบนโลกให้ยั่งยืน ทั้ง คิดสร้าง คิดรักษา คิดใช้ประโยชน์ให้ถูกต้อง
๑.๔ ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้ นขต.ทบ. เร่งรัดดำเนินการโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแนวพระราชดำริให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปด้วยอย่างกว้างขวาง กร.ทบ. จึงได้ประสานกับ นขต.ทบ. จัดทำโครงการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม ขึ้น โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ มี.ค.๕๑-ธ.ค.๕๔ เพื่อให้เป็นโครงการฯ หนึ่งของ ทบ. ในการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาส
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ใน ๕ ธ.ค.๕๔
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมาตลอดระยะเวลาของการครองราชย์ และเพื่อถวายความจงรักภักดี เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในปี ๕๔
๒.๒ เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมถูกทำลายจนเสียสมดุล
๒.๓ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยหันมาร่วมกันปลูกป่า อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และป่าไม้ ตลอดจนต้นน้ำลำธาร
๒.๔ เพื่อรณรงค์ให้สังคมไทยเกิดกระแสการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวาง และจริงจัง ๒.๓ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยหันมาร่วมกันปลูกป่า อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และป่าไม้ ตลอดจนต้นน้ำลำธาร
๒.๔ เพื่อรณรงค์ให้สังคมไทยเกิดกระแสการต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวาง และจริงจัง
๓. การดำเนินการ
๓.๑ แนวความคิดในการปฏิบัติ ใช้ศักยภาพและความพร้อมของ ทบ. ในด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ที่มีอยู่ ประกอบกับความเหมาะสมของที่ตั้งหน่วยที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ในการเป็นแกนกลางประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการป้องกันการปราบปราม การลักลอบทรัพยากร
ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อถวายเป็นราชสักการะและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล ที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในปี ๕๔
๓.๒ กลยุทธ์
๓.๒.๑ ใช้กระแสความจงรักภักดีที่ปวงชนชาวไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการ
๓.๒.๒ จัดกิจกรรมใหญ่ และกิจกรรมย่อยในหลากหลายรูปแบบทั้งในด้านการเพิ่มปริมาณพื้นที่ป่า การอนุรักษ์ และการป้องกันปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
๓.๒.๓ แผนงานประชาสัมพันธ์ ใช้กลยุทธ์ ๓ ขั้นตอน เพื่อกระตุ้นให้โครงการฯ อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ
เริ่มรุก ด้วยการ สร้างกระแสรณรงค์
ตอกย้ำสม่ำเสมอ
ต่อเนื่องเพื่อสร้างความจดจำ
๓.๒.๔ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และกลุ่มพลังประชาชน
๓.๒.๕ กำหนดกิจกรรมเปิดโครงการในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อสร้างความสนใจ
๔. พื้นที่ดำเนินการ : บริเวณต้นน้ำป่าเสื่อมโทรม และป่าชายเลนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
๕. ระยะเวลาในการดำเนินการ
ตั้งแต่ ๒๙ มี.ค.๕๑ - ๓๑ ธ.ค.๕๔
๖. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๖.๑ สามารถคงพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยไม่ให้ลดปริมาณลงไปจากปี ๕๐ คือ ประมาณ ๑๐๔.๖ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๓๒.๖ ของพื้นที่ประเทศไทย
๖.๒ สามารถรณรงค์สร้างกระแสและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม จนทุกฝ่ายมีความตระหนักร่วมกันว่า เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเปรียบเสมือนลมหายใจในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนโลกให้ยั่งยืน : คิดสร้าง คิดรักษา คิดใช้ประโยชน์ให้ถูกต้อง
รับฟังความคิดเห็นโครงการฯ E-mail: PJforest@rta.mi.th
|