สรุปคำชี้แจงของ

เลขานุการคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการของ ทบ. เกี่ยวกับ

การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์

วัฒนธรรม และค่านิยม


       วัตถุประสงค์  :  เพื่อรองรับการปฏิบัติตามมติ ครม. ในการพัฒนาระบบราชการไทยให้สามารถบรรลุเป้าประสงค์หลักทั้ง ๔ ประการ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย (พ.. ๒๕๔๖ - .. ๒๕๕๐ ) ซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่สนับสนุนและเชื่อมโยงกัน จำนวน ๗ ยุทธศาสตร์ โดยคณะอนุกรรมการฯ จะรับผิดชอบในเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการของกองทัพบก    การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์    วัฒนธรรม และค่านิยม

 

การดำเนินการของ ทบ.

                 ๑. การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการของกองทัพบก        

                               การปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารในส่วนของ ทบ. ได้มีการดำเนินการในลักษณะคู่ขนานมาอย่างต่อเนื่อง โดย ทบ. ได้อนุมัติให้หน่วยใน ทบ. ดำเนินการตามแนวทางการปรับปรุงโครงสร้าง และการบริหารจัดการ กห. ในส่วนของ ทบ. ซึ่งเป็นการกำหนดขึ้น โดยสอดคล้องกับความต้องการกำลังรบที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ รวมทั้งสอดรับการจัดโครงสร้าง กห. ตามกลุ่มภารกิจและการบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลงานของรัฐบาล ซึ่งจะตรงกับเป้าประสงค์หลักของการพัฒนาระบบราชการไทยในการปรับบทบาท ภารกิจและขนาดให้เหมาะสม (Rightsizing) และ ทบ. ได้เสนอแนวทางดังกล่าว ให้กองบัญชาการทหารสูงสุด เพื่อรวบรวมดำเนินการจัดทำเป็นร่างแผนแม่บทการปฏิรูปกระทรวงกลาโหม และการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพไทย เสนอ  คณะกรรมการในระดับ บก.ทหารสูงสุด และกระทรวงกลาโหม พิจารณาให้ความเห็นชอบ

                 ปัจจุบันแนวทางดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาในระดับ บก.ทหารสูงสุด แล้ว เมื่อ   ๗ เม.ย. ๔๗  และคาดว่าจะได้รับการพิจารณาในระดับ กห. ได้ภายใน ก.ค. ๔๗

 

                 . การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม เพื่อยกระดับความสามารถและมาตรฐานการทำงานให้เทียบเท่าสากล

                               สำนักงานพัฒนาระบบราชการ (...) ได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมของระบบราชการ (.. ๒๕๔๖ - ๒๕๕๐) ไว้แล้วจำนวน ๓ ประการ ได้แก่

                               ๑.   การสร้างกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งจะเป็นการสร้างรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Empowerment)  ในลักษณะการเรียนรู้จาก           ประสบการณ์จริง (Action Learning) ด้วยการสร้างความไว้วางใจ (Trust) ให้เกิดขึ้นภายใน และระหว่างองค์กร โดยการสร้างวิสัยทัศน์ร่วม การแลกเปลี่ยนความรู้ และการทำงานร่วมกันเป็นทีม

                               .   การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ได้กำหนดเป็นมาตรการในการดำเนินการจำนวน ๓ ประการ ได้แก่ การปรับปรุงกฎระเบียบฯ การส่งเสริมการปฏิบัติราชการตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยการ    ลดขั้นตอน/ระยะเวลาการให้บริการ และการสร้างระบบการให้รางวัลและลงโทษ เพื่อผลักดันให้เกิดกฎระเบียบที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน รวมทั้งการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเรียนู้ต่าง ๆ

                               ๓.   การเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนเร่งรัดในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยมใหม่ ซึ่งจะเป็นการดึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคมให้รับรู้ และมีบทบาทในการกระตุ้น หรือเร่งเร้าให้ข้าราชการมีการปรับเปลี่ยน กระบวนทัศน์ ทั้งนี้ ส่วนราชการจะต้องรณรงค์ เผยแพร่ กระบวนทัศน์ใหม่ให้ประชาชน  เข้าใจ และสร้างกลไกลให้เข้ามามีส่วนร่วม ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้เห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์อย่างต่อเนื่อง

                               การดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการปฏิรูประบบราชการคือ การก่อให้เกิดการบริหารจัดการภาครัฐที่ดี (Good Governance) ทั้งนี้ จะต้องพัฒนาข้าราชการไทยไปสู่คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ที่เหมาะกับระบบการบริหารกิจการ    ภาครัฐที่ดีคือ “ I  AM  READY ”

                               Integrity     :           การทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี     

                               Activeness                              :          ขยันตั้งใจทำงาน  

                               Morality            :          มีศีลธรรม คุณธรรม                     

                               Relevancy        :          รู้ทันโลกตรงกับสังคม                 

                               Efficiency        :          มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

                               Accountability :         รับผิดชอบต่อผลงานต่อสังคม

                               Democracy      :         มีใจและการกระทำงานที่เป็นประชาธิปไตย

                                                                 มีส่วนร่วม โปร่งใส

                               Yield               :        มีผลงาน มุ่งเน้นผลงาน

                 สำหรับในส่วนของ ทบ. มีวัฒนธรรมในการทำงานที่ได้มีการปลูกฝังค่านิยม และอุดมการณ์ในการทำงานที่ดีอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อาจจะต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินการ และเพิ่มเติมมาตรการบางส่วนให้มีความเหมาะสม        สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถบรรลุตามเป้าประสงค์หลักตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทยตามห้วงระยะเวลา (.ศ.๒๕๔๖ ๒๕๕๐)    ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแนวทางในการดำเนินการ ๓ ระยะ ดังนี้

                 ระยะสั้น : เป็นการดำเนินงานในลักษณะการชี้นำ ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง           จะต้องให้การสนับสนุนและผลักดัน โดยการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับวัฒนธรรม  แห่งการเรียนรู้ ด้วยการฝึกอบรม สัมมนา รวมทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แนวความคิด     ดังกล่าวผ่านทางสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ของ ทบ. ที่มีอยู่ ทั้งนี้ กำลังพลทุกนายจะต้อง         เข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด ซึ่งในส่วนของ ทบ. ได้กำหนดให้มีการจัดทำวิสัยทัศน์การปฏิบัติงานขององค์กรร่วมกัน (Shared Vision) เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุจุดมุ่งหมายที่ได้มีความเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่าย นอกจากนี้ ควรได้มีการเสริมสร้างปัจจัยที่เกื้อกูลต่อการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วย เช่น การเปิดกว้างทางแนวความคิด การรับฟัง การออกกฎระเบียบที่สนับสนุนต่อการเรียนรู้ การผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ภายในหน่วย (Unit School) การสร้างระบบ Carrot & Stick      และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ฯลฯ  เป็นต้น

 

                 ระยะปานกลาง : เป็นการดำเนินการเพื่อจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่เกื้อกูลต่อการพัฒนากองทัพ ซึ่งอาจกำหนดเป็นแผนงานดำเนินการขั้นต้นจำนวน ๒ แผนงาน ได้แก่       การวางแผนและประสานการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์
ทั้งที่เป็นการพัฒนาเป็นรายบุคคล
(Individual Development : ID) การวางแผนและการพัฒนาอาชีพ (Carrer Planing and Development : CD) และการพัฒนาองค์กร (Organization Development : OP) ซึ่งในการบูรณาการด้านทรัพยากรมนุษย์ดังกล่าว จะต้องมุ่งเน้นที่บุคคล ทีมงาน และองค์กร โดยเริ่มพัฒนาจากการเรียนรู้ของบุคคลไปสู่ทีมการเรียนรู้และองค์กรแห่งการเรียนรู้ตามลำดับ

                 ระยะยาว : จะอาศัยการติดตามประเมินผลการดำเนินการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน และปรับปรุงพัฒนาการดำเนินการให้มีความเหมาะสมเกื้อกูลต่อการพัฒนา ทบ. และสอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบราชการในห้วงระยะเวลาต่อไป ตลอดจน เพื่อเป็นการดำรงรักษาการสร้างฐานความรู้ (Knowledge – Based) ให้เกิดขึ้นเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                 ในปัจจุบันได้ดำเนินการ ๒ เรื่องดังนี้

                           ๑.  การพัฒนาระบบบริหารความรู้ภายในองค์กร   :  เพื่อรองรับการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามที่กองทัพบกได้จัดทำเป็นข้อเสนอแนวทางปฏิบัติราชการไว้กับ   ก.พ.ร.

                 ผลการดำเนินการ   : เลขานุการ ฯ  ได้สรุปผลการดำเนินการรอบ      เดือน  (ต.ค. ๔๖ มี.ค. ๔๗)  และเสนอให้ สปช.ทบ. ทราบ   เพื่อรวบรวมเสนอสำนักงาน ก.พ.ร. ผลการดำเนินการอยู่ในระดับ ๕ และจากการที่ฝ่ายเลขานุการฯ ได้เปรียบเทียบประมาณการผลการดำเนินการรอบ ๑๒  เดือนกับเป้าหมายที่ต้องการพบว่ายังประสบปัญหาอยู่จึงได้ขออนุมัติประธานคณะอนุกรรมการฯ ปรับแนวทางการดำเนินการที่กำหนดไว้เดิม  ดังนี้

                 ๑.๑ เร่งรัดการออกคำสั่งของ กรม ฝสธ. และหน่วย/เหล่าสายวิทยาการเพื่อรับผิดชอบในการพัฒนาระบบบริหารองค์ความรู้ในหน่วย

                 ๑.๒ ปรับแผนการปฏิบัติของหน่วยโดยกำหนดชื่อองค์ความรู้ ภาคบังคับ ๖ เรื่องและกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

                 ๑.๓ ปรับวิธีการรายงานผลการปฏิบัติ

                 ๑.๔ ให้ นขต.ทบ. ขยายผลองค์ความรู้ภายในหน่วยของตนในลักษณะ Unit School

                   การจัดทำวิสัยทัศน์ร่วมของ ทบ.

                        การจัดทำวิสัยทัศน์ร่วมของกองทัพบก เพื่อให้กำลังพลในกองทัพบกมีส่วนร่วมในการจัดทำวิสัยทัศน์ของกองทัพบก ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลการตรวจสภาพแวดล้อมทั่วไป รวมทั้งยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศกระทรวงกลาโหม และประเด็นปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้จะได้สามารถวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกตามความคิดเห็นของกำลังพล อันจะนำไปสู่การกำหนดความคาดหมายของกองทัพบกในอนาคต 

                 ผลการดำเนินการ   :  ยก.ทบ. ได้แจกจ่ายแบบสอบถามให้หน่วย นขต.ทบ. เพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วย จำนวน ๒,๓๘๐ ชุด  และจะได้จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการจัดทำวิสัยทัศน์ร่วมของ ทบ. ใน ๑๙ ๒๑ ก.ค. ๔๗  จำนวน ๓ วัน เพื่อพิจารณากลั่นกรองข้อมูลจากแบบสอบถาม นำมากำหนดเป็นความคาดหมาย หรือวิสัยทัศน์ร่วม     ของ ทบ.  ตามขั้นตอนต่อไป