คุณกำลังอยู่ที่ :: หน้าหลัก / อดีตผู้บัญชาการทหารบก

อดีตผู้บัญชาการทหารบก ลำดับที่ 7

ลำดับที่เจ็ด

พลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร)

ผู้บัญชาการทหารบก ลำดับที่ ๗

( เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ระหว่าง ๑ เมษายน ๒๔๖๕ - ๓ สิงหาคม ๒๔๖๙ )


วันเกิด ๒๒ เมษายน ๒๔๑๐ อสัญกรรม ๑ มีนาคม ๒๕๐๔

เป็นบุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พร้อม) และท่านนิ่ม ภริยา คือ ท่านผู้หญิงเลียบ ณ นคร

การศึกษา

- ศึกษาหนังสือไทยเบื้องต้น และหนังสือขอม ในสำนักครูคง ที่นครศรีธรรมราช และเล่าเรียนวิชาเลขไทย จากสำนักขุนกำจัดไพริน (เอี่ยม) ที่กรุงเทพฯ
- นักเรียนนายร้อยทหารบก สามารถสอบไล่ได้เป็นที่ ๑

ประวัติรับราชการ

- พ.ศ.๒๔๒๓ รับราชการเบื้องต้นอยู่กับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ที่นครศรีธรรมราช ต่อมารับราชการอยู่กับเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒนพิพัฒนศักดิ์ (วร บุนนาค)
- พ.ศ.๒๔๓๒ ว่าที่นายร้อยตรี ตำแหน่ง เกียกกายโรงเรียนนายร้อย
- พ.ศ.๒๔๓๕ นายร้อยเอก ตำแหน่ง นายเวร กรมปลัดทหารบกปืนใหญ่
- พ.ศ.๒๔๓๖ ปลัดกอง กองทหารพิเศษ สังกัดกรมทหารบกราบที่ ๔ เพื่อรักษาเขตแดนไทยทางด้านอุบลราชธานี
- พ.ศ.๒๔๔๐ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หลวงรวบรัดสัปตรพล
- พ.ศ.๒๔๔๒ ผู้ช่วยปลัดทัพบก
- พ.ศ.๒๔๔๓ นายพันตรี
- พ.ศ.๒๔๔๔ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น พระสุรเดชรณชิต
- พ.ศ.๒๔๔๕ นายพันโท
- พ.ศ.๒๔๔๖ นายพันเอก ตำแหน่งปลัดทัพบก และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวรเดชศักดาวุธ
- พ.ศ.๒๔๔๘ นายพลตรี
- พ.ศ.๒๔๕๓ ปลัดกระทรวงกลาโหม
- พ.ศ.๒๔๕๕ นายพลโท
- พ.ศ.๒๔๕๖ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น พระยาสีหราชเดโชไชย
- พ.ศ.๒๔๖๒ นายพลเอก
- พ.ศ.๒๔๖๔ ผู้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม
- พ.ศ.๒๔๖๕ เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และได้รับบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต

ราชการพิเศษ หรือตำแหน่งพิเศษ

- ราชองครักษ์เวร ราชองครักษ์พิเศษ ในรัชกาลที่ ๖
- องคมนตรี ในรัชกาลที่ ๖
- นายทหารพิเศษ ในกรมทหารรักษาวัง
- เลขาธิการสำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญที่ได้รับพระราชทาน

- พ.ศ.๒๔๓๖ เหรียญรัชฎาภิเศก
- พ.ศ.๒๔๓๙ เหรียญภัทราภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้น ๔
- พ.ศ.๒๔๔๐ เหรียญประพาสมาลา
- พ.ศ.๒๔๔๔ เหรียญภูษนาภรณ์ ช้างเผือก ชั้น ๔
- พ.ศ.๒๔๔๖ เหรียญมัณฑนาภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้น ๓ เหรียญทวีธาภิเศก (ทอง) และเหรียญจักรมาลา
- พ.ศ.๒๔๔๙ เหรียญนิภาภรณ์ ช้างเผือก ชั้น ๓
- พ.ศ.๒๔๕๑ เหรียญรัชมังคลาภิเษก (ทอง)
- พ.ศ.๒๔๕๒ เข็มพระชนมายุสมมงคล ชั้นที่ ๓ (เงิน) และเหรียญรัชมงคล (ทอง)
- พ.ศ.๒๔๕๓ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๓ ร.ป.ภ. แลกรอบลงยา
- พ.ศ.๒๔๕๔ จุลสุราภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้นที่ ๒ เหรียญบรมราชาภิเษก (ทอง)และเข็มอัยราพต
- พ.ศ.๒๔๕๕ มหาสุราภรณ์ มงกุฎสยาม ชั้น ๑ และ ทุติยจุลจอมเกล้า
- พ.ศ.๒๔๕๖ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ และ มหาวราภรณ์ช้างเผือก ชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๖๐ ตรารัตนวราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๖๑ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ ๒ (มหาโยธิน)
- พ.ศ.๒๔๖๔ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๒
- พ.ศ.๒๔๖๕ เหรียญปฐมจุลจอมเกล้า
- พ.ศ.๒๔๖๘ เหรียญบรมราชาภิเษก (ทอง)
- พ.ศ.๒๔๖๙ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๗ ชั้นที่ ๓
- พ.ศ.๒๔๙๓ เหรียญบรมราชาภิเษก (ทอง) รัชกาลที่ ๙
- พ.ศ.๒๔๙๗ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ ๒

ผลงานที่สำคัญ

- พ.ศ.๒๔๓๖ ขณะเป็นปลัดกอง อยู่กับพันโทพระศรีณรงค์ไชย รองปลัดทหารบกใหญ่ ท่านได้ทำหน้าที่ควบคุมอาวุธยุทธภัณฑ์ไปฝึกหัดทหาร และป้องกันพระราชอาณาเขตทางมณฑลลาวกาว และระหว่างที่ย้ายไปตั้งค่ายอยู่ที่สีทันดร เพื่อรักษาลำแม่น้ำโขง ได้ปะทะกับข้าศึกจนถึงขั้นต่อสู้กันด้วยกำลังอาวุธ
- พ.ศ.๒๔๔๕ เป็นแม่ทัพไปปราบเงี้ยวที่ก่อการจลาจลขึ้นทางมณฑลพายัพได้อย่างรวดเร็วและได้เสนอความคิดในเรื่องการจัดตั้งกองทัพมณฑลพายัพขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อป้องกันกบฏฮ่อ การจลาจลของเงี้ยว ซึ่งมักเกิดขึ้นอยู่เสมอ และท่านสามารถจัดกองทัพภาคพายัพได้โดยเรียบร้อยเป็นที่พอพระทัยของรัชกาลที่ ๕
- พ.ศ.๒๔๕๓ ได้ออกไปไต่สวนและระงับเหตุการณ์ที่ชาวจีนในจังหวัดแพร่รวมตัวช่วยพวกกบฏในประเทศจีน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายไทย