คุณกำลังอยู่ที่ :: หน้าหลัก / อดีตผู้บัญชาการทหารบก

อดีตผู้บัญชาการทหารบก ลำดับที่ 8

ลำดับที่แปด

จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์

กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

ผู้บัญชาการทหารบกลำดับที่ ๘

( เสนาบดีกระทรวงกลาโหม ระหว่าง ๓ สิงหาคม ๒๔๖๙ - ๓๑ มีนาคม ๒๔๗๑ )


ประสูติ ๒๙ มิถุนายน ๒๔๒๔ สิ้นพระชนม์ ๑๘ มกราคม ๒๔๘๗

ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ทรงเสกสมรสกับหม่อมเจ้าประสงค์สม

การศึกษา

- ทรงศึกษาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และโรงเรียนราชกุมารในพระบรมมหาราชวัง
- พ.ศ.๒๔๓๘ เสด็จไปศึกษาวิชาเบื้องต้นที่ประเทศอังกฤษ แล้วเสด็จไปศึกษาวิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยชั้นประถมที่เมืองปอร์ตสดัม ประเทศเยอรมัน เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๙ แล้วศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยมที่กรุงเบอร์ลิน ระหว่างที่ศึกษาได้รับพระราชทานยศนายร้อยตรี สังกัดกรมทหารมหาดเล็ก เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๒
- พ.ศ.๒๔๔๓ ทรงสามารถสอบไล่ได้ตามหลักสูตร “เฟรนริช” แล้วได้เข้าศึกษางานราชการโดยเข้าประจำกองร้อยที่ ๑๑ กรมทหาร “เอมเปรสเอากุสต้า” รักษาพระองค์ที่ ๔ แล้วทรงศึกษาวิชาทหารใน โรงเรียนสงครามเมืองคัสเซล
- พ.ศ.๒๔๔๕ ทรงศึกษาหลักสูตรนายทหารชั้นนายพัน ที่โรงเรียนแม่นปืนเมืองบันสะเดา หลักสูตรนายทหารชั้นนายพล ที่โรงเรียนปืนใหญ่ เมืองยีเตอร์บอกด์ ศึกษาเรื่องตำรายุทธศาสตร์ยุทธวิธี ตำนานสงคราม และฝึกหัดนำทัพที่โรงเรียนเสนาธิการ
- ทรงศึกษาเรื่องเศรษฐกิจ กฎหมายธรรมเนียมระหว่างประเทศ ตลอดจนวิธีปกครอง อาณานิคม ที่มหาวิทยาลัยกรุงเบอร์ลิน

ประวัติรับราชการ

- พ.ศ.๒๔๔๒ นายร้อยตรี สังกัด กรมทหารมหาดเล็ก (ระหว่างที่ทรงศึกษาที่ประเทศเยอรมัน)
- พ.ศ.๒๔๔๖ เสนาธิการทหารบก พระยศนายพลตรี
- พ.ศ.๒๔๔๗ ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ เลื่อนพระยศเป็นนายพลเรือโท
- พ.ศ.๒๔๕๓ นายพลเรือเอก ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
- พ.ศ.๒๔๖๐ จอมพลเรือ
- พ.ศ.๒๔๖๓ เสนาธิการทหารบก
- พ.ศ.๒๔๖๙ ผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก และ เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
- พ.ศ.๒๔๗๑ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

ราชการพิเศษ หรือตำแหน่งพิเศษ

- พ.ศ.๒๔๔๖ ราชองครักษ์พิเศษ และองคมนตรีในรัชกาลที่ ๕
- พ.ศ.๒๔๕๐ นายทหารพิเศษ กรมทหารราบ “เอมเปรส เอากุสต้า” รักษาพระองค์ที่ ๔
- พ.ศ.๒๔๕๒ ผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ ๖
- พ.ศ.๒๔๕๓ องคมนตรี ในรัชกาลที่ ๖

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญที่ได้รับพระราชทาน

- พ.ศ.๒๔๓๔ ปฐมจุลจอมเกล้า และ ภราดรมหาจักรีบรมราชวงศ์
- พ.ศ.๒๔๓๖ เหรียญรัชฎาภิเศก และ ประถมาภรณ์มงกุฎ
- พ.ศ.๒๔๓๗ นพรัตน์ราชวราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๔๐ เหรียญประพาสมาลา
- พ.ศ.๒๔๔๑ เหรียญราชินี
- พ.ศ.๒๔๔๓ ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
- พ.ศ.๒๔๔๔ ประถมาภรณ์ช้างเผือก
- พ.ศ.๒๔๔๖ เหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เหรียญทวีธาภิเศก (ทอง) และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ชั้นที่ ๒
- พ.ศ.๒๔๕๐ เหรียญรัชมงคล (ทอง)
- พ.ศ.๒๔๕๑ เหรียญรัชมังคลาภิเศก (ทอง) และ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๕ ชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๕๒ เข็มพระชนมายุสมมงคล ชั้น ๑
- พ.ศ.๒๔๕๓ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๕๔ เหรียญบรมราชาภิเษก (ทอง)
- พ.ศ.๒๔๕๕ รัตนวราภรณ์
- พ.ศ.๒๔๕๖ มหาปฐมาภรณ์ช้างเผือก
- พ.ศ.๒๔๕๘ เหรียญจักรมาลา
- พ.ศ.๒๔๖๑ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีศักดิ์รามาธิบดี ชั้นที่ ๑ (เสนางคะบดี)
- พ.ศ.๒๔๖๓ มหาวชิรมงกุฎ
- พ.ศ.๒๔๖๔ เข็มราชการแผ่นดินสำหรับประดับแพรแถบเหรียญดุษฎีมาลา
- พ.ศ.๒๔๖๙ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๗ ชั้นที่ ๑
- พ.ศ.๒๔๗๑ จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้าดารา ประดับเพ็ชร์สำหรับตำแหน่ง คณาธิบดี

(ทรงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญต่างประเทศอีกจำนวนมาก)

ผลงานที่สำคัญ

- ทรงมีส่วนสำคัญในการตั้งข้อบังคับของทหารเรือเป็นหลักเกณฑ์แน่นอน เพื่อความเป็นระเบียบและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
- ทรงสนับสนุนให้คนไทยได้เรียนรู้และใช้ความรู้ความสามารถในการเดินเรือการช่างกล และการใช้เทคนิคสมัยใหม่ต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนให้ทหารเรือไทยทำหน้าที่แทนฝรั่งได้