พระราชสมภพ
                    สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระนามเมื่อแรกประสูติว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรงสุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดชภูมิพลนเรศวรางกูรกิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม  พ.ศ. 2495 เวลา 17 นาฬิกา 45 นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์มา 
                       การศึกษา

        พ.ศ.๒๔๙๙ - พ.ศ.๒๕๐๙
         - ทรงเข้ารับการศึกษาระดับอนุบาลที่พระที่นั่งอุดรภาค พระราชวังดุสิต และโรงเรียนจิตรลดา
        มกราคม - กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๙
         - ทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์ มิด เมืองซีฟอร์ด แคว้นซัสเซกส์ ประเทศอังกฤษ         กันยายน พ.ศ.๒๕๐๙ - กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๓
         - ทรงเข้ารับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ แคว้นซอมเมอร์เซท ประเทศอังกฤษ
        สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๓ - พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๔
         - ทรงเข้าศึกษาเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ เขตพารามัตตา นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
        มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕ - ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๙

         -  ทรงเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษา และทรงได้รับปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิต (การศึกษาด้านการทหาร) คณะการศึกษาด้านการทหาร มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย
         ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๐-กันยายน พ.ศ.๒๕๒๑

         -  ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำชุดที่ ๕๖
        กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๗ - ตุลาคม  พ.ศ.๒๕๓๐
         -  ทรงเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษาโดยทรงได้รับปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กรุงเทพฯ ประเทศไทย
        มกราคม - ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๓

        - ทรงเข้ารับการศึกษา ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักร

                 

                         การฝึกอบรมทางการทหารและการทรงงาน

         มกราคม - ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙
         - ทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมและทรงศึกษาด้านการทหารในประเทศออสเตรเลีย โดยทุนกระทรวงกลาโหม
         - ทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ ที่นครเพิร์ธ รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย
         - หลักสูตรวิชาการรบพิเศษการทำลายและยุทธวิธีการรบนอกแบบ
         - หลักสูตรการค้นหาชั้นสูง
         - หลักสูตรการลาดตระเวนและค้นหาชั้นสูง
         - หลักสูตรส่งทางอากาศ
         ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๒-มกราคม พ.ศ.๒๕๓๒
         - ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ยู เอช - ๑ ของบริษัทเบลล์ จำนวนชั่วโมงบิน : ๕๙.๓๖ ชั่วโมง
         - ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี แบบ เอ เอช ๑ คอบรา ของบริษัทเบลล์ จำนวนชั่วโมงบิน : ๑ ชั่วโมง
         กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๓
         - ทรงเข้ารับการฝึกและทรงศึกษาโครงการช่วยเหลือทางทหารของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา  ที่ฟอร์ดแบรกก์ รัฐนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ตามหลักสูตรดังต่อไปนี้
         -  หลักสูตรอาวุธประจำกายและเครื่องบินยิงจรวด  
         -  หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ
         -  หลักสูตรการต่อต้านการก่อการร้าย
         -  หลักสูตรการสงครามแบบกองโจร
         -  หลักสูตรการฝึกการดำรงชีพ
         -  หลักสูตรทางอากาศ (ทางบกและทางทะเล)
         มิถุนายน - กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๓
         - ทรงเข้าศึกษาหลักสูตรฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ ยู เอช - ๑ และ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ
ยู เอช - ๑ ของบริษัทเบลล์ จำนวนชั่วโมงบิน : ๒๔๙,๕๖ ชั่วโมง
         กันยายน - ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๓
- ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ (แบบ ยู เอช ๑) ของบริษัทเบลล์)  ของกองทัพไทย  จำนวนชั่วโมงบิน : ๕๔.๕๐ ชั่วโมง
         ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๓ - กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๔
         - ทรงเข้ารับการศึกษาหลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลำตัวแบบ Siai - Marchetti SF๒๖๐ MT จำนวนชั่วโมงบิน : ๑๗๒.๒๐ ชั่วโมง
         มีนาคม - กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๔
         - ทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลำตัวแบบ Cessna T- ๓๗ จำนวนชั่วโมงบิน :
๒๔๐ ชั่วโมง
         ตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๔
         - เสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการทหารและตำรวจที่ประเทศอังกฤษ เบลเยี่ยม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส และออสเตรเลีย
         ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๔ - กันยายน พ.ศ.๒๕๒๖
         - ทรงเข้าศึกษาการบินเปลี่ยนแบบเป็นเครื่องบินขับไล่แบบ เอฟ๕ (พิเศษ)   รุ่นที่ ๘๓ (พุทธศักราช ๒๕๒๖) 
เอ ที ดับบลิว และ
         - หลักสูตรเครื่องบินขับไล่ชั้นสูง รุ่นที่ ๘๓ (พุทธศักราช ๒๕๒๖)  เอ วี ดับบลิว ที่ฐานทัพอากาศวิลเลียมส์ รัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา จำนวนชั่วโมงบินมากกว่า ๒,๐๐๐ ชั่วโมงโดยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการทหารเป็นอย่างมากประการหนึ่งและโดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำริเห็นว่า การศึกษาวิชาทหารในประเทศออสเตรเลีย  มีหลักสูตรการสอนกว้างขวางและมีการฝึกเข้มงวดอีกประการหนึ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จดำเนินจากประเทศอังกฤษไปทรงศึกษาวิชาทหาร ณ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ ในชั้นแรกทรงเข้าศึกษา ในโรงเรียนคิงส์ สกูล ที่ตำบลพารามัตตา นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเตรียมทหาร  ต่อจากนั้นทรงเข้าศึกษาที่วิทยาลัยดันทรูน กรุงแคน-แบร์รา  
ซึ่งทรงใช้เวลาในการทดสอบและฝึกอย่างหนักถึง ๕ สัปดา
ห์ ศึกษาและทรงเข้าประจำเหล่านักเรียนนายร้อยที่วิทยาลัย
การทหารดันทรูน ตั้งแต่ภาคแรกแห่งปีการศึกษาพุทธศักราช ๒๕๑๕ จนทรงจบการศึกษาในปีพุทธศักราช ๒๕๑๘
                   ในการศึกษาทุกระดับชั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาเหมือนอย่างนักเรียนทั่วไปและเมื่อทรงเข้าศึกษาวิชาการทหาร
ซึ่งมีการฝึกอบรมอย่างเข้มงวด ก็ได้ทรงปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยสมบูรณ์ ในระหว่างเวลาที่ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนคิงส์ สกูลตำบลพารา-มัตตา นครซิดนีย์ ทรงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าบ้านแมคอาเทอร์เฮาส์ และได้ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างดีเด่น โดยเฉพาะใน การฝึกทหารในระหว่างที่เสด็จกลับมาประทับอยู่ในประเทศไทยในฐานะองค์พระรัชทายาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จพระราชดำเนิน แทนพระองค์ในพระราชกรณียกิจที่สำคัญต่าง ๆ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนั้นๆ สนองพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยความมั่นพระราชหฤทัย ด้วยความรอบคอบและด้วยความรับผิดชอบสำเร็จผลดีเสมอ  ทรงใช้เวลาในระหว่าง หยุดเรียน  โดยเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่าง ๆ และในที่ห่างไกลเนือง ๆ ทรงพอพระราชหฤทัยทำ 
ความคุ้นเคยกับประชาชนและข้าราชการในท้องถิ่นนั้นๆ  เพื่อทรงทราบและเข้าพระราชหฤทัยถึงความต้องการและสถานการณ์อย่างแท้จริง  ยังความโสมนัสอย่างยิ่งให้เกิดแก่ข้าราชการและประชาชนที่ได้เฝ้าฯ รับเสด็จในโอกาสนั้น 

           

                         สมเด็จพระยุพราช
                   เมื่อมีพระชนมายุครบ 20 ชันษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 มีพระนามตามจารึกใน พระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรสิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์วรขัตติยราชสันตติวงศ์มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมาร
                           พระยศทางทหาร

-พลเอก
-พลเรือเอก
-พลอากาศเอก

                     พระราชพิธีสถาปนาพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

               พระราชพิธีสถาปนาพระราชอิสริยยศ   สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร    ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา ฉบับจดหมายเหตุพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พุทธศักราช ๒๕๑๕ เล่ม ๙๗ ตอนที่พิเศษ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๓ ดังนี้
                   สภาบริหารคณะปฏิวัติได้ประชุมปรึกษาและลงมติให้นำความกราบทูลพระกรุณา ขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ซึ่งทรงมีพระชนมายุครบ ๒๐ พรรษาแล้ว ให้ดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  ตามโบราณขัตติยราชประเพณี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร อนุโลมตามโบราณขัตติยราชประเพณี พระราชพิธีในครั้งนี้เรียกว่า “พระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดพระราชพิธี ๕ ตอน คือ
         - พระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏและพระราชลัญฉกร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดี ที่ ๒๑  ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕
         - พระราชพิธีศรีสัจจปานการเสกน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในวันพุธ ที่ ๒๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕
         - พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในวันพุธที่ ๒๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕
- พระราชพิธีสถาปนา เฉลิมพระนามาภิไธย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช  ๒๕๑๕
         - พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ นอกจากนี้ ยังมีงานซึ่งต่อเนื่องกับพระราชพิธีสถาปนา เฉลิมพระนามาธิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อีก ๓ งาน คือ เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรร่วมกับประชาชน และพระราชทานพระวโรกาสให้ประชาชนได้เฝ้าฯ ณ บริเวณท้องสนามหลวง ครั้นเวลาบ่าย ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์และสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาดุสิตดาลัย พระราชวังดุสิต ครั้น  เวลาค่ำรัฐบาลได้จัดงานสโมสรสันนิบาตถวาย ณ ทำเนียบรัฐบาล ในวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕

                           พระราชกิจ

ทางราชการ

  • ทรงเข้าประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษ เมืองเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย
  • ทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้าย บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่บริเวณ รอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ณ เขาล้าน จังหวัดตราด
  • 9 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ทรงเข้ารับราชการเป็นนายทหารประจำกรมข่าวทหารบกกระทรวงกลาโหม
  • 6 ตุลาคม พ.ศ. 2521 ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับกองพันทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
  • 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพัน ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
  • 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 ทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
  • 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
  • 9 มกราคม พ.ศ. 2535 ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด

    ด้านการบิน

    • 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 ทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี/เอฟ
    • พ.ศ. 2552 ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737 - 400 ในเที่ยวบินสายใยรักแห่งครอบครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เที่ยวบินที่ ทีจี 8870 (กรุงเทพมหานครถึงจังหวัดเชียงใหม่) และเที่ยว 
      บินที่ ทีจี 8871 (จังหวัดเชียงใหม่ถึงกรุงเทพมหานคร))

    ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

    • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ โปรดให้สร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้น เพื่อให้การรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดาร

    ด้านศาสนา

    • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงแสดงพระองค์เป็นพุทธมามกะที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2509 ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ
    • นอกจากนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ มีพระราชศรัทธาออกบวชในพระพุทธศาสนา โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดให้จัดการพระราชพิธีทรงผนวช ณ พัทธสีมาวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ     (วาสนมหาเถร) เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ได้รับถวายพระสมณนามว่า "วชิราลงฺกรโณ" และได้ประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดจนทรงลาสิกขาในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521
    • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกิจทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทรงเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤดูกาล เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่นวันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และการถวายผ้าพระกฐินหลวงตามวัด  ต่าง ๆ เป็นต้น

    ด้านการเกษตร

    • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวาและวัชพืชอื่น ๆ เป็นปฐมฤกษ์ เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกร สำหรับนำไปใช้ในการเพาะปลูกเป็นการเพิ่มผลผลิต ที่บ้านแหลมสะแก ต.เดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2528

    ด้านการต่างประเทศ
            วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โปรดให้ พล.อ.ท.ภักดี      แสงชูโต นำผ้าห่มกันหนาว 20,000 ผืนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายกษิต ภิรมย์ เป็นผู้รับมอบ
            สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกอุปถัมภ์ และสมาชิก กิตติมศักดิ์ของสมาคมต่างๆ ตามที่สมาคมและคณะนั้นๆ กราบบังคมทูลอัญเชิญ คือ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘ สมาชิกกิตติมศักดิ์  ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ องค์อุปถัมภ์สามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์  เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ   เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓  องค์อุปถัมภ์ลูกเสือแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓

                          พระเกียรติยศ

ธงประจำพระองค์         
เครื่องราชอิสริยาภรณ์          
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ฝ่ายหน้า (ม.จ.ก.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (น.ร.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษฝ่ายหน้า (ป.จ.ว.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้น 1 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ
เหรียญกล้าหาญ
เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1 (ส.ช.1)
เหรียญราชการชายแดน (ช.ด.)
เหรียญจักรมาลา (ร.จ.ม.)
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้น 1 (ภ.ป.ร.1)
เหรียญราชรุจิ ทอง รัชกาลที่ 9 (ร.จ.ท.9)
เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1
                           เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ
Grand Cordon of the Supreme Order of the Chrysanthemum ประเทศญี่ปุ่น
Grand Cross the Order of the Elephant ประเทศเดนมาร์ก
    • Grand Cross of the Order of the Darjah Kebesaran Kerabat Terengganu Yang Amat Mulia Darjah Yang Kedua Panglima ประเทศมาเลเซีย
    • Grand Cross of the Royal and Distinguished Spanish Order of Carlos III ประเทศสเปน
    • Grand Cross of the Royal Victorian Chain ไอร์แลนด์เหนือ
                          เหรียญที่ระลึก
  • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
  • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำหรับบุรุษ
  • เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร มีลักษณะดังนี้
  • ลักษณะ เป็นเหรียญเงิน รูปกลมแบน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.1 เซนติเมตร ด้านหน้ามีพระรูปของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ทรงหันพระพักตร์ทางเบื้องขวา ริมขอบมีอักษรจารึกว่า "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร" ด้านหลังมีอักษรพระนามาภิไธยย่อ "ว ก" เหนือพระนามาภิไธยย่อมีรูปจุลมงกุฎมีรัศมี ที่ริมขอบมีอักษรจารึกว่า "ที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร 28 ธันวาคม 2515"
  • แพรแถบย่อ
  • การประดับ ใช้ห้อยแพรแถบสีขาวริมเหลือง สำหรับบุรุษให้แพรแถบมีความกว้าง 3.1 เซนติเมตร

                                                                        

สำหรับสตรีห้อยแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ ประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากไม่ประดับอย่าง               
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ สามารถห้อยคอหรือประดับด้วยวิธีอื่นๆตามสมควรโดยไม่มีแพรแถบก็ได้ราชตระกูล

พลตรีวิระ โรจนวาศ
ผู้อำนวยการ
สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก
 

 


สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก (สธน.ทบ.)
ในกองบัญชาการกองทัพบก
ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร 0-2297-7569

http://www.rta.mi.th/ojag
ติดต่อ Webmaster : jag-rta@hotmail.com