ใบชา


          ประเทศจีน เป็นแหล่งผลิตดั้งเดิมของใบชา เป็นดินแดนเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งบนพื้นโลกที่ค้นพบ และใช้ประโยชน์จากใบชา ในสมัยโบราณ คนเริ่มเก็บรวบรวมใบชาป่ามาทำยา ภายหลังจึงทำเป็นเครื่องดื่ม แล้วค่อย ๆ ศึกษาการปลูกต้นชา ในสมัยราชวงศ์ ฉิน ถึง ราชวงศ์ ฮั่น การปลูกชาเริ่มกระทำตามแนว มณฑล เสฉวน ถึง มณฑล ยูนนาน ถึงสมัย ราชวงศ์ ถัง การปลูกชา ได้กระจายไปในมณฑลต่าง ๆ กว่า 10 มณฑล ตามลุ่มแม่น้ำ แยงซีเกียง ( ฉางเจียง )
     ในการดำเนินการระยะยาว ผู้คนยิ่งมีประสบการณ์ทั้งการปลูก การผลิต การเก็บรักษา และ การดื่ม กว้างขวางยิ่งขึ้น มีการบันทึกเป็นหนังสือ และที่มีชื่อเสียงมากฉบับหนึ่งในสมัย ราชวงศ์ ถัง เมื่อ ปี ค.ศ. 780 โดยผู้เขียน ลู่ ยวี่ คือหนังสือที่สมบูรณ์ที่สุดฉบับหนึ่ง ชื่อ ฉาจิง
     ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับใบชามีมากมาย ได้แก่ ชาแดง ( ชาจีน ), ชาเขียว, ชามังกรดำ ( อูหลงฉา ), ชากลิ่นดอกไม้ ( เช่น ชาดอกมะลิ ), ชาขาว, และชาอัดแท่ง ในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ย่อย ๆ แตกแขนงออกไปอีกมาก วิธีผลิตใบชาแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน
     ชาแดง ต้องมีกรรมวิธีหมัก บางครั้งจึงเรียกว่า ชาหมัก
     ชาเขียว ไม่ต้องหมัก จึงอาจเรียกว่า ชาไม่หมัก
     ชามังกรดำ มีการหมักบางส่วน จึงเรียกว่า ชากึ่งหมัก
     ชากลิ่นดอกไม้ ใช้ชาแดง หรือ ชาเขียว และ ชามังกรดำ เป็นวัตถุดิบ ใช้แต่ละชนิดมารมควันยา
     ชาขาว เป็นการนำตาอ่อนของต้นชา กับ ใบชาอ่อน หลาย ๆ ชนิดมาผสมกัน แล้วอังความร้อน ( ไฟ ) ให้แห้งสนิท
     ชาอัดแท่ง จะนำใบชาสดที่ผสมกันตามอัตราส่วนที่เหมาะสม อัดด้วยไอน้ำ ผลิตออกมาเป็นแบบ ก้อนกลมบ้าง ก้อนลูกเต๋าบ้าง ก้อนแท่งอิฐบ้าง

          ชาที่มีชื่อเสียงของจีนนั้นมีอยู่มากมาย แยกตามชนิดได้ดังนี้
          ชาแดง ได้แก่ ชา ฉีเหมิน แห่งเมือง ฉีเหมิน มณฑล อันฮุย เป็นต้น
          ชาเขียว ได้แก่ ชา หลงจิ่ง ( สระมังกร ) แห่งทะเลสาบ ซีหู เมืองหางโจว มณฑล เจ๋อเจียง
               ชา ปี้ลั๋วชุน แห่ง เมือง อู๋ ของมณฑล เจียงซู
               ชา เหมาเฟิง แห่ง ภูเขาหวงซาน มณฑล อันฮุย
               ชา ลิ่วอันกวาเพียน แห่งภูเขาต้าเปี๋ย ในมณฑล อันฮุย เป็นต้น
          ชามังกรดำ ได้แก่ ชา อู่อีเอียน แห่งภูเขาอู่อี๋ ของมณฑล ฝูเจี้ยน เป็นต้น
          ชากลิ่นดอกไม้ ได้แก่ ชา ดอกมะลิ ของมณฑล ฝูเจี้ยน นับว่าอยู่ในชั้นเลิศในบรรดาชากลิ่นดอกไม้
          ชาขาว ได้แก่ ชา ไป๋เฮายินเจิน ที่ปลูกทางเหนือของมณฑล ฝูเจี้ยน
          ชาอัดแท่ง ได้แก่ ชา ผู่เอ๋อ ที่ปลูกในพื้นที่ทางใต้ของมณฑล ยูนนาน
               กับ ชา ลิ่วเป่า ที่ปลูกอยู่ในเขตปกครองตนเอง กวางสี จ้วง เป็นต้น
     ในประเทศจีน การดื่มน้ำชา เป็นวัฒนธรรมประเพณีของคนจีน น้ำชาถูกจัดไว้รับแขกเสมอ แผ่นดินจีนนั้นกว้างใหญ่มาก วัฒนธรรมประเพณีการดื่มน้ำชาของแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน
     คนทางเหนือ ชอบดื่มชากลิ่นดอกไม้
     คนทางใต้ ชอบดื่มชาเขียว
     คน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนสิน หางโจว ชอบดื่มชาหลงจิ่ง ( สระมังกร )กับ ชาปี้ลั๋วชุน เป็นพิเศษ
     คนแถบพื้นที่ ฝูเจี้ยน กวางตุ้ง ชอบดื่มชา อูหลง ( มังกรดำ ) มากที่สุด
     ชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ส่วนใหญ่นิยมชาอัดแท่ง
          คนมองโกล ชอบเติม น้ำนม กับ เกลือ ลงในน้ำชา เป็น ชาน้ำนม
          คนธิเบต ชอบเติม น้ำมันเนย และ เกลือ ลงในน้ำชา เป็น ชาน้ำมันเนย

     ประมาณ หนึ่งพันห้าร้อยปีก่อน ใบชาจากประเทศจีนเป็นสินค้าส่งออกไปยังหลาย ๆ ประเทศในทวีปเอเชีย และก่อนหน้านี้ประมาณ สามร้อยปี ใบชาได้กลายเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ กว่า 40 ประเทศ มีการปลูกต้นชา และมากกว่า 20 ประเทศขายใบชาเป็นสินค้าส่งออก ใบชาเหล่านั้น มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีนทั้งโดยตรง และ โดยอ้อม ประเทศจีนจึงได้รับสมญาว่า "บ้านเกิดของใบชา"
     คำเรียก ชา หรือ ใบชา ทั่วโลก เป็นคำแบบ ทับศัพท์ มาจากภาษาจีน
     ภาษาญี่ปุ่น เขียนคำว่า ชา หรือ ใบชา โดยใช้ ตัวหนังสือ ตัวเดียวกับที่มีใช้ในภาษาจีน
     ภาษาอังกฤษ ใช้ Tea ซึ่งมาจากสำเนียงคนจีนใน เซี้ยเหมิน ที่ออกเสียง เป็น Te
          ต้นชาในภาษาอังกฤษที่ถูกใช้มาแต่โบราณ คือ Thea sinensis แปลว่า ชาประเทศจีน

 

 

พันเอก ชูเกียรติ    มุ่งมิตร รองเจ้ากรมข่าวทหารบก
chukiati@rta.mi.th
๗ มี.ค. ๒๕๔๖

กลับหน้าแรก